มาเรียนรู้เคล็ดลับสุขภาพดี กับสองหนุ่ม EATERS สุดเซ็กซี่ 'ปั้น-โป้ง' !



เพิ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่า Fit & Foodie จริงๆ ก็หลังจากที่ได้คุยกับสองหนุ่มสุดฮอตดรีกรีนายแบบ ปั้น-ชัชพงศ์ หาญหฤหรรษ์ และโป้ง-ชูพัฒน์ หาญหฤหรรษ์ เจ้าของหุ่นเป๊ะปังที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาคือ “นักกินจุ” วันนี้เขาจะมาแชร์เส้นทางการเป็นนักกินจุกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มาดูกันว่ามีเทคนิคยังไงให้ Happy และ Healthy ไปได้พร้อมๆ กัน!! 

เพราะ “การวิ่ง” คือตัวจุดประกายให้หันมาดูแล “ร่างกาย” อย่างจริงจัง 
โป้งเล่าให้ฟังว่า “สมัยมัธยม เราทั้งคู่ชอบเล่นกีฬามาก แต่พอมาเรียนมหาลัย กีฬามันจะไม่เยอะเท่าตอนช่วงมัธยม ไม่ค่อยมีอะไรให้เราได้เล่นเลย… แต่พอมีโอกาสได้ซ้อมบอล ก็เลยทำให้ได้วิ่งเยอะขึ้น ซึ่งพอได้วิ่งบ่อยๆ แล้วมาสังเกตตัวเองในกระจก ก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายดูดีขึ้น มันเลยเป็นจุดที่ทำให้เริ่มอยากเข้าฟิตเนส อยากดูแลตัวเองให้มากกว่าเดิม คือเรารู้สึกได้ว่าร่างกายมันดูดีขึ้นเพราะการวิ่งจริงๆ” ซึ่งพอพวกเขาเห็นว่าตัวเองดูแข็งแรง ดูดีขึ้นจริง ก็เลยหันมาวิ่งและเข้าฟิตเนสเยอะขึ้น และแน่นอนว่าในเมื่ออินกับการวิ่งขนาดนี้ พวกเขาก็ไม่พลาดที่จะลงวิ่งมาราธอน “พวกเราลงวิ่งมาราธอนทั้งแบบฟูล ฮาร์ฟและมินิไปหลายสนามเลย” 

จากนายแบบผันมาเป็น “BIG EATER” เต็มตัว ได้ยังไง? 
เห็นหุ่นเป๊ะปังขนาดนี้ รู้มั้ยว่าพวกเขาเคยผ่านเวทีเดินแบบโชว์หุ่นอวดซิกแพคคว้าตำแหน่งหนุ่มผิวดีน่าลูบไล้ประจำ 2017 จากทาง Cleo มาแล้ว ซึ่งโป้งเล่าให้เราฟังว่า
“ช่วงนั้นโมเดลลิ่งติดต่อให้ไปประกวดหลายที่ทำให้คนรู้จักมากขึ้น แต่นอกจากจะชอบเดินแบบ ถ่ายแบบแล้ว เราก็ค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองโดยบังเอิญกันทั้งคู่ นั่นคือ ‘การกินจุ’ มันจะมีช่วงที่ตามร้านต่างๆ เขาจัดแข่งกินจุ ผมกับน้องจะไปท้าแข่งกับทางร้านเขา ตอนที่แข่ง เราก็กินไปเรื่อยๆ สุดท้ายผลออกมาคือเราชนะเฉยเลย ความรู้สึกตอนนั้นทำให้รู้ว่าเรื่องกินจุไม่ยากเกินความสามารถ คิดว่าพัฒนาให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ได้แน่ ผมสนุกกับมันมาก แล้วเริ่มมองเห็นความท้าทายที่มากขึ้นเรื่อยๆ”

ด้านปั้นบอกว่าที่มาของการค้นพบความสามารถนี้ สำหรับเขานั้นไม่ธรรมดาเพราะมันเกิดมาจาก ‘ความเมา’... “ผมจำได้ว่าตอนนั้นดื่มหนักแล้วเมามาก แต่จู่ๆ ผมก็กินไม่หยุดเลย ก็ตกใจเหมือนกัน แต่มันทำให้รู้ว่าเราสามารถกินจุได้มากจริงๆ”


วิธีดูแลตัวเอง…ฉบับนายแบบ VS. นักกินจุ 
ปัจจุบันทั้งคู่กำลังลงแข่งขันกินจุในรายการ “ศึกเจ้านักกิน” ซึ่งแน่นอนว่าภารกิจหลักที่ต้องทำทุกรอบคือการกิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาเข้าอย่างเดียว  แต่พวกเขาต้องเจอกับอุปสรรคในการดูแลรูปร่างก็คือการเบิร์นออก “เราต้องใช้ระยะเวลา 1-3 วันเพื่อฟิตร่างกายให้กลับสู่สภาพเดิม โดยการคุมอาหารต้องเข้มงวดกว่าปกติ ส่วนวิธีเวิร์คเอ้าท์ก็ไม่เหมือนกับตอนที่ฟิตหุ่นเป็นนายแบบ ตอนเป็นนายแบบ เราจะวิ่งอยู่ที่ 10 กิโลฯ ต่อวัน ซึ่งไม่เหมือนกับตอนนี้เลย เพราะต้องวิ่งให้ได้รอบเยอะขึ้น” นอกจากนี้ปั้นยังบอกเทคนิคว่าต้องฟิตร่างกายด้วยการยกเวทแบบ full-body ซึ่งค่อนข้างหนัก และต้องขยับตัวให้ได้ต่อเนื่องด้วย 

“ทานเยอะ”ร่างกายจะสะสมไขมันมากขึ้น…ต้อง “รีบเอาออก”
“ทุกครั้งที่กินไปเยอะมากเท่าไหร่ เราต้องรู้เอาไว้เลยว่าต่อให้ระบบเผาผลาญของเราดีแค่ไหน ร่างกายมันจะบวมขึ้นเอง คือพอต้องทานเยอะมาก่อนหน้า เราจะต้องเตือนตัวเองว่าต้องรีบเอาพวกไขมันที่ไม่ดีออกไป ต้องฟิตร่างกายให้เข้าที่ แล้วต่อด้วยการไดเอทแบบเข้มงวดคือกินน้อยกว่าการไดเอทแบบปกติ แต่ยังไงร่างกายมันจะไม่หิวมากอยู่แล้ว เพราะว่าก่อนหน้ารับอาหารเข้าไปในปริมาณมากอยู่พอสมควร” ซึ่งนี่คือสิ่งที่ปั้นบอกกับเรา โดยเขาเน้นว่าทุกคนไม่ควรละเลยต่อการออกกำลังกายในทุกๆ วัน เพราะเมื่อข้ามไปหนึ่งวัน วันถัดไปก็จะผลัดไปเรื่อยๆ และนี่คือการปล่อยให้ไขมันสะสมอยู่ในร่างกายนานขึ้น และเป็นการเพิ่มความยากในการลดน้ำหนักให้กลับสู่สภาพเดิมด้วย


ตารางลดน้ำหนักของสองแฝด… เมื่อต้องกินจุ
“ตารางออกกำลังของพวกเราคือ ตอนเช้าเล่นเวทแล้ววิ่งตอนเย็น 10 กิโลฯ หรือไม่ก็สลับมาวิ่งก่อนแล้วค่อยมาเล่นเวท ซึ่งในการยกเวทจะเลือกเล่นแบบ Full-body ทำต่อเนื่องไป ไม่มีหยุด เน้นเล่นหนักๆ ค่อนข้างออกแรงหนัก เช่น การทำ Bent press ต่อด้วยเด้ดลิฟท์ (Deadlift) บริหารกล้ามเนื้อหลัง แล้วทำสควอชต่อด้วยซิตอัพก่อนกลับมาที่ Bent press เหมือนเดิม ประมาณ 3-4 ท่านี้ที่ต้องทำติดต่อกันไม่หยุด เราจะใช้เวลาออกซ้ำๆ อยู่ประมาณ 40 นาที”

อิ่มแล้วนอนได้ แต่อย่าลืมเตือนตัวเองด้วย! 
โป้งเล่าว่าหลังจากการแข่งขันกินจุเสร็จ ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่ร่างกายจะพร้อมให้ออกกำลังฟิตทันที  “คือมันก็มีนะที่บางทีเราทานมาอิ่มๆ แบบจุกๆ แล้วก็นอนเลย เพราะพอเราอิ่ม พอรู้สึกว่าพักเต็มที่แล้ว ถ้าวันถัดไปร่างกายพวกเราพร้อมฟิต ก็จะเตือนตัวเองให้ลุกมาวิ่ง เอาไขมันสะสมออกเหมือนที่บอกเลย เพราะเรื่องเอาไขมันสะสมออกสำคัญมาก ถ้าวันไหนที่ติดธุระด่วน ก็จะจัดตารางการออกกำลังกายให้เร็วกว่าเดิม คือทุกวันเมื่อสภาพร่างกายเราพร้อมแล้ว การออกกำลังกายจะต้องทำทันที”

เพราะการดูแลสุขภาพทำได้ทุกคน
“พวกเราเชื่อว่าเรื่องสุขภาพมันสำคัญกับทุกคนหมด ไม่มีว่าสำคัญกับใครมากน้อยกว่ากัน ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร เป็นหมอ เป็นวิศวกร ทุกคนสามารถเป็นคนที่สุขภาพดีกันได้ทั้งนั้น แค่หันมาใส่ใจดูแลตัวเองกันให้มากขึ้น และไม่ละเลยต่อการออกกำลังกายในทุกๆ วัน เท่านั้นเอง” 

Tips ดูแลหุ่นให้เฟิร์มสไตล์ ปั้น-โป้ง
หนุ่มๆ บอกว่าพวกเขาเลือกที่จะออกกำลังกายหนักพร้อมการคุมอาหารอย่างจริงจังตามสัดส่วนของร่างกาย ส่วนเมนูที่ทานก็มีหลากหลาย ทั้งอาหารคลีน รวมไปถึง อกไก่ กะเพรา เนื้อสัตว์ติดมัน แต่อาจจะควบคุมปริมาณของการทานข้าว ลดการทานหวาน งดแป้ง ส่วนการคุมแคลฯ ก็จะอยู่ที่ 1000-1600 cal. ไม่เกินนี้ ซึ่งบางครั้งพวกเขาก็เลือกทานโปรตีนอย่างเดียวไปเลย อย่างเช่น อกไก่ เพื่อเป็นการเน้นการรักษากล้ามเนื้อในร่างกายเอาไว้โดยทานพร้อมกับผักนั่นเอง

บอกเลยว่าไม่มีข้ออ้างสำหรับคนที่อยากหุ่นฟิต หุ่นดีแน่นอน เหมือนกับที่สองหนุ่มได้บอกไป ต่อให้ทานจุแค่ไหน ถ้ารู้จักร่างกายตัวเองดี คุณก็จะสามารถจัดสรรการทานและการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง จำไว้ว่าเมื่อคุณเลือกที่จะทานเยอะก็ต้องออกกำลังให้หนักขึ้นตามไปด้วย ส่วนใครอยากติดตามผลงานของทั้งคู่ สามารถเข้าไปที่ช่องยูทูป TheFadd หรือเข้าไปส่งกำลังใจให้กับพวกเขาได้ที่ IG @pongpunthetwin