ไปงานวิ่งยังไงให้ได้รูปสวย นี่คือเคล็ดลับจากกูรูและช่างภาพงานวิ่ง

 
เคยเห็นเพื่อนหรือคนรอบข้างโพสต์รูปไปงานวิ่งสวยๆ เท่ๆ แต่พอเป็นรูปเราทำไมหน้ามันถึงเหยเกแลดูเหมือนจะเป็นลมหมดแรงมันซะตรงนั้น จริงๆ แล้วการได้ภาพวิ่งสวยๆ สักภาพมันประกอบไปด้วยหลายองค์ประกอบ ทั้งตากล้องและตัวนักวิ่งเองด้วย 


แต่วันนี้ HEALTH ADDIT จะมาเปิดโปงเทคนิค 'ได้รูปสวยจากงานวิ่ง' แบบหมดเปลือก จากกูรูนักวิ่งที่ไม่ว่าไปงานไหนก็ได้รูปปังตลอด และเทคนิคจากช่างภาพอิสระอย่าง คุณเบ็นซ์ ณัฐพล วรรธนะตันติ เจ้าของเพจ BHOTO PHOTOGRAHER ที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพงานวิ่งมาแล้วมากกว่า 138 งาน เซฟเทคนิคเหล่านี้เก็บไว้เลย...เพราะงานหน้าฉันไม่พลาดแน่!!!
 
1. ครีมกันแดด & เครื่องสำอางกันน้ำ  
ใครที่คิดว่าหน้าสดไม่รอด การแต่งหน้านิดๆ หน่อยๆ ช่วยให้รู้สึกมั่นใจก่อนออกจากบ้านและที่สำคัญคือต้องแน่ใจว่าเป็นเครื่องสำอางที่กันน้ำได้ วิ่งเหงื่อโชกแค่ไหนก็เอาอยู่ และเช็คด้วยว่าเป็นงานวิ่งช่วงกี่โมง ถ้าเป็นเวลาที่มีแดดอย่าลืมทาครีมกันเเดดด้วย เดี๋ยวหมองแล้วจะไม่เริ่ดนะ!
 
2. ใช้ผงโรยผม ป้องกันผมลีบ  
สำหรับคนที่มีปัญหาผมลีบอยู่แล้ว หรือยิ่งวิ่งยิ่งลีบไปใหญ่ เคล็ดลับของนักวิ่งหลายคนก็คือผงโรยผม Schwarzkopf กระปุกคล้ายๆ แป้ง โรยลงไปบนผมแล้วก็เซ็ตเป็นทรงได้เลย สะดวกมากแถมยังไม่เยิ้มเหนอะหนะด้วย
 
 


3. ศึกษาจุดไฮไลท์ของงานวิ่งนั้นๆ  
เพราะจุดไฮไลท์ของงานวิ่งคือดงช่างภาพดีๆ นี่เอง เช่นรูทงานวิ่งในกรุงเทพ อาจผ่านจุดไฮไลท์อย่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โลหะปราสาท พระบรมรูปทรงม้า ซึ่งช่างภาพจะไปอยู่ที่จุดไฮไลท์กันเยอะพอสมควร ฉะนั้นพอวิ่งใกล้ถึงจุดไฮไลท์แล้วให้มองหาว่ามีช่างภาพตรงไหนบ้าง ถ้าเป็นงานวิ่งกลางคืนก็จะสังเกตง่ายหน่อย เพราะจะมีแสงแฟลชที่เขาถ่ายคนข้างหน้าให้คอยสังเกตได้
 
4. วิ่งเว้นระยะ & เบี่ยงเลนออก  
นี่คือสุดเทคนิคสำหรับคนที่ไม่อยากให้รูปถ่ายติดคนอื่นใน background เยอะเกินไป พอเห็นตากล้องแล้วให้พยายามลดสปีดลง เว้นระยะจากคนข้างหน้าไม่ให้ติดคนข้างหน้าเกินไปแล้วเบี่ยงเลนออกมานิดนึง เพราะถ้าวิ่งอยู่ตรงกลางมากไปหรือวิ่งอยู่ในฝูงคนอาจมีโอกาสที่จะไม่ได้ภาพสูง เพราะช่างภาพส่วนใหญ่จะอยู่ขอบถนนไม่ริมซ้ายก็ริมขวา และคอยสังเกตว่าช่างภาพถ่ายนักวิ่งคนข้างหน้าเราระยะประมาณไหน เท่านี้ก็มีโอกาสที่เราจะได้ภาพเยอะขึ้นแล้ว 
 



5. แอคท่าเรียกตากล้อง  
อีกหนึ่งเทคนิคที่ทำให้ตากล้องมองเห็นเราคือการชูมือขึ้น หรืออยากจะแอคท่าชู 2 นิ้วก็ตามสะดวกเลย แต่ให้ระวังการชูมือออกไปข้างๆ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อนักวิ่งคนอื่นได้ ควรมองซ้าย-ขวาให้ดีก่อน หรือถ้ารู้ตัวว่าชอบรูป Candid เผลอๆ ให้ยิ้มทักทายตากล้องก่อนจะยิ้มอ่อนมองไปด้านหน้า หรือท่าแกล้งมองนาฬิกาเช็ค Heart Rate แก้เขิน เอาเป็นว่าถนัดแบบไหนก็จัดไปเลย 
 
 
 
6. ท่าวิ่งเท้าลอยระดับตำนาน  
ภาพวิ่งเท้าลอยถือเป็นภาพที่นักวิ่งทุกคนอยากได้เพราะถือเป็นมูฟเม้นที่สวยที่สุด! ซึ่งมันก็อยู่ที่เทคนิคของนักวิ่งแต่ละคนด้วย อย่างนักวิ่งบางคนที่วิ่งเร็วระดับนึงมันจะมีจังหวะลอยตัวแปปนึงอยู่แล้ว หรือถ้าไม่ใช่สายวิ่งเร็ว การวิ่งช้าๆ แต่ดีดตัวขึ้นนิดหน่อยก็จัดภาพเท้าลอยได้เหมือนกัน 
 
 


7. งานพร็อบต้องมา  
สำหรับคนที่รำคาญผมเปียกเหงื่อแปะเป็นสาหร่ายบนหน้า สายรัดคาดผมถือเป็นอีกหนึ่งพร็อบที่นักวิ่งหลายคนเลือกใช้ หรือจะเป็นหมวกใส่ป้องกันแสงแยงตาระหว่างวิ่งก็เป็นที่นิยมเหมือนกัน แต่แนะนำว่าพอวิ่งใกล้ถึงช่างภาพให้ขยับเปิดหน้าหมวกขึ้นนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ภาพที่ถ่ายออกมาหน้ามืด หรือจะลองผันตัวเป็นนักวิ่งสายชุดแฟนตาซีสร้างสีสันให้กับงานก็สนุกดีเหมือนกัน 
 
 


งานวิ่งครั้งหน้าอย่าลืมเอาเทคนิคเหล่านี้ไปลองใช้กันนะ รับรองว่าได้ภาพสวยๆ กลับมาเพียบ! ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอก่อนลงสนามจริง ใครมีเทคนิคส่วนตัวเพิ่มเติมอย่าลืมมาแชร์กันด้วยนะ!