กินเค้กแล้วไม่อ้วน ทำได้ด้วยเหรอ?



 
กินเค้กแล้วไม่อ้วน ทำได้ด้วยเหรอ?..

เมื่อถึงคราวต้องมีปาร์ตี้ก็มักจะเต็มไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหวาน ขนมขบเคี้ยว ของหวาน คุกกี้ ซึ่งล้วนเป็นของกินเพิ่มน้ำหนัก โดยเฉพาะปาร์ตี้ขึ้นปีใหม่ หรืองานวันเกิด มักจะมีขนมเค้กตัวร้ายที่อุดมไปด้วย แป้ง นม เนย ไขมัน และน้ำตาลครบทีม

คำที่ว่า “กินเค้กตอนเช้าจะไม่ทำให้อ้วน” นั้นอาจ ไม่จริง นัก แต่ว่าคำแนะนำนี้ก็มีประโยชน์อยู่นะ เพราะการกินเค้กตอนเช้ายังดีกว่ากินตอนเย็นหรือก่อนนอน เพราะหลังการกินเค้กหากไม่ได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน ร่างกายก็จะเปลี่ยนพลังงานที่ได้รับไปเป็นไขมันสะสมทันที อันตรายและเพิ่มน้ำหนักสุดๆ

ยังไงก็ตาม การกินเค้กในตอนเช้าก็ยังมีข้อเสีย คือมันกระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะสวิงขึ้นลงเร็ว ทำให้เกิดการอยากอาหารตลอดวันได้ จึงควรกินแต่น้อย และเลือกเค้กชนิดที่น้ำตาลน้อย พวกเค้กญี่ปุ่น เครปเค้ก หรือเค้กท็อปปิ้งผลไม้สดจะดีกว่า

เครื่องดื่มที่คู่ควร กับเค้กหวานๆ ต้องเป็นชาเขียวร้อนไม่ใส่น้ำตาล ลืมเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยนมแถมมีวิปครีมฟูฟ่องได้เลย
เมื่อกินเค้กไปแล้ว วันนั้นก็ควรงดการทานแป้ง ไขมัน ของหวาน เลือกกินสลัดผักน้ำใส ผลไม้ไม่หวาน และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ แทน รวมถึงออกกำลังกายหรือทำงานบ้านเรียกเหงื่อ เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานที่รับมาจากเค้กให้หมดไป...
 


มาดูปริมาณแคลอรีในเค้กแต่ละกลุ่มกัน
ระหว่าง 200-300 แคลอรี เช่น บลูเบอร์รีชีสพาย บูลเบอร์รีชีสเค้ก ช็อกโกแลตเค้ก เค้กเนย เค้กใบเตย
มากกว่า 300-400 แคลอรี เช่น อัพไซด์ดาวน์เค้ก บัตเตอร์เค้ก เค้กกล้วยหอม ชีสเค้ก ชิฟฟอนเค้ก เค้กกล้วยตาก
มากกว่า 400 แคลอรี เช่น แบล็กฟอเรสต์เค้ก เค้กเนยแต่งหน้า เลเยอร์เค้ก (เค้กสอดไส้ต่างๆ) ฟรุตเค้ก 

สำหรับคนที่ต้องคุมน้ำหนัก ไม่อยากอ้วนจากการกินเค้ก ตัวเลขนี้คงจะเป็นตัวช่วยให้คุณเลือกเค้กได้ดีขึ้น แล้วอย่าลืมไปเบิร์นออก แค่นี้ก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ