เปิดใจคุยไปกับเธอคนนี้ สาวทเวนตี้ซัมติงที่ล่าสุดตรวจพบว่ากำลังป่วยเป็นโรค “เบาหวาน”



ดูจากภายนอกเธอคือสาวยุคใหม่ที่เฮลธ์ตี้และแฮปปี้กับชีวิตแบบสุดๆ แต่ใครจะรู้ว่าที่จริงแล้วสาวทเวนตี้ซัมติงอย่าง "คุณบัว ณ เชียงใหม่" คนนี้กำลังป่วยเป็นเบาหวาน วันนี้เธอจะมาเปิดใจพร้อมแชร์สาเหตุของการป่วย และวิธีรับมือ... เราเชื่อว่าเคสตัวอย่างนี้จะทำให้คุณได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องสุขภาพจนต้องหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างแน่นอน



เพราะเป็นคนตามใจปาก…ทำให้  “เสพติดของหวาน”  
นิสัยของเธอคือเป็นคนชอบทานของหวาน เวลาว่างสิ่งที่ทำเป็นประจำคือการส่องเพจรีวิวอาหารอร่อย ไม่ว่าจะของคาวหรือของหวานเธอก็ไม่เคยพลาด “เราชอบส่องภาพของหวานในไอจีมาก และถ้าเห็นขนมหน้าตาดูดี ภาพสวยก็จะหาพิกัดทันที พอเจอแล้วก็จะรีบชวนเพื่อนไปกินเลย แต่ถ้าเพื่อนไม่ว่างก็จะชวนแฟนไปแทน” 

YES! นี่ล่ะบรรดาของหวานสุดโปรด…
เวลาเครียดหรือง่วงๆ เธอบอกว่าจะชอบทานของหวานเหล่านี้ “ที่ชอบมากเลยก็คือขนมหวานอบกรอบ น้ำอัดลม ไอศกรีม ชาไข่มุก น้ำหวาน น้ำชง แต่ที่ชอบเป็นพิเศษเลยก็จะเป็นชาไข่มุกกับน้ำหวาน” เพราะชอบทานของหวานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันเลยทำให้เธอทานได้เรื่อยๆ ซึ่งพอเราถามเธอว่า ในหนึ่งวันสามารถดื่มน้ำหวานได้มากสุดกี่แก้ว คำตอบที่ได้คือเธอจำไม่ได้ เพราะดื่มน้ำชงต่อวันไปหลายแก้วมาก 

 

ตารางเวิร์คเอาท์ “Empty” เพราะมีแต่คำว่าขี้เกียจ
มีช่วงหนึ่งเธอบอกเราว่าตัดสินใจหันมาฟิตหุ่นด้วยการเข้าฟิตเนสอยู่สองเดือน ซึ่งน้ำหนักของเธอก็ลดลงและรู้สึกกระชับขึ้นตามลำดับ แต่พอจบคอร์สเธอก็ตัดสินใจไม่ไปต่อ “วางแผนซื้อเครื่องออกกำลังกายไว้ที่บ้านหลังจบคอร์สเพราะเริ่มขี้เกียจ สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อเพราะที่บ้านรู้ว่าซื้อไปก็ไม่ออกอยู่ดี บวกกับเริ่มรู้สึกเหนื่อยๆ ตารางออกกำลังกายของเราเลยไม่มีซักที ส่วนเรื่องการกิน ปกติก็ไม่ได้คุมอยู่แล้ว” 

ร่างกายพัง…แต่ทำไมไม่รู้ตัว ? 
เธอยอมรับว่าเพราะความชิลเลยทำให้ไม่รู้เลยว่าสัญญาณเตือนร่างพังนั้นทยอยเข้ามาเพียบ “งานที่ทำอยู่คือต้องโฟกัสกับพวกตัวเลขและการวางแผนโฆษณา ส่วนใหญ่จะต้องมอนิเตอร์อยู่หน้าจอเกือบทั้งวัน เวลาอยากมีโมเมนต์ชิลๆ ก็จะหาอะไรมาเคี้ยวเรื่อยๆ ทานน้ำหวานถี่ๆ สักพักร่างกายก็เหมือนจะเตือนให้รู้แล้วว่าไม่โอเค เพราะรู้สึกอยากทานอะไรหวานๆ มากขึ้น เหมือนร่างกายขาดน้ำตาลไปเลยจริงๆ” และที่สำคัญมีอีกหลายสัญญาณเตือนที่เธอไม่ทันสังเกต นั่นก็คือปากแห้ง หิวน้ำบ่อย รวมถึงปัสสาวะบ่อยโดยเจ้าตัวเองเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเธอแค่ดื่มน้ำเข้าไปเยอะเท่านั้น 



ป่วยเป็น “กระเพาะปัสสาวะอักเสบ” แต่มาพร้อมค่าน้ำตาลที่…“สูงปรี๊ดด”
ระหว่างการรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการปัสสาวะบ่อย เธอก็พบว่าค่าน้ำตาลจากปัสสาวะสูงมาก “ตอนนั้นก็ตกใจมากเหมือนกัน ค่าน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 234 หมอบอกว่าไม่ปกติ เพราะมันสูงมาก เลยถูกส่งตัวไปที่แผนกเบาหวาน พออาทิตย์ถัดไปหมอเบาหวานนัดพบเพื่อตรวจเลือดอีกที ผลออกมาเขายืนยันเลยว่าเราเป็นเบาหวานแล้ว”

รับมือยังไงให้ใจยังแฮปปี้
หลังจากรู้ว่าตัวเองป่วยเธอรู้สึกช็อก แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเพราะการทานตามใจปาก เพราะฉะนั้นการที่จะอยู่กับภาวะนี้ได้คือ “ต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นเบาหวานร่างกายไม่ได้แย่มาก ใช้ชีวิตได้ตามปกติ นอกจากเรื่องการกินที่ต้องคุมแล้ว อีกอย่างที่ต้องรู้คือห้ามอด ทานหวานได้แต่ให้อยู่ในลิมิต แค่รู้เท่าทันก็อยู่กับมันได้เพราะมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด” ซึ่งวิธีคุมอาหารของเธอก็คือเลือกทานของหวาน 1 อย่างต่อสัปดาห์ “ถ้าเราสั่งชาเย็น ก็จะทานแค่นี้ แล้วทั้งอาทิตย์จะไม่สั่งของหวานเพิ่ม ตอนสั่งก็จะบอกว่าไม่ใส่ไซรัป แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ  ก็จะลองชิมของหวานอื่นเพิ่มแค่ให้พอรู้รส”


พูดคุยกับเธอมาสักพัก ก็ยิ่งทำให้เข้าใจว่า แม้จะป่วยเป็นโรค เราทุกคนสามารถแฮปปี้และสนุกกับชีวิตได้แบบไม่ต้องวอรี่ เพียงแค่ต้องมีสติและปรับพฤติกรรมตามความเหมาะสม ร่างกายและจิตใจก็จะดีไปเอง… และส่วนใครที่มีนิสัยติดของหวานเธอฝากบอกว่าเปลี่ยนได้ให้รีบเปลี่ยน เพราะถ้าเป็นแล้วจะอดลิ้มรสของโปรดเหมือนเธอแน่นอน