สงสัยมั๊ย? ทำไมผู้ใหญ่ชอบบอกให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน?


ตอนเด็กๆ เราเคยสงสัยมั๊ยว่าทำไมพ่อแม่ถึงบอกให้เราถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน? จริงๆ แล้ววัฒนธรรมการถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดีในประเทศโซนเอเชียนะ ซึ่งในทางตรงกันข้ามมันก็อาจจะดูแปลกในสายตาของชาวตะวันตก แต่รู้มั๊ยว่านอกจากการถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านที่ผู้ใหญ่เขาปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กๆจะเป็นเรื่องของมารยาทและความสะอาดแล้ว คนญี่ปุ่นเองเขาก็ยังถือว่าการถอดรองเท้าเข้าไปในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียน หรือศาลเจ้า ก็เพื่อให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายและเท่าเทียมกันด้วย 





ภัยเงียบ! ที่อยู่ใต้พื้นรองเท้า 
ถ้าจะพูดกันถึงเรื่องของสุขอนามัย การถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน ถือเป็นการป้องกันเชื้อโรคสารพัดชนิดไม่ให้ตามติดเข้ามาในบ้าน ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้นี่แหละที่มีโอกาสทำให้ป่วยโดยไม่รู้ตัว มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮิวสตันเขาได้ออกไปสำรวจและเก็บตัวอย่างรองเท้าจากบ้านของลูกศิษย์และเพื่อนของพวกเขาจำนวน 30 หลัง โดยใช้สำลีป้ายไปที่พื้นรองเท้าเพื่อนำไปทดสอบ ผลปรากฎว่า มากกว่า 26% ของพื้นรองเท้าที่เก็บมาเป็นตัวอย่าง มีสปอร์ที่ชื่อ Crisridium difficile  ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียและลำไส้ใหญ่อักเสบอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย และจากการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine (NEJM) ในปี 2015 ยังบอกอีกว่าเชื้อโรคตัวนี้ถูกจัดให้เป็นเชื้อที่ดื้อยามากที่สุดในสหรัฐฯ ที่มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตถึง 29,300 คน ในปี 2011 

และที่หนักกว่านั้นคือเชื้อแบคทีเรียพวกนี้จะแพร่กระจายตามพื้นที่ต่างๆ และสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาวบนพื้นแห้ง นั่นหมายความว่าเชื้อโรคพวกนี้สามารถใช้ชีวิตอยู่รอดบนพื้นรองเท้าเราได้เป็นอาทิตย์ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว และแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดทั่วๆ ไปก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ แล้วลองคิดดูสิว่าพื้นห้องน้ำสาธารณะที่ไม่รู้ว่าทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หรือแม้แต่ขี้นกที่อยู่บนฟุตบาทติดมากับพื้นรองเท้า เรายังจะกล้าใส่รองเท้าเข้าบ้านกันอีกมั๊ย


Photo by Sebastian Pociecha on Unsplash

แบคทีเรียที่รองเท้ามีเยอะแค่ไหน?
ด็อกเตอร์ชาร์ลส์ เกอร์บา นักจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยอาริโซนา พบว่าโดยส่วนใหญ่พื้นรองเท้าของเราจะมีแบคทีเรียภายนอกรองเท้าเฉลี่ยอยู่ที่  421,000 ยูนิต และอยู่ภายในรองเท้า 2,887 ยูนิต เห็นได้ชัดเลยว่าภายนอกรองเท้ามีแบคทีเรียเยอะกว่าในรองเท้ามากหลายเท่า แต่แม้ว่าแบคทีเรียจะไม่ได้อันตรายไปซะทุกชนิด แต่ด็อกเตอร์เกอร์บ้าก็พบว่ามีแบคทีเรียอันตรายหลายชนิดที่อยู่ที่รองเท้า อย่าง อีโคไล ที่มักสร้างปัญหาต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ และแบคทีเรียเคล็บซีเอลลา นิวโมเนีย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้าย เช่น ปอดบวม และเชื่อมั๊ยถ้เราจะบอกว่ารองเท้าคู่ใหม่ที่เพิ่งใส่ได้ 2 อาทิตย์ ก็สามารถสะสมแบคทีเรียได้ถึง 440,000 ยูนิต เลยทีเดียว

ไม่ได้สัมผัส...ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่า มีรองเท้าติดเชื้อโรคแล้วยังไง ในเมื่อเราก็ไม่ได้ไปเลียพื้นรองเท้าซักหน่อย แต่อย่างที่บอกว่าการที่เราใส่รองเท้าเข้าบ้าน ก็เหมือนกับการที่เราเป็นคนพาเชื้อโรคเหล่านี้เข้ามา ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำใหเกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะถ้าสมาชิกในบ้านของคุณมีคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างเช่น เด็กเล็ก ที่มักจะเล่นสนุกและสัมผัสกับพื้นบ้านเป็นประจำ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคอย่างง่ายเลยทีเดียวล่ะ

ฟังอย่างนี้แล้ว ยังอยากจะดื้อใส่รองเท้าเข้าบ้านกันอีกมั๊ย?  เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการรักษาความสะอาด และความปลอดภัยของสุขภาพร่างกาย เราแนะนำให้คุณถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านดีกว่า กันไว้ก่อนยังไงก็ดีกว่าต้องมานั่งตามแก้หรือตามรักษากันทีหลังแหละเนอะ