กินอาหารตาม 'ธาตุเจ้าเรือน' แบบไหนถึงเหมาะกับเรา?

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ธาตุเจ้าเรือน” กันมาบ้าง แต่รู้มั้ยว่าธาตุเจ้าเรือนนั้นสามารถบอกถึงนิสัย และบุคลิกภาพภายนอก รวมถึงแนวโน้มของอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราอยู่บ่อยๆ ได้ด้วย วันนี้เราเลยไปปรึกษา คุณหมอฝน หรือ พท.ป.ชลาลัย โชคดีศรีจันทร์ แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตำแหน่งแพทย์แผนไทยชำนาญการ ว่าจริงๆ แล้วเรื่องที่หลายคนเคยได้ยินมามันจริงมั้ย? แล้วกินแบบไหนถึงจะเหมาะกับเรากันแน่ล่ะเนี่ย?
 


#จาก “ภูมิปัญญา” ถ่ายทอดผ่าน “รุ่นสู่รุ่น”
มาทำความรู้จักที่มาที่ไปจากภูมิปัญญาในสมัยโบราณ
“ความรู้แพทย์แผนไทยมีจุดเริ่มต้นมาจากภูมิปัญญาคือการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ซึ่งมีการเรียบเรียงตำราเรียนกันจริงๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยการนำแพทย์แผนไทยมาเรียบเรียงเป็นตำราต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเข้าใจว่ามีการหยิบยกการอธิบายธาตุต่างๆ มาจากพระไตรปิฎก และเอามาใช้ในการอธิบายความเจ็บป่วยของร่างกายเราด้วย ถ้าใครที่เคยฟังบทสวดก็จะมีบทอย่างพิจารณาสังขาร เช่น ตะโจ คือ หนัง, มังสัง คือ เนื้อ, นะหารู คือ เอ็น, อัฏฐี คือ กระดูก ซึ่งถ้าตีความหมอเข้าใจว่าพุทธศาสนานั่นแหละที่ทำให้เราเข้าใจว่าร่างกายของเราประกอบไปด้วยอะไรบ้าง”

#รู้ไว้ก่อน “ธาตุเจ้าเรือน” คืออะไร?
“เจ้าเรือน” คืออีกหนึ่งวิธีที่แพทย์แผนไทยใช้เพื่อทำความเข้าใจคนไข้แต่ละคนและใช้เพื่อประกอบการวางแผนการรักษา
“การเข้าใจเจ้าเรือนนอกจากนําไปสู่การรักษาแล้ว ยังนําไปสู่การแนะนําการรับประทานอาหารที่เหมาะสมอีกด้วย ร่างกายคนเรานั้นประกอบไปด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งจะได้รับการควบคุมด้วยระบบ และกลไก 3 ประการ คือ ปิตตะ (ระบบแห่งความร้อน) วาตะ (ระบบการเคลื่อนไหว) และเสมหะ (ระบบการควบคุมสารเหลว) ถึงแม้ทุกคนจะมีองค์ประกอบของธาตุเหล่านี้จนเกิดเป็นร่างกายมนุษย์เหมือนกัน แต่ความสามารถในการทำงานของแต่ละธาตุนั้นไม่เท่ากัน จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้มีลักษณะทางกายภาพ บุคลิกภาพ หรือแม้กระทั่งความสามารถต่างๆ นั้น แตกต่างกันไป ในภาวะที่ร่างกายเป็นปกติและไม่ได้มีความเจ็บป่วย ธาตุใดที่มีความโดดเด่นมากธาตุนั้นคือธาตุเจ้าเรือน อย่างไรก็ดี ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเพียงแค่ธาตุเดียว ส่วนมากมักมีเจ้าเรือน 2 ธาตุร่วมกัน”
 
#ธาตุทั้ง 4 เปรียบเสมือน “เลโก้”
“ธาตุทั้ง 4 คือส่วนประกอบเป็นชิ้นๆ คล้ายกับเลโก้ที่จะเอามาต่อกันเป็นร่างกายของเราโดยแบ่งออกเป็น ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งจริงๆ แล้วแต่ละคนจะมีการทำงานของธาตุที่แตกต่างกันออกไป อย่างบางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เพราะนั่นอาจเป็นเพราะธาตุไฟมีกำลังมาก โดยทั่วไปแล้วแต่ละคนจะไม่มีธาตุใดธาตุหนึ่งเป็นเจ้าเรือนแบบเพียวๆ คนส่วนใหญ่จะเป็นธาตุผสมอย่างน้อยๆ คือ 2 ธาตุในร่างกาย”
 



#ตรีโทษ…ตัวคุมทุกการทํางานในร่างกาย
“ระบบปิตตะ วาตะ เสมหะ หรือ “ตรีโทษ” จะเป็นตัวคุมทุกการทํางานในร่างกาย ซึ่งถ้าระบบทั้ง 3 ทํางานประสานกันได้อย่างลงตัว เราก็จะไม่มีอาการเจ็บป่วย แต่ถ้ามีระบบใดระบบหนึ่งถูกกระทบจากพฤติกรรมสุขภาพที่ผิด เช่น การกิน การนอน ความเครียด หรือจากอุบัติเหตุ หรือเสื่อมไปตามอายุ ก็จะทําให้ร่างกายเกิดความเจ็บป่วยได้ จึงจัดหมวดหมู่ของปิตตะ วาตะ เสมหะ ว่าตรีโทษ ซึ่งก็คือ 3 สิ่งที่สามารถทําให้ร่างกายเกิดความเจ็บป่วยหรือเกิดโทษกับร่างกาย ซึ่งทั้ง 3 ระบบนี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในร่างกายของเราตลอดเวลาในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นั่นเอง” ระบบต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กับธาตุเจ้าเรือน คือธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุใด ระบบนั้นก็จะมีกำลังมากเหมือนกัน
 
#ค้นหาธาตุเจ้าเรือนของตัวเอง
การค้นหาธาตุเจ้าเรือนของแต่ละคนอย่างถูกต้องและละเอียดนั้น 
“โดยปกติแล้วแพทย์จะสอบถามวัน เดือน ปี เกิด ซักประวัติ และตรวจเพื่อประเมินภาวะสุขภาพ ลักษณะทางกายภาพ บุคลิก การเจรจาพูดคุย จึงจะพิจารณาได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่การดูตามเดือนเป็นเพียงวิธีการตรวจธาตุเจ้าเรือนแบบง่ายๆ อาจมาจากหลักโหราศาสตร์ แต่หากพิจารณาเราจะพบว่าช่วงเดือนมีความสัมพันธ์กับฤดูกาล และในอดีตฤดูกาลมีความสัมพันธ์กับสภาพอากาศ และอาหารซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ แต่ในปัจจุบันอาจไม่สามารถคาดคะเนได้อย่างชัดเจนเพราะเราสามารถกำหนดสิ่งแวดล้อมเองได้ และอาหารการกินก็ไม่ได้เป็นไปตามฤดูกาลเช่นในอดีต” คุณหมอได้เน้นย้ำเลยว่าธาตุเจ้าเรือนไม่ใช่สิ่งที่ไว้ใช้ตัดสินคน แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถเข้าใจร่างกาย และลักษณะทั่วไปทางกายภาพเท่านั้น

ตัวอย่างการดูตามเดือน เช่น
  • ธาตุดิน คนที่เกิดในเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
  • ธาตุน้ำ คนที่เกิดในเดือน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน
  • ธาตุลม คนที่เกิดในเดือน เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน
  • ธาตุไฟ คนที่เกิดในเดือน มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม

#ธาตุดิน



บุคลิก-ลักษณะนิสัย : ธาตุดินเป็นคนรอบคอบ มั่นคง ดูภายนอกจะดูเป็นคนแข็งๆ มีความเป็นตัวเองแต่เงียบ รับฟังแต่ไม่ค่อยพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไร มีความดื้อ ขี้น้อยใจ ไม่ค่อยฟังใคร

สุขภาพ : เป็นคนโครงสร้างค่อนข้างแข็งแรงกว่าธาตุอื่นๆ โครงสร้างใหญ่ มวลกระดูกค่อนข้างหนา ผมเส้นใหญ่ ผิวแข็งแรง เนื้อเล็บหนา

อาการเจ็บป่วยทั่วไป : ธาตุดินไม่ค่อยมีอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ถ้าป่วยจะค่อนข้างรุนแรง เช่น เนื้องอก ริดสีดวง เป็นต้น

สมุนไพรเพื่อปรับสมดุล : ธาตุดินควรกินฝาด หวาน มัน เช่น ยอดผัก เปลือกมังคุด ขมิ้นชัน ถั่วหรือธัญพืชต่างๆ
 
#ธาตุน้ำ




บุคลิก-ลักษณะนิสัย : ธาตุน้ำเป็นผู้ตามที่ดี เป็นผู้ฟัง พูดช้า ชอบอยู่นิ่งๆ เป็นนักปฏิบัติที่ดี สามารถเคลิ้มไปกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย น้ำเสียงไพเราะ ตัดสินใจช้า อดทน ใจเย็น เก็บอารมณ์เก่ง มีความเป็นมิตร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดูเป็นคนเชื่องช้ามากกว่าคนธาตุไฟและลม

สุขภาพ : ผิวพรรณดี ผิวฉ่ำน้ำ นัยน์ตาฉ่ำน้ำ ผมดกดำ เสียงดี น้ำหนักขึ้นง่าย ลงยาก นอนหลับสนิท เหงื่อออกน้อย ขัยถ่ายปกติ

อาการเจ็บป่วยทั่วไป : บวม ซึมเซา ไอ  รู้สึกหนักเนื้อหนักตัว

สมุนไพรเพื่อปรับสมดุล : ธาตุน้ำควรกินสมุนไพรที่มีรสหวาน เปรี้ยว เช่น มะนาว มะเขือเทศ มะกรูด ใบมะขามอ่อน มะขามป้อม ตระกูลเบอรี่ต่างๆ
 
#ธาตุลม




บุคลิก-ลักษณะนิสัย : คนธาตุลมจะดูเป็นคนสนุกสนาน พูดเก่ง พูดเร็ว เดินเร็ว ไม่ชอบอยู่นิ่ง ไม่ค่อยมีสมาธิ ช่างคิดช่างฝัน ชอบคิดมาก บางครั้งฟุ้งซ่าน ไม่ชอบกฎเกณฑ์ รักอิสระ ชอบเข้าสังคม มีความอดทนต่ำ

สุขภาพ : ผมแห้งกรอบ ผิวหนังแห้ง ข้อกระดูกลั่นก๊อบๆ แก๊บๆ นอนหลับยาก หลับไม่สนิท ฝันบ่อย

อาการเจ็บป่วยทั่วไป : อ่อนเพลียง่าย ไม่ค่อยมีแรง ปวดเมื่อย ท้องผูกง่าย

สมุนไพรเพื่อปรับสมดุล : ธาตุลมควรเลือกกินสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อน เพราะคนธาตุลมมีลมอยู่ในร่างกายค่อนข้างเยอะ เช่น กระชาย ตะไคร้ ขิง กระเทียม พริกไทย โหระพา ยี่หร่า  เป็นต้น

#ธาตุไฟ 




บุคลิก-ลักษณะนิสัย : คนธาตุไฟมีบุคลิกที่ชัดเจน มีความชัดในวิสัยทัศน์ของตัวเอง มีความเป็นผู้นำ ชอบให้คนอื่นฟังมากกว่า เป็นคนพูดเสียงดังฟังชัด กล้าหาญ สติปัญญาดี ชอบความท้าทาย ไม่เกรงกลัวอุปสรรค มีความรับผิดชอบ จริงจัง อารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่าย

สุขภาพ : แพ้ง่าย ผิวมัน ผมเส้นเล็กหรือละเอียด มีระบบการย่อยอาหารและการเผาผลาญที่ดูดซึมดี หิวบ่อย กินจุ ท้องเสียได้ง่าย หลับง่าย ตื่นไว

อาการเจ็บป่วยทั่วไป : โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการเจ็บป่วยจากความร้อน เช่น ทอนซิลอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หนังศีรษะมัน มีรังแค เป็นต้น

สมุนไพรเพื่อปรับสมดุล : ธาตุไฟควรกินสมุนไพรที่มีรสขม เย็น จืด โดยเฉพาะเมนูที่มีสมุนไพรรสเย็นจะช่วยลดความร้อนในร่างกายของคนธาตุไฟได้ เช่น มะระ ฟักเขียว ใบบัวบก แตงกวา หัวไชเถ้า มะเขือม่วง กะหล่ำปลี ตำลึง ว่านหางจระเข้ เป็นต้น
 
#สร้างสุขภาพอย่างสมดุลโดยแท้จริง
ธาตุเจ้าเรือนไม่ได้แปลว่าเราต้องกินอาหารตามธาตุไปตลอดชีวิต และแต่ละคนไม่ได้มีการทำงานของธาตุนั้นแค่อย่างเดียวแต่ธาตุเจ้าเรือนนั้นเป็นความรู้ที่เราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยการเข้าใจว่าธาตุใดจะปรากฏลักษณะไหน เพื่อให้รู้ว่าหากการเจ็บป่วยลักษณะนี้ปรากฏแสดงว่าธาตุใดที่เสียสมดุล ดังนั้น
“อาหารตามธาตุไม่ใช่แค่เราอยู่ธาตุนั้นๆ ก็กินแต่อาหารชนิดที่กล่าวมา แต่ให้เราหมั่นสังเกตตัวเองว่าตอนนี้ร่างกายของเรามีตรงไหนผิดปกติ หรือมีธาตุไหนผิดปกติไหม เช่น ถ้าเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีความร้อนเยอะ อย่างเป็นร้อนใน ก็ควรกินอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ไม่ว่าจะธาตุไหนๆ ก็สามารถเกิดโรคได้ เพราะเกิดจากพฤติกรรมก่อโรค ซึ่งธาตุเจ้าเรือนอาจจะเป็นพื้นเดิมของร่างกาย แต่ในทุกๆ วันที่เราทำพฤติกรรมก่อโรคบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำๆ มันย่อมสามารถทำให้เกิดโรคขึ้นมาได้เหมือนกัน ธาตุแต่ละธาตุก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ เหมือนร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมที่ก่อโรค ดังนั้นไม่ว่าธาตุไหนๆ ก็ป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ถ้ายังมีพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพอยู่นั่นเอง”