ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 4 ยังมีความจำเป็นอยู่มั้ย?

เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยว่า “สรุปแล้ว…ฉันควรจะฉีดเข็ม 4 ดีมั้ยนะ?” เพราะด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไทยก็ยัง (แอบ) น่าหวั่นใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ฉีดก็กลัวจะติด ถ้าฉีดก็กลัวร่างกายจะรับไม่ไหว ประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 (เข็มกระตุ้น) เลยกลายเป็นเรื่องที่สังคมกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง ถ้างั้นเราลองมาฟังข้อมูลจาก ผศ.นพ. มนต์เดช สุขปราณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเมดพาร์ค เพื่อไขข้อข้องใจกันว่าจริงๆ แล้วหากจะรับมือกับโอไมครอนอย่างอยู่หมัด วัคซีนเข็ม 4 มีความจำเป็นอยู่หรือเปล่า?



เจาะลึกประสิทธิภาพเข็มสามต่อสายพันธุ์โอไมครอน
หลังจากที่เราใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 มากกว่า 2 ปี อย่างที่รู้กันดีว่าระดับภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนต่อเชื้อไวรัสนั้นจะเริ่มลดลงหลังจาก 6-8 เดือน นั่นจึงเป็นที่มาของการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นที่มีความจำเป็นเป็นอย่างมาก หลังจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์โอไมครอน ผศ.นพ. มนต์เดช อธิบายว่า “ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนมีจุดกลายพันธุ์มากถึง 30 จุดที่ส่วนยึดจับกับตัวรับบนผิวเซลล์ ทำให้หลุดรอดภูมิต้านทานได้มากกว่าเดิม และทำให้ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีน 2 เข็มอาจไม่เพียงพอ”

อย่างการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine ซึ่งทำการศึกษาระหว่างการแพร่ระบาดของโอไมครอน (พฤศจิกายน 2564 - มกราคม 2565) จะเห็นได้ว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าแทบไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อแบบไม่มีอาการได้เลย หลังจากได้รับวัคซีน 2 เข็มตั้งแต่ 20 – 24 สัปดาห์ ในขณะที่ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์อยู่ที่ 65.5% ก่อนจะลดลงเหลือเพียง 8.8% หลังจาก 25 สัปดาห์ และวัคซีนโมเดอร์น่าอยู่ที่ 75.1% ก่อนลดลงเหลือ 14.9% ภายในช่วงเวลาเดียวกัน ผลวิจัยระบุไว้ว่า หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่สาม ชนิด mRNA วัคซีนสามารถช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นในระดับที่ใกล้เคียงกับหลังจากได้รับวัคซีน 2 เข็มแรก ซึ่งไม่ว่ายังไง....ระดับภูมิต้านทานมีแนวโน้มลดลงค่อนข้างเร็ว โดยหลังจาก 10 สัปดาห์ ผลที่เกิดขึ้นของวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สามลดลงเหลือ 39.6% เมื่อได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มแรก และเหลือ 45.9% หากได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็มแรก ในขณะที่ผลที่เกิดขึ้นของวัคซีนโมเดอร์น่าหลังจาก 5 – 9 สัปดาห์ลดลงเหลือ 60.9% และ 64.4% ตามลำดับ ผศ.นพ. มนต์เดช อธิบายว่า “ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า ประสิทธิผลของวัคซีน mRNA ทั้งไฟเซอร์และโมเดอร์น่าในการเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น สามารถป้องกันสายพันธุ์โอไมครอนได้ในระดับที่ดี แต่วัคซีนทั้ง 2 ชนิดอาจไม่ได้เป็นเหมือนพี่น้องฝาแฝดกันเสียทีเดียว จากผลการศึกษา พอจะสรุปได้ว่า วัคซีนโมเดอร์น่าถือว่ามีระดับภูมิคุ้มกันที่สูงกว่า และความคงทนของภูมิต้านทานที่นานกว่า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากการใช้งานจริงของวัคซีนทั้ง 2 ชนิด ในช่วงสายพันธุ์เดลต้าระบาดในหลายประเทศ เช่น อิสราเอล กาตาร์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา” 



รู้ให้ทันกับผลข้างเคียงวัคซีน  mRNA 
ด้วยวัคซีน mRNA มีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย แต่บางคนอาจยังมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ผศ.นพ. มนต์เดช กล่าวว่า ในการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเมดพาร์คทั้งหมด 252,378 โดส ไม่ได้พบผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน 
“สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ ผลข้างเคียงที่พบมี 3 ราย ได้แก่ 2 รายเกิดอาการชักและความดันโลหิตสูง แต่กลับมาเป็นปกติภายใน 2-3 นาที โดยคนไข้มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง เมื่ออาการดีขึ้นก็กลับบ้านได้ ส่วนรายที่ 3 อายุ 90 ปี มีความดันโลหิตต่ำและมีอาการถ่ายดำจากเลือดออกทางลำไส้ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนฉีดวัคซีน จึงได้รับรักษาตัวใน ICU และอาการดีขึ้นตามลำดับ ในส่วนของโมเดอร์น่า อาการที่พบบ่อย คือ อ่อนเพลีย เป็นไข้ ปวดเมื่อยตัว ง่วงนอน 1-3 วัน โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ไม่พบอาการภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลัน หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่อย่างใด”

ต้องไปต่อหรือพอแค่นี้กับเข็มสี่
หลายคนคงตั้งคำถามว่า มีความจำเป็นจะต้องฉีดเข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่ 4 มากแค่ไหนกัน ผศ.นพ. มนต์เดช กล่าวว่า “การศึกษาในต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าระดับภูมิต้านทานต่อสายพันธุ์โอไมครอนมีแนวโน้มลดลงเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้าอย่างมาก แม้วัคซีนเข็มที่สาม ที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อโอไมครอนอย่าง mRNA ก็ยังยืนระยะได้ไม่เกิน 3-6 เดือน ดังนั้น หากโอไมครอนไม่หายไปภายใน 3-6 เดือน การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเข็ม 4 ก็มีความจำเป็น”

สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนชนิดต่างๆ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผศ.นพ. มนต์เดช แนะนำว่า “วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม แม้จะรับมือกับสายพันธุ์อัลฟ่าและเดลต้าได้ดี แต่ยืนระยะได้ไม่นาน และต้องมีการกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA เช่น ไฟเซอร์ แต่ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์โอไมครอนของไฟเซอร์ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก และยังลดลงค่อนข้างเร็ว สำหรับ วัคซีน mRNA 3 เข็ม ยังถือว่ารับมือกับโอไมครอนได้ดี โดยเฉพาะหากเข็มที่สาม เป็นโมเดอร์น่า จะยืนระยะได้นานที่สุดประมาณ 6 เดือนหรือน้อยกว่า อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผู้ผลิตวัคซีนยังคงเร่งศึกษาวิจัยวัคซีนจำเพาะสายพันธุ์โอไมครอน จึงต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป”