'ลูกแพร์' สาวห้าวหน้าหวาน...เธอคือผู้พิชิตเส้นทาง Via Ferrata ที่สูงที่สุดในโลก

เราบังเอิญเจอ ‘ลูกแพร์’ นนทกร เฉลิมนัย  สาวสวยหุ่นบางคนนี้เธอมีดีกรีเป็นอดีตเชียร์ลีดเดอร์งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 68 บัณฑิตจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์  เธอเป็นคนหนึ่งที่ชอบท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์มาก การันตีได้จากการสามารถพิชิตเส้นทางเดินเขาแบบ Via Ferrata ที่กินเนสส์บุ๊คบันทึกว่าสูงที่สุดในโลก มาแล้ว



เทศกาล Holi ก้าวแรกจาก Comfort zone
เธอเคยเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ Comfort zone จนเมื่อได้ออกเดินทาง ก็รู้ตัวว่าการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ คือ สิ่งที่เหมาะกับเธอ "เราติดการเที่ยวแบบลุยๆ ตั้งแต่เด็กๆ ชอบขอไปเที่ยวกับครอบครัวของคุณอาแทบทุกที่ ขับรถ กางเต็นท์ ค่ำไหนนอนนั่น พอช่วงเรียนมหาวิทยาลัยพ่อแม่ค่อนข้างหวง เป็นห่วง ไม่ยอมให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ เลย พอเรียนจบ จึงตัดสินใจไปอินเดียกับเพื่อน 2 คน ทริปนั้นน่าจะเป็นการออกจากพื้นที่ Comfort zone ของตัวเองจริงๆ ซึ่งหลังจากนั้นพ่อแม่ก็ไม่เคยบ่นหรือห้ามไม่ให้ไปไหนอีกเลย"

Adventure ครั้งแรกที่ภูเขาไฟ Bromo – Kawah Ijen 
เธอเล่าว่าจุดเริ่มต้นของการเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ครั้งแรก น่าจะเป็นเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วที่ภูเขาไฟ Bromo – Kawah Ijen ประเทศอินโดนีเซีย "ทริปนั้นทำให้เราติดใจภูเขาสูง เพราะไม่ใช่แค่สวย แต่ยังต้องใช้ความพยายามในการเดินขึ้นไป เหมือนการท้าทายและเอาชนะใจตัวเอง บางช่วงรู้สึกเหนื่อยมาก คิดว่าขึ้นมาทำไม ไม่มาแล้วดีกว่า แต่สุดท้ายพอไปถึงที่หมายแล้วเหมือนเราได้ให้รางวัลตัวเอง"



เส้นทางสุดโหด...มุ่งสู่ภูเขาไฟ Rinjani 
"ตอนไปปีนภูเขาไฟรินจานี รู้สึกเลยว่าเส้นทางโหดมาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะเรายังออกกำลังกายไม่พอ ทำให้รู้สึกเหนื่อย ตอนนั้นเราเดินช้ามาก พระอาทิตย์ขึ้น สว่างก็ยังไม่ถึง เลยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย"

ฟิตอีกครั้ง เพื่อพิชิตยอดเขา Kinabalu ในเส้นทาง Via Ferrata ที่สูงที่สุดในโลก
หลังจากทริปรินจานี เธอก็พยายามฟิตร่างกายให้มากขึ้น "ก่อนไปคินาบาลู แพร์ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนเริ่มออกกำลังกายโดยเน้นสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง โดยวิ่งวันละ 5 กม.ในวันเสาร์อาทิตย์ และเปิดยูทูปออกกำลังกายตอนเช้าก่อนไปทำงานประมาณ 30-60 นาที พออยู่ที่คินาบาลู แพร์กับเพื่อนร่วมทริปและไกด์รวม 4 คน ออกจากจุดเริ่มต้นจนถึงเบสแคมป์ระยะทางประมาณ 6 กม. ซึ่งเส้นทางเป็นการเดินขึ้นเขาอย่างเดียว รู้สึกเหนื่อยพอสมควรแต่มันรู้เลยว่า การออกกำลังกายทำให้มีแรงมากขึ้น เดินได้มากขึ้น สามารถเดินได้เรื่อยๆ ไม่ต้องหยุดพักนาน จนไปถึงที่พักและนอนค้าง  1 คืน"



สุขที่สุด เมื่อถึงยอดเขา Kinabalu เป็นคนแรกๆ
"วันรุ่งขึ้นเราเริ่มเดินประมาณตีสอง เพื่อเดินขึ้นยอดเขาในเส้นทางที่ชันมากๆ ระยะทางประมาณ 3 กม. ตอนนั้นต้องค่อยๆ ไต่ไปทีละนิด ตามจังหวะของตัวเองไปเรื่อยๆ โฟกัสกับตัวเองจนในที่สุดก็ถึงจุดก่อนฟ้าสว่าง เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่ได้รอดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาที่สูงถึง 4,000 เมตร" แต่ความฟินยังไม่จบเท่านี้ เพราะจุดพีคคือสิ่งที่กำลังตามมา "เราต้องลงจากจุด summit มาถึงจุดนัดพบเพื่อที่จะเดินต่อในเส้นทาง Via Ferrata ที่กินเนสส์บุ๊คบันทึกว่าสูงที่สุดในโลก กรุ๊ปเรา 4 คนเดินเรียงแถวไปตามหน้าผาซึ่งมีอุปกรณ์เซฟความปลอดภัยร้อยไปกับหน้าผา ระยะประมาณ 1 กม. คือสูงมากกก พอมองออกไปคือสวยเกินคำบรรยาย ได้เห็นทั้งเมืองที่อยู่เบื้องล่าง และเมฆที่ลอยอยู่เบื้องบน"

เป้าหมายต่อไป Everest Base Camp
และนี่คือจุดมุ่งหมายต่อไปที่เธอบอกว่าอยากไปมาก "ตอนนี้ก็อ่านรีวิวไปเรื่อยๆก่อน เพราะต้องใช้เวลาฟิตร่างกายมาก อาจเป็นอีก 2-3 ปีข้างหน้า"



‘ประสบการณ์’ สิ่งล้ำค่า ที่ได้จากการเดินทาง
ในการเดินทางแต่ละครั้ง ประสบการณ์ก็แตกต่างกันไป "แพร์จะได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากชีวิตประจำวัน ความสวยงามของธรรมชาติที่รอเราไปค้นพบ และการเดินทางไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่เป็นสิ่งที่เราต้องออกไปค้นหา จริงๆ อยู่ที่ใจของเราเลยนะ ถ้าเราอยากไป ก็ไปเถอะ ต้องลองดูสักครั้ง อาจจจะติดใจก็ได้"

ก่อนเดินทางแต่ละครั้ง 'ข้อมูล' คือสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม
"อย่างทริปภูเขาไฟ เราก็จะอ่านข่าวว่ามีภูเขาไฟระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เพื่อประเมินความปลอดภัยเบื้องต้น แต่เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ จึงทำประกันการเดินทางก่อนทุกครั้ง"
"ส่วนการดำน้ำแต่ละทริป ต้องเลือกเอเจนซี่ที่มีมาตรฐาน"
"ของที่แพร์พกติดตัวไปทุกทริป คือ กล้องถ่ายรูป หมวก ปากกา ครีมบำรุง ครีมกันแดด เครื่องสำอางนิดหน่อย นอกจากนั้นก็แล้วแต่ทริป ว่าเราจะเดินทางไปไหน ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ"

ปัจจุบัน ลูกแพร์-นนทกร เฉลิมนัย เป็นเออี ออร์แกไนเซอร์ ที่ใช้ชีวิตควบคู่ระหว่างทำงาน ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว อย่างสมดุล