เบื้องหลังพฤติกรรมนักช้อปปิ้งออนไลน์…แค่ใจอยาก หรือมีอะไรมากกว่านั้น?

หลังจากเจอมหากาพย์การระบาดของโควิด-19 แบบไม่จบไม่สิ้น เดลต้ายังไม่ทันไปโอมิครอนก็วิ่งเข้าใส่กันไม่หยุด แถมปีใหม่นี้ยังต้อง WFH ต่อกันรัวๆ กักตัวกันวนไป จะออกจากบ้านแต่ละทีก็กล้าๆ กลัวๆ แต่เมื่อ ‘ของมันต้องมี’ หลายคนเลยได้สกิลมาใหม่ อย่างการ ‘ช้อปปิ้งออนไลน์’ ที่พาลทำให้ติดหนึบ วันนี้เราเลยจะพามาวิเคราะห์ เจาะลึกพฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์กันซักหน่อย ว่าในเชิงจิตวิทยาแล้วทำไมคนเราถึงชอบช้อปปิ้งออนไลน์กันจังงง


 
‘จุดเริ่มต้น’ พฤติกรรมนักช้อปออนไลน์
จริงๆ แล้ว พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์นั้นไม่ได้เพิ่งจะมาบูมในช่วงที่ล็อคดาวน์โควิดที่ผ่านมาหรอกนะ เพราะจากโพลในปี 2018 ที่ National Public Radio ของสหรัฐที่ได้จัดทำขึ้น พบว่าอย่างน้อยคนอเมริกัน 7 ใน 10 คนเคยช้อปปิ้งออนไลน์มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง รวมถึงตัวเลขนั้นก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงล็อคดาวน์อีกต่างหาก ซึ่งทาง eMarketer เองเขามีรายงานว่า ในปี 2021 ตัวเลขของการซื้อขายออนไลน์หรือที่เรียกว่า E-Commerce นั้นได้พุ่งขึ้นสูงถึง 843 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 28,325 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นมากถึง 32.4% จากปี 2019-2020 นอกจากนี้เขายังมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขนั้นจะพุ่งขึ้นสูงไปถึง 19.2% ของการค้าปลีกสหรัฐในปี 2024 เลยทีเดียว และแน่นอนว่าตัวเลขในบ้านเราก็เพิ่มขึ้นไม่ต่างกัน 
 
พฤติกรรมนักช้อปออนไลน์กับการวิเคราะห์ทางจิตวิทยา
โคลเอ่ กรีมเบิร์ม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ Premier Psychology Group ได้อธิบายถึงความเชื่อมโยงของการช้อปปิ้งออนไลน์และการล็อคดาวน์ไว้ว่า ‘อาการคลั่งช้อปปิ้งหรือเห็นอะไรแล้วเป็นต้องอยากซื้อนั้นจริงๆ แล้วมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับปัญหาทางจิตใจ อย่างซึมเศร้า หรือวิตกกังวล รวมไปถึงโรคไบโพลาร์ที่มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการช้อปและการใช้เงินเกิน(ตัว)’ ซึ่ง ดรูว เพทท์ หัวหน้าแผนกจิตเวชขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร LifeBridge Health ในบัลติมอร์ยังได้เสริมว่าตัวกระตุ้นทางด้านอารมณ์ก็มีส่วนในการทำให้เสพติดการช้อปปิ้งเช่นกัน ‘บางคนช้อปปิ้งเพื่อให้รู้สึกดี ช้อปปิ้งแล้วมีความสุข รู้สึกเหมือนได้ให้ของขวัญตัวเอง’ เพทท์ยังบอกอีกว่า สำหรับใครหลายๆ คน การที่กลับบ้านมาแล้วเจอพัสดุวางอยู่มันให้ความรู้สึกตื่นเต้น ‘บางครั้งเราอาจจะไม่ได้เจอเพื่อนฟูงหรือคนสนิทกันบ่อยๆ แต่เมื่อเราได้เห็นกล่องพัสดุ ที่ถึงแม้ว่าข้างในมันจะเป็นแค่กระดาษทิชชู่ก็ตาม มันก็ทำให้คุณรู้สึกดีได้เหมือนกัน’
 
นอกจากนี้การช้อปปิ้งยังเหมือนกับการได้บู้สท์อัพตัวเอง ‘เวลาที่เรากำลังรอคอยของขวัญ สมองจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่าโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา เหมือนเวลาที่เราเห็นโฆษณาที่มายั่วยวน หรือเวลาที่เรากำลังจะตัดสินใจกดซื้ออะไรซักอย่าง มันจะรู้สึกแฮปปี้แบบบอกไม่ถูก’ การช้อปปิ้งออนไลน์ก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเวลาที่กดปุ่มจ่ายเงินก็จะมีความตื่นเต้นเป็นพิเศษใช่มั้ยล่ะ 
 
แล้วเมื่อไหร่ ที่ต้องเริ่ม ‘วิตก’
ที่พูดมามันก็ดูเป็นพฤติกรรมธรรมดาที่ใครๆ ก็เป็น แต่จุดเปลี่ยนคือ เมื่อไหร่ที่มีความรู้สึกเหล่านี้...นั่นแปลว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อการเสพติดการช้อปปิ้งซะแล้วล่ะ
 
• คุณช้อปปิ้งออนไลน์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบัตรเครดิตจะแตก หรือการเงินจะช็อต ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งคุณได้
• เมื่อไหร่ที่รู้สึกแย่ หรือดาวน์ คุณจะหาทางออกโดยกดช้อปปิ้งออนไลน์ทันที
• คุณรู้สึกฟินทุกครั้งเมื่อได้ช้อปออนไลน์
• คุณติดหนึบอยู่กับการช้อปปิ้งออนไลน์ตลอดทั้งวันจนไม่เป็นอันทำอะไร
 
ถึงแม้ว่าการช้อปปิ้งอาจจะไม่ได้ไปทำร้ายใคร แต่ก็อย่าปล่อยให้พฤติกรรมเสพติดการช้อปปิ้งออนไลน์นั้นทำร้าย (เงินใจกระเป๋า) ตัวเองกันเลย ลองเปลี่ยนจากการไถหน้าจอ ส่องโปรดักซ์ต่างๆ มาเป็นการเลือกดูซีรีย์ดีๆ ซักเรื่อง หรือเปิดคลิปสอนออกกำลังกายแล้วทำตามดูบ้าง ไม่แน่นะ...คุณอาจจะเจออีกหนึ่งความสุขที่แฮปปี้ไม่แพ้กันก็ได้