แจกความสดใส พร้อมรู้จักตัวตนเรียลๆ ของ 'แยม มทิรา'



เธอคนนี้เดินเข้ามาหาเราด้วยความสดใสและร้อยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ หลายคนรู้จักเธอในฐานะนักแสดง แต่วันนี้เราจะพามารู้จักกับตัวตนของ “แยม-มทิรา ตันติประสุต” ที่ภายนอกอาจจะดูเป็นสาวหวาน อ่อนไหวง่าย บวกกับความนิ่งที่ทำให้บางครั้งก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปเซย์ไฮด้วย แต่พอได้นั่งคุยกันแล้วเธอคือคนที่เต็มไปด้วยพลังบวก มีแนวทางการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สบายๆ ที่ทำให้เราตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว
 


เปิดเพลย์ลิสต์ครีเอท “Good Mood”
เห็นนิ่งๆ แบบนี้เธอเป็นอีกหนึ่งคนที่หลงรักในเสียงเพลงบิ๊วอารมณ์อยู่ตลอด เรียกได้ว่าเพลงคลาสสิกเธอก็รู้จัก เพลงเก่าๆ ที่บางคนอาจไม่ติดหูเธอก็ฟัง เธอเล่าว่าส่วนตัวเป็นคนชอบฟังเพลงมาก ฟังเพลงได้ตลอดเวลา อยู่ในรถก็ฟังเพลง ว่างก็ฟังเพลง เศร้าก็ฟังเพลง แฮปปี้ก็ฟังเพลง แถมยังฟังได้ทุกแนวด้วย เธอแอบกระซิบว่าเพลงโปรดช่วงนี้คือ “Starry Starry Night” ของ Lianne La Havas ส่วนเพลงเก่าก็มีของ Michael Jackson และศิลปินยุคเก่าอีกหลายท่านที่เราเองก็ไม่คุ้นหู นี่ล่าสุดที่มีคอนเสิร์ตของ Ed Sheeran เธอก็ไม่พลาด  
 
เพราะทุกวัน...คือการเต็มที่กับชีวิตและสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ในเรื่องของการทำงาน เธอเล่าว่า “เวลาทำงานแต่ละวันก็จะโฟกัสและเต็มที่กับวันนั้นไปเลย ไม่กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงมากเกินไป อย่างเช่น วันพรุ่งนี้ หรืออนาคตเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คือ ทุกวันนี้ โลกและสิ่งต่างๆ รอบตัวนั้นเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก มันยากมากที่จะรู้ว่าอนาคตข้างหน้าของตัวเองจะเป็นยังไง เลยคิดว่าควรจะทำหน้าที่ในแต่ละวันให้เต็มที่ดีกว่า แล้วใช้ชีวิตให้มีความสุขกับงานที่เรารักตรงนี้ในแต่ละวัน ยิ่งตอนนี้เรียนจบแล้ว ก็อยากเต็มที่กับงานในวงการบันเทิงแบบ Full-Time ไปเลย”
 


นอกจากรู้ตารางเวลาแล้ว...ความอดทนก็ต้องมาด้วย
ช่วงเรียนมหา’ลัยเธอบอกว่าต้องมีทั้งความขยันและความอดทนที่เยอะพอสมควร  เพราะมีทั้งงานและการบ้านที่ต้องส่งอาจารย์ สิ่งสำคัญคือต้องแบ่งเวลาควบคู่ไปตลอดเพราะว่าเธอไม่สามารถหยุดเรียนได้เกิน 3 ครั้ง “ตอนนั้นเลยคุยกับกองถ่ายว่าเราถ่ายได้ช่วงไหนบ้าง และก็เลือกเรียนที่เป็นคลาสตอนเช้าเพราะตอนบ่ายมีถ่ายงาน หรือวันไหนที่ต้องเรียนทั้งวันก็ไม่ได้ให้คิวถ่ายเลยค่ะ ทุกอย่างต้องทำแบบประคับประคองกันไป ช่วงปี 4 มีเรียน 7 ตัว เป็นช่วงที่หนักอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นเกรดตกลงไปเลย แต่โชคดีที่เพื่อนช่วยไว้เยอะมาก รอดเพราะเพื่อนๆ เลย เรียกว่าความอดทนกับการแบ่งเวลา สำคัญมาก และถ้าแยมต้องอ่านหนังสือก็จะนำไปอ่านที่กองบ่อยเลย พยายามหาเวลาอ่านหนังสือแล้วก็ให้เพื่อนช่วยติวไปด้วย”
 
การปรับตัวเองอยู่เสมอ ทำให้เราเรียนรู้คนอื่นมากขึ้น
“สำหรับตัวแยมเอง เมื่อก่อนปัญหาที่เคยรู้สึกว่ายากที่สุดคือเรื่องของการพบปะผู้คนใหม่ๆ การปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น มันไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย เพราะเป็นคนขี้อายมาก ทำให้เข้าหาคนอื่นไม่ค่อยเก่ง พอเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยกับคนอื่นเขายังไงดี พอมาทำงานเลยต้องปรับตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องพบเจอผู้คนใหม่ๆ อยู่เสมอ และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการปรับตัวจริงๆ เลยก็คือเวลาเจอคนที่มีนิสัยต่างกัน มันจะยิ่งทำให้เรียนรู้จุดที่ต้องพยายามปรับตัวเพื่อจะได้เข้าใจคนอื่นๆ มากขึ้นไปด้วย”
 


How to be positive...
อย่างที่บอกว่าพอนั่งคุยกัน เรามองว่าเธอเป็นคนที่มีความโพสิทีฟมากคนหนึ่งเลยล่ะ “เราต้องเข้าใจว่าทุกคนมีมุมดาร์กของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ ถ้าเรื่องบางเรื่องมันไม่ได้หนักหนา ก็แค่ปล่อยผ่านไป ช่างมัน...เพราะเราคือตัวกำหนดความสุขของตัวเอง” อีกหนึ่งอย่างที่เรียกว่าเป็นคติที่เธอยึดถือในการทำงานมาตลอดคือ “ทำอะไรพยายามทำให้ดี อย่าให้คนอื่นมาว่าเราได้ อย่ามาสาย ให้ใช้ชีวิตให้ดีที่สุดในแต่ละวัน ขอแค่มีความสุข มีงานที่ดี แค่นี้ก็พอแล้ว”
 
“นิ่งอย่างมีสติ ก็ช่วยลดปัญหาและความวุ่นวายได้”
เราเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าความอดทนและนิ่งของมนุษย์นั้นมีขีดจำกัด แต่เธอคนนี้ใช้มันได้อย่างมีสติ “เวลาเกิดปัญหาหนักตรงหน้า แยมจะนิ่งไว้ก่อนเลยค่ะ แต่ในใจนี่คิดอยู่นะ คือพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนั้นให้มากๆ และก็พยายามนิ่งๆ ไว้ด้วย บางอย่างที่ไม่เข้าใจก็จะค่อยๆ คิดว่ามันคืออะไร ทำไมมันเป็นแบบนั้น มีอะไรที่พอแก้ไขได้ด้วยตัวเองบ้างมั้ย  และจะไม่ไปแสดงออกหรือเข้าไปยุ่งกับปัญหาตรงนั้นตรงๆ ค่ะ แยมเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ดีกว่าค่ะ และถ้ามันเป็นปัญหาที่หนักจริงๆ ก็จะปรึกษาคุณแม่ ขอคำแนะนำอย่างมีสติ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่เข้าใจอะไรมากกว่าเราอยู่แล้ว” 
 


ไม่อยากป่วยต้องรู้จัก “ควบคุมการกิน”
ถึงแม้เธอจะไม่ใช่สายนักกีฬา แต่นอกจากการออกกำลังกายโดยการตีแบตมินตันบ้างเป็นครั้งคราวแล้ว เธอก็ให้ความสำคัญกับการกินด้วยเหมือนกัน “แยมจะพยายามไม่กินเยอะค่ะ  คือต้องรู้ตัวเองว่าตอนนี้เรากินเยอะเกินไปแล้วหรือเปล่า ถ้าอยากกินมากจะกินแค่ชิ้นเดียว ให้พอหายอยาก  อย่าลืมว่าสิ่งที่กินในตอนนี้มันสามารถส่งผลกระทบในอนาคตได้ เช่น เป็นโรคเบาหวาน เลยอยากให้ทุกคนที่ไม่ควบคุมการทานคิดถึงผลกระทบนี้ในอนาคตด้วยค่ะ พยายามดื่มน้ำให้มากๆ ค่ะ อย่างแยมเองจะดื่มน้ำระหว่างมื้อเยอะ ทำให้ทานได้น้อย เพราะมันจะอิ่มเร็วค่ะ”

สิ่งที่เธอ addict สุดตอนนี้
ช่วงนี้เธอกำลัง addict ซีรี่อยู่ 2 เรื่องด้วยกัน "ช่วงนี้ติดซีรีย์เรื่อง Good Girls ใน Netflix เป็นซีรีส์แนวคอมมาดี้อารมณ์ดี ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเป็นซีรีส์แนววิทยาศาสตร์อย่าง Wayward Pines ทางช่อง Fox เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างเมืองเมืองหนึ่งขึ้นมา เพราะว่าเขาเห็นความบกพร่องของมนุษย์ว่าอาจจะกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาด แนวเรื่องมันจะซับซ้อน" ซึ่งเธอคอนเฟิร์มว่าสนุกมากถึงขั้นดูคืนเดียวจบทั้งซีซั่นเลยล่ะ

และนี่ก็คือตัวตนแบบเรียลๆ ของแยม มทิรา สาวที่มาพร้อมกับความสดใสและพลังบวกอย่างเต็มเปี่ยม เธอยอมรับว่าบางทีเวลาเธอไม่ได้ยิ้มแล้วหน้าจะบึ้ง ซึ่งอาจทำให้ใครหลายๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าเธอหยิ่งได้ แต่จริงๆ แล้วเข้ามาคุยทักทายได้เลยนะ เพราะถ้าเข้ามาคุยแล้วจะรู้ว่าเธอไม่ได้หยิ่งอย่างที่คิดแน่นอน