ครอบครัวใหญ่ รับมือเรื่อง (ระหว่าง) วัยยังไงกัน

ปัญหาครอบครัว...ไม่ว่าจะบ้านเล็กบ้านใหญ่ บ้านไหนๆ ก็คงต้องมี อ๊ะๆ พูดแบบนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าเราหมายถึงอย่างอื่น ที่ว่าบ้านเล็กบ้านใหญ่ในที่นี้หมายถึงขนาดของครอบครัวต่างหาก เพราะถ้าเป็นบ้านเล็กบ้านใหญ่ในอีกความหมายนึง บอกว่าไม่ใช่แค่ปัญหาครอบครัวธรรมดา แต่เรียกว่าถึงขั้นทำให้บ้านแตกได้เลย ซึ่งปัญหาครอบครัว ขนาดว่าอยู่กันไม่กี่คนก็ยังมีปัญหาได้เลย 



ลองคิดดูสิว่าในครอบครัวใหญ่ๆ ที่มีตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึง สว ที่มีเรื่องช่องว่างระหว่างวัยมากระตุ้นให้เกิดปัญหา ที่น่าปวดหัวได้สักแค่ไหน เพราะเคยมีผลการศึกษาพฤติกรรมทางสุขภาพเศรษฐกิจ สังคม ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล บอกไว้ว่าผู้สูงอายุหรือกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเปิดรับความหลากหลายในสังคมและเทคโนโลยี เอาเป็นว่าแค่คิดก็ไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว

อายุเป็น (เพียง) ตัวเลข...ที่ทำให้เราแตกต่าง



 
  • Baby Boomer Generation หรือ Gen B
คือคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2489-2507 ซึ่งปัจจุบันมีอายุประมาณ 60 ขึ้นไป มีลักษณะนิสัยจริงจัง เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี มีความทุ่มเทให้กับการทำงาน มีความอดทนสูง ประหยัดอดออม มักถูกจัดเป็นพวก "อนุรักษนิยม"


 
  • Gen-X
คือคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2508 - 2522 มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Yuppie หรือ Young Urban Professionals หมายถึง คนที่เกิดมาในยุคมั่งคั่ง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันคนยุคนี้จะเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ เน้นการรักษาสมดุลในเรื่องงานและครอบครัว สามารถทำทุกอย่างได้ตามลำพัง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง สร้างสรรค์ และในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่จะต่อต้านสังคม และไม่ยึดขนบธรรมเนียมประเพณี
 

 
  • Gen-Y 
คือคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523 - 2540 ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล มีความเป็นสากล รักความสะดวกสบาย เพราะเกิดมาในยุคที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรือง มีโอกาสทางการศึกษาที่ดี มีแนวคิดเป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และมักถูกตามใจโดยพ่อแม่ซึ่งเป็นคนยุค Gen-B  ปัจจุบันคนกลุ่มนี้อยู่ในทั้งช่วงวัยเรียนมหาวิทยาลัยและวัยทำงาน ซึ่งมีความสามารถในด้านการติดต่อสื่อสาร ชอบงานด้านไอที ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำสิ่งใหม่ๆ รวมทั้งสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน 


 
  • Gen-Z
คือคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 จากพ่อแม่รุ่นใหม่อย่าง Gen-X และ Gen-Y เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ได้เรียนรู้รูปแบบการดำเนินชีวิตในสังคมแบบดิจิตัล และด้วยเหตุที่พ่อและแม่จะออกไปทำงานนอกบ้านทั้งคู่ จึงทำให้เด็กยุค Gen Z ได้รับการเลี้ยงดูจากคนอื่นมากกว่าพ่อและแม่ของตัวเอง มักมีลักษณะเสพติดโลกออนไลน์และรับข้อมูลข่าวสารมากมายอย่างรวดเร็ว จึงเป็นคนที่ตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว ไม่ชอบรอคอย มีความเปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ช่องว่างระหว่างวัย เกิดขึ้นเพราะไม่ (ยอมทำความ) เข้าใจกัน
ช่องว่างระหว่างวัย คือ ปัญหาระหว่างคนต่างช่วงอายุกันที่มีทัศนคติ หรือแนวความคิดที่แตกต่างกันไป ด้วยประสบการณ์ ความเชื่อ สังคม และสิ่งแวดล้อมในแต่ละยุคสมัย ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยไม่มีการสื่อสารระหว่างกันที่เพียงพอ จนเป็นเหตุทำให้เกิดความขัดแย้ง และอาจนำมาซึ่งการทะเลาะถกเถียงกันในที่สุด ดังนั้นในครอบครัวใหญ่ ที่มีคนหลากหลายช่วงวัยอาศัยอยู่รวมกัน จึงต้องทลายช่องว่างเพื่อสร้างความเข้าใจในคนแต่ละ Gen ด้วยการทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของคนแต่ละวัย เพราะแม้ว่าเราจะอาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกันก็จริง แต่สิ่งที่แต่ละคนเจอในต่างยุคต่างสมัย ได้ทำให้เราแตกต่างกัน จึงไม่ใช่เรื่องผิดที่จะคิดไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องยอมรับและทำความเข้าใจในจุดต่างนี้ แล้วลองมองหาเหตุผลและข้อดีในหลักการคิดของอีกฝ่าย จะได้อยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น 

ใช้การสื่อสาร สานสัมพันธ์
เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านดีขึ้น ‘การสื่อสาร’ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแต่ละฝ่าย ซึ่งแม้ว่าในช่วงเริ่มต้นที่ต้องปรับตัวเข้าหาและหันหน้ามาพูดคุยกันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ด้วยความแตกต่างทางความคิดซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวาง แค่ถ้าค่อยๆ ลองปรับขยับเข้าหากันที่ละนิด ก็จะช่วงทำให้ความขัดแย้งและความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน ขยับเข้ามาใกล้ชิดกันได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้การจัดการกับปัญหาช่องว่างระหว่างวัยในครอบครัว จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นไหนๆ ก็เป็นคน “บ้าน” เดียวกัน ที่มีพื้นฐานความรักเป็นทุนเดิม


จะปล่อยให้เรื่อง “วัย” มาทำให้เป็นเรื่อง “ใหญ่” ในครอบครัวทำไมกัน เพราะถึงยังไงต่างวัยก็ยังใจเดียวกันได้นี่หน่า...หรือว่าไม่จริง