Work อย่างไร ให้ Life Balance ฉบับแม่ลูกอ่อนนอนน้อย

3 เดือนแรกของการเลี้ยงลูกที่ว่า โหด หิน แต่ชีวิตแม่ลูกอ่อนที่ต้องกลับมาทำงานประจำหลังลาคลอดครบ 3 เดือนนี่ “สาหัส” ยิ่งกว่า ยิ่งใครที่เลี้ยงลูกเองแบบตัวติดกันไม่ได้ไปไหน มองหน้ากัน 24 ชั่วโมง ตลอด 90 วันที่ผ่านมา แค่คิดว่าจะต้องกลับมาทำงานก็ต้องมีน้ำตาตกกันบ้างใช่ไหมละ ทั้งหวง ทั้งห่วง ทั้งความผูกพันธ์ที่อยู่ด้วยไม่เคยพรากไปไหน แต่ในเมื่อภาระที่มี ความรับผิดชอบและหน้าที่ต้องดำเนินต่อไป แล้วจะทำยังไงให้กลับมา Work ได้อย่างมี Life Balance นี่สิ่! ของจริง



#เตรียมพร้อมไว้ก่อนมีชัยไปกว่าครึ่ง
เริ่มตั้งแต่ “เตรียมใจ” วางความรู้สึกผิดลงก่อน การที่ต้องกลับไปทำงานไม่ได้หมายความว่าเราเป็นแม่ที่ไม่ดี เราไม่ได้ทิ้งลูก แต่ที่เราต้องกลับไปทำงานก็เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว เพื่อให้ลูกได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลูกเป็นนักปรับตัวที่เก่งกว่าที่คุณคิด ขอให้คุณเชื่อใจลูก เชื่อใจคนที่ฝากให้เค้าดูแลลูก เต็มที่ใช้ระยะเวลาในการปรับตัวประมาณ 2 สัปดาห์ทุกอย่างก็จะเริ่มเข้าที่
 
ต่อมาก็จะต้อง “เตรียมสมอง ตั้งแต่คลอดมา จำไม่ได้แล้วใช่ไหมว่านอนเต็มอิ่มมันเป็นยังไง ตอนเลี้ยงลูกอยู่บ้าน พอลูกหลับก็ยังพอที่จะผลอยหลับตามลูกได้บ้าง แต่พอกลับมาทำงาน การจะขอไปงีบก็อาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่นัก ฉะนั้น ลองใช้เวลาค่อยๆ เรียบเรียงงาน และหน้าที่ที่คุณจะต้องกลับไปทำ พูดคุยอัพเดทกับเพื่อนร่วมงานดูสักนิด ว่าตอนนี้งานไปถึงไหน เพื่อที่จะได้กลับไปสานต่องานเดิมได้อย่างไม่ติดขัดนัก เพราะสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณหัวเสียมากก็คือ สมองคุณจะช้า! ช้าลงจนคุณหงุดหงิดใจ แถมไอเดียที่เคยปรู๊ดปร๊าดก็กลับหายไปดื้อๆ ซะอย่างนั้น ต้องปรับตัวใหม่เยอะพอสมควรเลยล่ะ แต่ไม่ต้องกังวลไปที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ “คุณอดนอน” รายงานของ Daily Mail พบว่าในปีแรกของชีวิตลูก พ่อแม่จะนอนหลับโดยเฉลี่ยเพียง 5.1 ชั่วโมงต่อคืน เมื่อชั่วโมงเหล่านี้รวมกัน ผลลัพธ์ที่น่าตกใจก็คือคุณแม่มือใหม่สูญเสียการนอนอย่างน้อยหนึ่งเดือนทั้งปีในปีแรกหลังจากที่ลูกเกิด (อ่านเพิ่มเติมที่นี่) แต่ขอยืนยันเลยว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น เมื่อลูกน้อยของคุณเติบโตขึ้น

สุดท้ายก็คือ “เตรียมของ” ยิ่งถ้าตั้งมั่นจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้วละก็ เห็นมาทำงานเงียบๆ ของเพียบแน่นอน แค่อุปกรณ์ในการปั๊มนมก็พะรุงพะรังแล้ว ไหนจะต้องมีที่เก็บความเย็นในการเคลื่อนย้ายนมจากที่ทำงานกลับมาบ้าน อุปกรณ์การทำงาน ของใช้ส่วนตัวอีก 2 ใบ 3 ใบ กันไปเลย เตรียมไว้ให้พร้อม วันกลับมาทำงานจะได้ไม่ต้องนอยเพราะลืมของที่ไม่ควรลืม

#อย่ากดดันตัวเอง
เอาจริงๆ 3 เดือนที่ห่างหายจากการทำงานไป จะว่านานก็นาน จะว่าแปปเดียวก็ได้อยู่ แต่อะไรๆ มันกลับดูไม่ค่อยเข้าที่เลยใช่ไหม จะหยิบจะจับอะไรก็ไม่ถนัด จะคิด คำนวณ เขียนงาน ก็ดูไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงขึ้นมาซะอย่างนั้น ก่อนอื่นเข้าใจกันก่อนว่าเราวันนั้นก่อนที่จะลาคลอด กับเราวันนี้ที่กลับมาทำงาน ไม่ใช่คนเดิม เพราะเพิ่มเติมด้วยสถานะ และภาระหน้าที่ใหม่ ต้องให้โอกาสสมองได้ทำหน้าที่จัดลำดับความสำคัญสักนิด ค่อยๆ จัดการงานที่อาจไม่ต้องใช้ความครีเอท หรือความละเอียดอ่อนมากนักไปก่อน สัก 2-3 สัปดาห์ผ่านไปคุณก็จะเริ่มจัดระเบียบตัวเองได้ เพราะของแบบนี้มันไม่ได้มีเคล็ดลับที่ชัดเจนว่าต้องทำยังไง ถึงจะกลับมาทำงานแบบลื่นปรื๊ด การเลี้ยงลูกของแต่ละบ้านต่างกันยังไง การทำงานของแต่ละคนก็มีแนวทางเฉพาะที่แตกต่างไปในลักษณะเดียวกัน

#อย่าอายที่จะหาตัวช่วย
ในเมื่อจากนี้เป็นต้นไปคุณจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน-ลูกน้อง-หัวหน้างาน แต่คุณยังเป็นโลกทั้งใบของเด็กน้อยคนนึงด้วย จงใช้เวลาที่อยู่ที่ทำงานให้ได้งานมากที่สุด เพื่อให้เวลาที่คุณเลิกงาน คุณจะสามารถกลับไปทำหน้าที่ความเป็นแม่ได้อย่างเต็มที่แบบไม่ต้องมีเรื่องงานมากวนใจ อย่าแบกเอาเรื่องหนักใจที่ทำงานกลับไปทำให้ชีวิตความเป็นแม่ของคุณขาดความสุขโดยไม่จำเป็น ถ้ารู้สึกไม่ไหวหาใครสักคนที่พอจะช่วยได้ ทั้งช่วยดูแลลูก หรือช่วยเรื่องงานเพื่อที่คุณจะได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง หาใครสักคนที่คุณสบายใจที่จะพูดคุย หรือถ้าไม่มีใครอาจเลือกปรึกษานักจิตวิทยาก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ แค่ลองเปิดใจสักนิดเพราะการพูดคุยกับนักจิตวิทยาไม่ต้องป่วยก็ทำได้



#กาเฟอีนสักนิดชีวิตจะดีขึ้น
ขณะตั้งครรภ์หมอจะไม่แนะนำให้บริโภคกาเฟอีนจริง แต่แม่ให้นมลูกไม่ได้มีข้อห้าม! อดนอนแบบนี้ เติมกาเฟอีนให้ร่างกายสักหน่อย ชีวิตดีขึ้นจริงๆ นะแม่ (แนะนำจากใจมนุษย์แม่สายเต้า) โดยมีข้อมูลในหลายๆ งานวิจัยพบว่า การบริโภคกาเฟอีนในปริมาณน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม หรือดื่มกาแฟ 1-2 แก้ว มักไม่ส่งผลกระทบต่อทารก ขณะที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ให้ข้อมูลว่าระดับกาเฟอีนในน้ำนมจะสูงที่สุดที่เวลา 1-2 ชั่วโมงหลังจากแม่บริโภคกาเฟอีน โดยปริมาณกาเฟอีนจะออกมาในน้ำนม 0.06-1.5% ของขนาดที่แม่ได้รับ หรือประมาณให้เข้าใจง่ายๆ ว่าทารกที่ดื่มนมแม่น่าจะได้รับกาเฟอีนราว 7-10% ของปริมาณที่แม่ได้รับเมื่อปรับค่าตามน้ำหนักตัว และหากแม่ได้รับกาเฟอีนน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม จะมีคาเฟอีนในน้ำนมต่ำมากจนวัดไม่ได้ (ต่ำกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร) ฉะนั้นชาดำ กาแฟดำ สักแก้วในช่วงเช้าก่อนเริ่มงานก็ช่วยให้ความมึนงงจากการหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืนดีขึ้นได้ และยังช่วยให้สมองตื่นตัวพอที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้นะแม่ๆ

 
#คุณแม่รุ่นพี่ขอแชร์เทคนิคการ WORK-LIFE BALANCE