เปิดประสบการณ์พี่-น้องนักเบสบอลทีมชาติไทย ที่ไปเฉิดฉายในซีเกมส์


แม้ว่ากีฬาเบสบอลสำหรับประเทศไทยจะเป็นกีฬานอกกระแส ที่หลายคนมองว่ามีกติกาซับซ้อนวุ่นวายเสียเหลือเกิน ซึ่ง...มันก็ซับซ้อนจริงๆ นั่นแหละ แต่ในความเยอะของกติกาก็ต้องบอกเลยว่า ใครที่หลวมตัวเข้ามาเชียร์แล้วจะหาทางออกไม่ได้เชียว วันนี้เรามีโอกาสได้มานั่งคุยกับ 2 หนุ่มพี่น้องนักเบสบอลลูกครึ่งไทย-อเมริกัน แจ็ค ดารู และ โจ ดารู ที่บินมาไกลจากอเมริกา เพื่อมาเสริมทัพนักกีฬาเบสบอลทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และได้เหรียญเงินกลับมาฝากแฟนๆ ชาวไทยอีกด้วย



กว่า 20 ปี ในเส้นทางนักกีฬาเบสบอล
แจ็คเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ คุณพ่อของเขาทำงานเป็นนักการทูตและต้องย้ายไปทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ทำให้มีโอกาสได้ลองเล่นกีฬาที่หลากหลาย “ตอนนั้นเราอายุ 6 ขวบ ครอบครัวของเราย้ายไปอยู่ที่ฮาวาย ตอนอยู่ที่นั่นก็ลองเล่นหลายกีฬา ทั้งฟุตบอล กอล์ฟ เทนนิส เบสบอล แต่ชอบเบสบอลเพราะเพื่อนๆ ที่นั่นเล่นกันหมด โจเห็นเราเล่นก็อยากเล่นด้วย เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เล่นเบสบอลด้วยกัน” โจเสริมว่า “สมัยนั้นพอเลิกเรียนก็จะไปซ้อมเบสบอล วันเสาร์อาทิตย์คุณแม่ก็จะพาไปส่งที่สนาม ตอนเข้ามหาลัยฯ ที่อเมริกาก็เล่นให้ทีมของมหาลัยฯ ส่วนแจ็คได้เซ็นสัญญาไปเล่นให้ทีมที่ญี่ปุ่น จนถึงตอนนี้พวกเราเล่นเบสบอลมา 20 กว่าปีแล้ว”

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเบสบอลทีมชาติไทย
พวกเขาเล่าว่าได้ย้ายกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยในช่วงที่เรียนม.ปลาย และได้เข้ามาเป็นนักกีฬาทีมชาติครั้งแรก “ตอนนั้นเรียนมัธยมอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติไอเอสบี ทีมชาติไทยติดต่อมาถามว่าเราสนใจอยากจะมาฝึกซ้อมเพื่อคัดทีมชาติมั้ย ก็เลยไปลองดู หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ จำได้ว่ากำลังนั่งกินข้าวกลางวันกับเพื่อนอยู่ที่โรงเรียน คุณพ่อโทรมาบอกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่เราไปฝึกซ้อมคัดนักกีฬาทีมชาติ สรุปเขาเลือกเรานะ ตอนนั้นดีใจมาก ดีใจที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ เราติดเข้าไปตอนอายุ 16 อายุน้อยที่สุดในทีม เลยได้เรียนรู้จากพี่ๆ ในทีมเยอะมาก”



เสน่ห์ของกีฬาเบสบอล
นักกีฬาเบสบอลหนึ่งคนมีหน้าที่หลายอย่างมาก เช่นในเกมส์รับนอกจากพิชเชอร์ที่เป็นคนขว้างลูกและแคชเชอร์ที่เป็นคนรับลูกแล้ว คนที่เหลือจะเป็นฟีลเดอร์ตามตำแหน่งต่างๆ ในสนามคอยรับลูกที่ลอยมา วิ่งกระโจนตีลังกากันสุดฤทธิ์เพื่อรับลูกให้ได้ แต่พอสลับมาเล่นเกมบุก ผู้เล่นกลุ่มนี้ก็จะต้องผันตัวมาเป็นแบตเตอร์ นักตีลูกเบสบอลผสมร่างกับนักวิ่ง ที่เมื่อตีเสร็จต้องวิ่งไปให้ถึงเบสหรือกลับโฮมให้ได้ “เรารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เล่นเบสบอล มันช่วยให้เรารีแลกซ์ทั้งสมองและร่างกาย ความสนุกอีกอย่างของเบสบอลคือการแข่งขัน ยิ่งเราโตขึ้นเราก็จะเห็นมุมมองใหม่ๆ ในการเล่น การได้อยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ในทีมก็เป็นเรื่องที่สนุกมากเหมือนกัน” 

ฟิตร่างกายเต็มร้อย พร้อมลงแข่ง!
“พวกเราค่อนข้างซีเรียสเรื่องการดูแลสุขภาพอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการกินและการออกกำลังกาย เรากินอาหารที่มีประโยชน์ทุกวัน เข้ายิมเล่นเวทเทรนนิ่งอาทิตย์ละ 4-5 ครั้ง รวมถึงการเล่น Adult League ในแคลิฟอร์เนีย ลีคพวกนี้จะเป็นลีคสำหรับนักเบสบอลสมัครเล่นที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป คนที่มาเล่นก็จะเป็นคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว แต่มาเล่นเพื่อความสนุก แถมยังได้แข่งกับนักเบสบอลมหาลัยฯ หรือนักเบสบอลมืออาชีพด้วย ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับแข่งซีเกมส์ในฐานะทีมชาติไทย ตอนที่ทีมติดต่อมา ร่างกายเราก็พร้อมมาก”



บทเรียนที่ได้จากการเล่นเบสบอล
ขึ้นชื่อว่าเป็นนักกีฬา ต้องผ่านการแพ้-ชนะมาจนนับครั้งไม่ถ้วนรวมถึงการฝึกฝนอย่างหนัก แน่นอนว่าต้องมีท้อกันบ้าง “เบสบอลที่อเมริกาในปีนึงเขาเล่นกันประมาณ 160 เกม พอเราตีหรือขว้างบอลได้ไม่ดีติดต่อกัน มันก็มีจุดที่อยากเลิกเล่นอยู่เหมือนกัน ดีใจมากที่ตอนนั้นไม่ได้ตัดสินใจเลิก แต่หันกลับมาสู้ต่อ เบสบอลสอนให้เรายอมรับความผิดพลาด และสอนให้สู้ในยามที่เจออุปสรรค เหมือนเวลาที่เราเล่นได้ไม่ดี เราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ใช่ถอดใจยอมแพ้มันตรงนั้น ในชีวิตจริงก็เหมือนกัน ถ้าเจองานที่มันยาก ก็ต้องสู้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตต้องเจออยู่แล้ว” 

เป้าหมายต่อจากนี้คือการพาทีมชาติไทยไปแข่งระดับโลก
หลังจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์จบลงไป นี่คือจุดหมายต่อไปของพวกเขา “หลังจากนี้ก็จะบินกลับไปเพื่อรอเล่น World Baseball Classic ซึ่งเป็นการแข่งขันเบสบอลระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ได้เล่นเบสบอลเป็นอาชีพหลักแล้ว แต่ก็ยังคงเล่นใน Adult League และจะยังคงเล่นให้ทีมชาติไทยต่อไป”



ในอนาคตพวกเขาก็อยากจะช่วยพัฒนาและสนับสนุนนักเบสบอลไทยรุ่นใหม่ และฝากถึงคนที่มีความสนใจกีฬาชนิดนี้ว่า “เบสบอลไม่ใช่กีฬาที่ง่ายจนอาจทำให้รู้สึกท้อแท้ ฉะนั้นนักกีฬาเบสบอลต้องจิตใจเข้มแข็ง และมีความสุขกับมัน มันเป็นกีฬาที่ต้องใจเย็นๆ และใช้สมองคิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าอยากจะเก่งก็ต้องอุทิศตัวให้กับการฝึกฝน ถึงจะประสบความสำเร็จได้”