ปรับตัวเข้าสู่ New Normal ไปพร้อมกับมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพอย่าง Telemedicine



ได้เวลาปรับตัวเข้าสู่ NEW NORM  หรือการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่เพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด เมื่อเริ่มชินกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เราก็เชื่อว่าพฤติกรรมใหม่ๆ จะทำให้ใครหลายๆ คนติดนิสัยรักษาความสะอาดมากขึ้นไปด้วย นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ^_^

และไม่ใช่แค่การรักษาความสะอาดที่จะกลายเป็นนิสัยติดตัวคุณไป  เรื่องของการดูแลสุขภาพก็น่าจะต้องเปลี่ยนตามไปด้วย อย่างการหาหมอที่ตอนนี้ หลายคนอาจจะไม่สะดวกเดินทาง เขาก็มีบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ในรูปแบบของ Telemedicine ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อำนวยความสะดวกมากขึ้น เรียกว่าตัวอยู่บ้านก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้เหมือนกัน  

 

Telemedicine จริงๆ แล้วคืออะไร?

อ่านงานวิจัยรวบรวมโดย Hawaii International Conference on System Sciences  เสร็จทำให้เราคิดว่า  Telemedicine  คำนี้น่าจะมาจากการผสมกันระหว่างคำว่า Telecommunication + Medicine  เมื่อแปลตรงตัวจะได้ความหมายว่า  “โทรเวชกรรม”  ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร เช่น มือถือ แล็ปท็อปเข้ามาอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับหมอโดยไม่ต้องเจอหน้ากันแบบตัวต่อตัว เช่น กรณีที่ไม่ใช่เคสหนัก  หมออาจรักษาผู้ป่วยด้วยการให้คำปรึกษาพูดคุยผ่านทางวิดีโอคอล และการพูดคุยกันแบบนี้ล่ะจัดว่าเป็นการให้บริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยแบบTelemedicine แล้ว 

 

รู้ยัง? ความจริง เทรนด์สุขภาพแบบ Telemedicine มีมานานแล้วว


การให้บริการแบบ Telemedicine หรือโทรเวชกรรม เริ่มนิยมใช้กันในประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงปี ค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) แต่สำหรับบ้านเรา งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปี 2543  บอกไว้ว่าช่วงการทำวิจัยในปีนั้น พบว่าการทำ Telemedicine ในไทยเป็นเรื่องใหม่มากและการควบคุมการให้บริการโทรเวชกรรมยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ แบบนี้เราพอตีความได้แล้วว่า ปัจจุบันเรื่อง Telemedicine นี้ก็น่าจะยังคงเป็นสิ่งที่คนไทยต้องค่อยๆ ปรับตัวให้ชินกันโดยเฉพาะช่วงนี้  เพราะอย่างที่บอกไป ในต่างประเทศเทรนด์แนวนี้ถือเป็นเรื่องปกติ
 
                                                                                            เรื่องราวของการให้บริการ Telemedicine ในสหรัฐฯ



แล้วช่วงนี้…ที่ไหนเปิดให้บริการบ้าง? 


มีแนวโน้มว่าธุรกิจ Health Care จะพุ่งเป้ามาที่การให้บริการแบบนี้มากขึ้น  งานวิจัยจากเว็บไซต์ mordorintelligence.com บอกว่า Telemedicine จะตีตลาดได้สูงและคาดว่าจะปังยาวไปถึงปี 2025 เลยล่ะ โดยเฉพาะในประเทศแถบ Asia Pacific ยิ่งช่วงเว้นระยะห่างเพราะโควิดแบบนี้ แน่นอนว่าคนต้องหันมาพึ่งการให้บริการนี้อย่างแน่นอน เอาล่ะ! วันนี้เราได้ลิสต์โรงพยาบาลจากทั่วประเทศที่เปิดให้บริการแบบ Telemedicne มาบางส่วน เช็กกันได้ว่ามีที่ไหนบ้าง 


และจากการวิเคราะห์แบบโดยรวม จริงๆ การรับบริการแบบนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ทั้งกับคนที่ให้บริการและตัวผู้ป่วยเอง  เพราะว่าคุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหาหมอก็รับฟังผลวินิจฉัยได้เร็วขึ้น  หรือบางทีหมอแค่ส่งทีมแพทย์มาหาที่บ้านเพื่อฉีดยาให้คุณก็แค่รับฟังคำวินิจฉัยและปรึกษาหมอผ่านวีดีโอคอลได้เลย สะดวกสบายแถมได้เว้นระยะห่าง ไม่ต้องเดินทางไกลให้เสี่ยงติดเชื้อโควิดอีกด้วย