'ข้าวแช่' หอมฉ่ำชื่นใจ สูตร(ไม่)ลับดับร้อนฉบับชาววัง

ในวันที่อากาศร้อนระอุขนาดนี้ คิดถึงเมนูเพิ่มความสดชื่นอย่างเดียวเลยคืออออ “ข้าวแช่” อาหารไทยโบราณระดับชาววังเลยที่ทั้งรสชาติและวัตถุดิบดีต่อกาย ดีต่อใจ เด็กสมัยใหม่อาจจะไม่รู้จักก็ได้นะ วันนี้เราเลยพาทุกคนย้อนไปทำความรู้จักเจ้าเมนูดับร้อนสุดฮิตนี้กันดีกว่า



ความเป็นมาของเมนู "ข้าวแช่"
ข้าวแช่เดิมทีเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญแถบดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่า “เปิงด้าจ์ก” ที่แปลว่า ข้าวน้ำ ชาวมอญทำข้าวแช่เพื่อสังเวยแก่เทวดาและถวายพระสงฆ์ในช่วงตรุษสงกรานต์หรือวันสงกรานต์นั่นเอง

ด้วยความที่ราชวงศ์เจ้าไทยคุ้นเคยกับชาวมอญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เมนูข้าวแช่เลยได้อิทธิพลเข้ามาในประเทศไทยผ่านเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น เจ้าจอมผู้มีเชื้อสายมอญ ได้ถวายข้าวแช่ครั้นติดตามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ไปถวายราชการที่พระนครคีรี จ.เพชรบุรี ทำให้เป็นที่โปรดปรานของพระองค์มาก เจ้าจอมมารดาเลยได้มีการถ่ายทอดวิชาการปรุงข้าวแช่ให้แก่คนในราชสำนักนั้นด้วย จนต่อมาสูตรการทำข้าวแช่เริ่มเผยแพร่ไปนอกวังจนกลายเป็นที่นิยม

ในข้าวแช่มีอะไรบ้าง?
ข้าวแช่ประกอบไปด้วย ข้าวสุกขัดสีแช่ในน้ำลอยดอกไม้เย็น กินกับเครื่องกับข้าวต่าง ๆ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้นเลย

1. ข้าวสวยหุงด้วยน้ำใบเตยลอยในน้ำดอกมะลิ นอกจากข้าวจะอุดมไปด้วยวิตามิน B แล้วยังมีฤทธิ์เย็นแก้กระหาย แก้ร้อนใน ทำให้ร่างกายสดชื่น
2. ลูกกะปิทอด ถือเป็นหัวใจสำคัญของข้าวแช่เลย ทำมาจากปลาย่างมะพร้าวคั่วกะปิ ผัดกับหอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด อุดมไปด้วยโปรตีน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ป้องกันการเป็นลมช่วงหน้าร้อนด้วย
3. หรุ่ม หรือ พริกหยวกสอดไส้กุ้ง และเนื้อหมูสันนอกติดมันสับ อีกหนึ่งเครื่องเคียงที่ให้โปรตีนสูง ช่วยฟื้นฟูร่างกายเป็นอย่างดี
4. ไชโป๊วผัดไข่ หัวไชโป๊วมีสรรพคุณล้างพิษ ขับพิษ รวมถึงช่วยเรื่องการนอนหลับอีกด้วย
5️. ผักสด แค่ชื่อว่าผักก็อุดมไปด้วยวิตามินมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ววว

เคล็ด(ไม่)ลับเพิ่มความอร่อยในการกินข้าวแช่
แล้วกินยังไงให้เพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก? เคล็ด(ไม่)ลับก็คือการกินให้ถูกต้องตามสำรับโบราณนั่นเอง ซึ่งจะมีความละเอียดอ่อนนิดนึงนะ เพื่อรสสัมผัสที่ครบถ้วน เริ่มจากการกินเครื่องเคียงก่อนแล้วกินข้าวแช่พร้อมน้ำลอยดอกไม้ตามทีหลัง เคล็ดลับนี้จะช่วยข้าวแช่ยังคงกลิ่นหอมของดอกไม้ ไม่เป็นไขมันลอยอยู่บนผิวหน้า และไม่เสียรสชาตินั่นเอง

เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่สอดคล้องไปกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราได้เป็นอย่างดีเลย นอกจากนี้การแพทย์แผนไทยยังเชื่อว่าการกินข้าวแช่ซึ่งมีองค์ประกอบของน้ำ จะช่วยให้ย่อยง่าย ปรับสมดุลให้กับร่างกายและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยอาการต่าง ๆ เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก  ผิวหนังแห้ง ได้อีกด้วยยย

แจกพิกัดร้านตั้งแต่สตรีมฟู้ดไปยันมิชลินสตาร์
พูดมาขนาดนี้แล้วบางคนคงจะเกิดความอยากอยู่ไม่ใช่น้อย วันนี้เราก็มีพิกัดร้านข้าวแช่ชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่สตรีทฟู้ดถึงมิชลินสตาร์มาฝากทุกคนด้วยน้า ทุกร้านสามารถไปทานที่ร้านหรือจะสั่ง Delivery ก็ได้เลย
 
  • ร้านข้าวแช่แม่ศิริ บางลำภู
ประเดิมร้านแรกด้วยร้านดั้งเดิมแห่งย่านบางลำภูที่สืบทอดจากคุณทวดอบเชยมารุ่นสู่รุ่นจนถึงรุ่นที่ 5 แล้ว ด้วยความที่คุณทวดสืบเชื้อสายมาจากชาวมอญแท้ ๆ และการใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเยี่ยม จึงทำให้ข้าวแช่แม่ศิริมีรสชาติที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร
ราคา: 25 - 35.-
 
  • ร้านหลายรส
ข้าวแช่สูตรวังละโว้จากร้านอาหารไทยที่เปิดให้บริการกว่า 50 ปี พร้อมเครื่องเคียง 7 อย่างที่บรรจงปรุงอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้ที่ร้านยังมีอาหารไทยชาววังเมนูต่าง ๆ มากมายให้ลิ้มลอง
ราคา: 350.-
 
  • ร้าน Khao
ข้าวแช่สำรับร้านอาหารไทยพร้อมเครื่องเคียงพิเศษ รับประกันความอร่อยด้วยมิชลินสตาร์ปี 63 - 65 และเปิดขายเพียงรอบเดียวต่อปีเท่านั้น ไม่แปลกใจที่จะได้รับความนิยมเลยเพราะทั้งหน้าตาและรสชาติถือว่าเป็นเลิศไม่แพ้ร้านไหน
ราคา: ทานที่ร้าน 1,890.- / 2 ท่าน และกลับบ้าน 1,200.-
ระยะเวลา: วันนี้ - 31 พ.ค. 2567
 
  • โรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ
ยกระดับการกินข้าวแช่กันอีกสักหน่อยกับ “บุฟเฟ่ต์ข้าวแช่โรงแรมหัวช้าง” ที่ประณีตและใส่ใจตั้งแต่คัดเลือกวัตถุดิบจนไปถึงการพรีเซนต์ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับข้าวแช่ต้อนรับหน้าร้อนและรับความประทับใจกลับไปเต็มร้อยอย่างแน่นอน
ราคา: บุฟเฟ่ต์ 990.- / ท่าน และกลับบ้าน 1,190.-
ระยะเวลา: วันนี้ - 31 พ.ค. 2567
-->