ชวนกินอาหารให้เป็นยา(อายุวัฒนะ) กับ 'พิม' Down To Earth Thailand

กว่า 2 ปีที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อไวรัส และยังไม่รู้อีกด้วยว่า ต้องอยู่ร่วมกันแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หลายคนหันมาโฟกัสการดูแลสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง เพราะเข้าใจในความจริงที่ว่า “ป้องกันนั้นดีกว่ารักษา” และเพราะแบบนี้ เราเลยอยากชวนมาทำความรู้จักกับ ‘คุณพิม’ ผู้ที่กินอาหารให้เป็นยามานานหลายปี เพื่อวันนึงเราจะเป็นผู้สูงวัยที่ไม่ป่วย...ไปด้วยกัน!


 
จุดเริ่มต้นของการกินอาหารที่ดี..เพื่อเป็นยา
เพราะการได้มีโอกาสเข้ามาทำงานด้าน sustainability ที่โรงแรมบนเกาะยาวน้อย ทำให้ ‘คุณพิม-พิมพ์ใจ ดวงเนตร’ เจ้าของเพจ Down To Earth Thailand ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ และพบว่า อาหาร คือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและร่างกายของมนุษย์ จนเริ่มสนใจและศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหารต่างๆ ก่อนที่เธอจะได้ข้อคิดในการใช้ชีวิตว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมและดูแลตัวเราเองนั้น จริงๆ แล้ว...เริ่มต้นได้จากการกิน”
 
Down To Earth Thailand คอมมิวนิตี้ของคน(เริ่มต้น)รักสุขภาพ
เมื่อคลิกเข้าชมเพจ Down To Earth Thailand - Healthy & Sustainable living with Pim หลายคนอาจมองว่านี่คือเพจสุขภาพทั่วๆ ไป แต่หากได้ใช้เวลาท่องเพจนี้นานขึ้นอีกหน่อย จะพบว่า...นี่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเปิดโลกใหม่ ให้เราได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น วิธีการทำอาหารเพื่อสุขภาพ ที่มาพร้อมกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับสารอาหารต่างๆ เทคนิคการทำเกษตรแบบยั่งยืน ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจต้นไม้ และทำให้การปลูกต้นไม้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หรือแม้แต่ การสอนทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่คอนเฟิร์มเลยว่าอร่อยและได้ประโยชน์อย่างแน่นอน


พิมเคยเป็นคนที่ไม่รู้มาก่อน และด้วยนิสัยส่วนตัว อะไรที่เราไม่รู้และอยากรู้...ก็จะหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งสิ่งที่เรานำมาบอกไม่ใช่เรื่องที่รู้เมื่อวาน แต่เรารู้มานานแล้ว เราเลยนำมาบอกต่อกับอีกหลายๆ คนที่สนใจ ในประเด็นที่เราเคยสนใจเมื่อสิบปีที่แล้ว”
 

กลูเตน น้ำตาล นมวัว ส่งผลต่อสุขภาพเรา...มากกว่าที่เราเคยรู้!
ก่อนนี้เราอาจจะเคยเข้าใจว่ารู้จัก 3 สิ่งนี้ดีพอ แต่เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจาก ‘คุณพิม’ ก็อดตั้งคำถามไม่ได้เลยว่า...ที่ผ่านมา เรากินทั้ง 3 สิ่งนี้ไปมากแค่ไหนกัน?

เริ่มต้นกันที่ “กลูเตน” ไม่ใช่แค่น้อยคนจะรู้ว่าสิ่งนี้มีอยู่ในอาหารประเภทไหนบ้าง แต่หลายคนแพ้...และไม่เคยรู้ตัว ซึ่งการกินกลูเตนต่อเนื่องไปนานๆ จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว และอันตรายร้ายแรงถึงขั้นลำไส้รั่ว โลหิตจาง รวมทั้งทำให้ภูมิคุ้มกันของเราบกพร่องได้อีกด้วย

“น้ำตาล” ความหวานที่คนมากมายต้องการ และคนอีกมากมายก็ได้รับโทษจากสิ่งนี้เช่นกัน! ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่าง ทำให้ผิวพรรณหย่อนคล้อย มีริ้วรอยก่อนวัย ไปจนถึง...การเป็นอาหารจานโปรดของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้ดี ในแบบที่เราอาจไม่ทันได้รู้ตัว

ความน่ากลัวของกลุ่มผู้ร้ายที่เพิ่มโอกาสโรค NCDs ยังไม่หมดแค่นี้ “นมวัว” สิ่งที่เราเข้าใจมาตั้งแต่จำความได้ว่านมนั้นมีประโยชน์...กลับกลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม! เพราะสิ่งที่เราจะได้รับจากการดื่มนมวัวในยุคอุตสาหกรรมอาหารปัจจุบันนั้น ไม่ใช่โปรตีนที่ล้นแก้ว แต่เป็น GMO, ยาฆ่าแมลง, ยาฆ่าหญ้า, ยาปฏิชีวนะ และฮอร์โมนเอสโตรเจนวัว ซึ่งล้วนไม่มีประโยชน์และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดก้อนซีสต์ ถุงน้ำ หรือมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิง ได้อีกด้วย
 

รู้ไหม? อกไก่ไม่คลีน..และโปรตีนจากพืชก็สูงไม่แพ้กัน
นอกจากความรู้ใหม่ที่ทำให้เราต้องอึ้งเกี่ยวกับทั้ง 3 สิ่งข้างต้น อกไก่ ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นคลีนฟู้ด...ที่ดีต่อสุขภาพ ก็ยังตอกย้ำความไม่รู้ของเราต่อ! เพราะ ‘คุณพิม’ บอกกับเราว่า การเลี้ยงไก่ในยุคอุตสาหกรรมอาหารนั้นแทบไม่ต่างจากการเลี้ยงวัว ที่มีการฉีดโกรทฮอร์โมนเพื่อเร่งโต โดยเฉพาะบริเวณอกและปีกของไก่ สิ่งที่เราจะได้จากการกินอกไก่...จึงไม่ได้ “คลีน” อย่างที่คิด

แต่ในเมื่อร่างกายเรายังต้องการโปรตีน “โปรตีนจากพืช” จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งพบได้ทั้งในถั่วต่างๆ ผักใบเขียว หรือผลไม้บางชนิด และไม่ใช่แค่นั้น! เพราะพืชยังอุดมด้วยเกลือแร่ ไขมันดีที่ร่างกายย่อยได้ง่าย รวมถึง ไฟเบอร์ หัวใจสำคัญที่ไม่มีในเนื้อสัตว์




“Whole food ไม่ว่าเราจะปลูกเองหรือซื้อมา...ก็เป็นคลีนฟู้ดโดยธรรมชาติ แม้ว่าผักจะมีการเจือปนสารบางอย่าง แต่เราก็สามารถล้างให้สะอาดด้วยเบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู หรือด่างทับทิม ซึ่งดีกว่าการกินสิ่งเจือปนที่เข้าไปอยู่ในทุกเซลล์ของสัตว์โดยเฉพาะในนม”

และนี่คือ "อาหารที่คลีนและดีต่อสุขภาพ" ที่ควรมีติดบ้านไว้เลย!
- Grains ธัญพืชที่ไม่ขัดสี ไม่แปรรูปเยอะ อย่าง ข้าวกล้อง ไรซ์เบอร์รี่ ควินัว หรือ Raw Oats 
- ผักหลากหลายชนิด หลากหลายสี 
- ผลไม้ตามฤดูกาล ผลไม้อบแห้งหรือแช่แข็ง ซึ่งดีกว่าผลไม้กระป๋องที่มีน้ำตาลสูง
- Legumes หรือถั่วต่างๆ ทั้ง ถั่วเปลือกแข็ง (nuts) อย่าง อัลมอนด์ วอลนัท พิตาชิโอ้ ซึ่งมีไขมันดีที่ช่วยบำรุงสมอง ถั่วเปลือกอ่อน (beans) อย่าง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลูกไก่ ซึ่งมีประโยชน์และเก็บได้นาน รวมถึง ถั่วฝัก (peas) อย่าง ถั่วฝักยาว ถั่วแระ สุดยอดแหล่งโปรตีนสูงและราคาไม่แพง
- เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ เช่น คอมบูชา ซึ่งเราจะได้รับประโยชน์จากทั้งโพรไบโอติก และกรดอินทรีย์จากธรรมชาติที่เกิดจากการหมัก

 
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเกิดคำถามขึ้นว่า “การกินอาหารให้เป็นยา” มันดีต่อสุขภาพมากแค่ไหนกัน? ซึ่งถ้าให้เราวิเคราะห์จากการได้สัมผัสพูดคุยกับเธอคนนี้แล้ว เราแน่ใจได้เลยว่า... การกินอาหารให้เป็นยา จะช่วยให้เราสุขภาพดีและอารมณ์ดี เพราะอาหารที่ดีส่งผลต่อฮอร์โมนที่สมดุล ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง การกินอาหารเพื่อป้องกันและดูแลรักษาร่างกาย จึงเป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ...ที่จะทำให้เรากลายเป็นผู้สูงวัย ที่ไม่ป่วยในอนาคต