ไขข้อสงสัยไวรัส COVID19 รูปแบบใหม่มาจากไหน...กลายพันธุ์ได้จริงหรือแค่การทดลอง?

ประมาณเดือนสิงหาคม มีประกาศจากทางสาธารณสุขของประเทศมาเลเซียว่าพบการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด 19  โดยชื่อสายพันธุ์ที่แตกย่อยออกมาใหม่นี้ก็คือ “D614G”  ที่อาจสร้างความกังวลใจให้กับคนทั่วโลกหนักกว่าเก่า  เพราะมีแนวโน้มว่าจะกระจายเชื้อได้ไวขึ้นถึง  “10 เท่า” 

“D614G”  ร้ายแรงและน่ากลัวจริงหรือเปล่า? 


เรียกว่าเป็นเชื้อไวรัสที่อัพเกรดตัวเองได้เก่งจริงๆ  สำหรับ COVID19  ล่าสุดขณะที่อยู่ระหว่างการแยกและเพาะเลี้ยงเชื้อทดสอบกลุ่มผู้ป่วย ทางทีมวิจัยการแพทย์ในประเทศมาเลเซีย (Malaysian Institute for Medical Research) ดันไปค้นพบเชื้อไวรัส COVID19 กลายพันธุ์แตกย่อยไปเป็นอีกสายพันธุ์นึงชื่อ “D614G”  ซะงั้น!

ด๊อกเตอร์ นูร์ ฮิชาม อับดุลเลาะห์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียบอกว่า ไวรัสพันธุ์นี้ จริงๆ แล้วได้ถูกค้นพบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งดูทีท่าแล้ว วัคซีนที่ทางการได้วิจัยก่อนหน้าอาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสู้กับเชื้อโควิด19 สายพันธุ์นี้ได้ นอกเหนือจากนี้ทาง ดร.นูร์ ยังย้ำเตือนประชาชนในมาเลเซียว่า กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือคนที่อยู่ในชุมชนแออัด  เพราะหากผู้ป่วยเป็น Super Spreader การกระจายเชื้อจะไวเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณ 10 เท่า 




Source: Lizhou Zhang et al., Scripps Research
 

โควิด19 รูปแบบใหม่นี้เกิดจากการกลายพันธุ์?  


ข้อมูลจากทางหน่วยงานที่วิเคราะห์เศรษฐกิจ EIU (The Economist Intelligence Unit) ทำให้เราเข้าใจว่า จริงๆ แล้วเจ้า D614 นี้มันอาจมีการกลายพันธุ์อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าพอได้มีการทดลองค้นหาข้อมูลเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 (หรือเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิด Covid-19)  และคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงว่า  การเปลี่ยนแปลงของไวรัสรูปแบบไหนกันแน่ที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อในคนมากที่สุด ซึ่งสุดท้ายก็พบคำตอบว่าเป็นการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด19 ที่เรียกว่า “D614G” หรือที่บางสื่ออาจใช้คำว่า “D614G MUTATION”  นี่ล่ะที่เราต้องให้ความสำคัญ!

D614G นี้ย่อมาจากอะไร?  ความรุนแรงนั้นอยู่ในระดับไหน?


เว็บไซต์ The Medium.com บอกว่า ที่ตั้งชื่อว่า D614G นั้นเป็นเพราะการกลายพันธุ์นี้คือการเปลี่ยนแปลงของกรด amino acid ในตำแหน่งที่ 614 โดยเปลี่ยนจากกรด Aspartic acid (ตัวย่อคือ D ) ไปเป็นกรด Glycine  (ตัวย่อคือ G) ซึ่งจริงๆ แล้วบางคนอาจจะเรียกว่า G614 ไปเลย  ทั้งนี้เรื่องที่มาของชื่อมันไมใช่ประเด็นหลักแต่ประเด็นคือ สรุปแล้วสายพันธุ์นี้มันน่ากลัวกว่าเชื้อเดิมจริงหรือเปล่า?  

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร ์ คณะแพทยศาสตร ์จุฬาฯ บอกว่า ประเด็นหลักที่เป็นตัวการจริงๆ ก็คือการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มความรุนแรงของอาการแต่อย่างใด ขณะที่ข้อมูลของ Scripps Research ค้นพบว่าไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้จะแพร่เชื้อเข้าสู่เซลล์ได้มากกว่าสายพันธุ์เดิม  ซึ่งก็เป็นคำตอบว่าทำไมถึงมีการระบาดหนักในอิตาลีและนิวยอร์กเมื่อต้นปี 

 และถ้าดูจากภาพข้างล่าง ก็ทำให้เราพอประเมินได้แล้วว่า ความจริงเชื้อไวรัสโควิด19 สายพันธุ์นี้มีอยู่ในประเทศยุโรปสักพักแล้ว  ทำให้หายสงสัยว่าทำไมที่ยุโรปการระบาดถึงเป็นวงกว้างและว่องไวมาก
 

Source: CellPress
 

ต้องตระหนัก แต่อย่า ตระหนก  พร้อมรับมือเมื่อมาถึง! 


ต้องพูดกันตรงๆ ว่า สิ่งที่ทุกประเทศกำลังต่อสู้กับโรคระบาดนี้หลักๆ ก็คือยื้อให้มันมาถึงตัวช้าที่สุด ในระหว่างทางนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน ทุกภาคส่วน ถ้าย้อนไปอ่านข้อมูลที่ทางเราได้อธิบายไว้ว่า  “บางคนอาจไม่แสดงอาการ ไม่ป่วยแต่ก็สามารถแพร่เชื้อได้”  เพราะด้วยกับความแปลกใหม่พร้อมพัฒนาความซับซ้อนของตัวไวรัสเองก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง  โดยเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองตามหลัก NEW NORMAL  ไม่กลัวจนเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมรักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ