“NK Cell Therapy” ทางเลือกใหม่ของการดูแลร่างกายให้ลึกถึงระดับเซลล์

ไม่ว่าจะเป็นมลพิษในอากาศ อายุที่เพิ่มขึ้น หรือแม้แต่ความเครียดต่างก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเราทั้งนั้น การดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะบางครั้งเราก็ไม่รู้เลยว่าเมื่อร่างพังแล้วจะสามารถฟื้นกลับมาได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า แต่ล่าสุดเราได้นั่งฟังบรรยายเกี่ยวกับนวัตกรรมการรักษาเซลล์ที่น่าสนใจที่ชื่อว่า “NK Cell Therapy” ซึ่งนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลสุขภาพของ “มนุษย์ยุคดิจิตอล” อย่างเราที่ลงตัวมากเลยทีเดียว

เราจึงได้ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงได้ไปขอความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ อย่างแพทย์หญิง หญิงธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

เมื่อ “สุขภาพ” ขาดการดูแลเอาใจใส่  “ความเสื่อมของร่างกาย” ก็ตามมา 
แต่ก่อนจะไปรู้จักกับนวัตกรรมบำรุงเซลล์ร่างกาย  เราอยากให้ทุกคนรู้จักกับความเสื่อมของร่างกายก่อน “การใช้ชีวิตแบบขาดการดูแลสุขภาพเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบภายในร่างกายเกิดความเสื่อมได้มาก แถมเซลล์ต่างๆ รวมถึงฮอร์โมนก็จะเสื่อมเร็วขึ้นด้วย จะสังเกตได้จากความเหนื่อยล้า ความอ่อนแอ และการปัสสาวะที่มากกว่าปกติ  ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคืออาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน วัยกลางคน หรือวัยหมดประจำเดือน โดยจะค่อยๆ สะสมและชัดเจนขึ้นเมื่ออายุเข้าสู่เลขสามกลางๆ

เข้าใจการทำงานของ NK Cell แบบง่ายๆ  
“NK Cells มีชื่อเต็มภาษาอังกฤษ ว่า NATURAL KILLER CELLS และมีฉายาว่า ‘เซลล์เพชฌฆาต’ เพราะหน้าที่ของมันเหมือนกับกองทัพทหารอันแข็งแรงที่พร้อมจะปกป้องร่างกายจากการรุกรานของเชื้อโรคต่างๆ  เซลล์นี้ถูกสร้างจากไขกระดูกสันหลังที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เป็นเซลล์ที่มีความโดดเด่นในการต่อสู้กับเซลล์แปลกปลอม เช่น เซลล์มะเร็ง หรือเชื้อไวรัส โดยจะจู่โจมเหล่าเชื้อโรคโดยตรง และปล่อยสารโปรตีนในกระแสเลือดที่ชื่อว่า อินเทอร์ฟารอน แกมม่า (Interferon Gramma) เพื่อเรียกเซลล์อื่นๆ มาช่วยฆ่าเซลล์อันตรายให้หมดสิ้น”

มี NK Cells เยอะไม่ได้แปลว่าร่างกาย “แข็งแรง” เกินใคร
โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมี NK Cells อยู่ประมาณ 2,000-5,000 ล้านเซลล์ และเมื่อมีเซลล์แปลกปลอมรุกล้ำเข้ามา NK Cells จะรู้ตัวและพร้อมกำจัดเซลล์บุกรุกทันทีภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งในการที่แพทย์จะประเมินว่าคนๆ นึงมีภูมิคุ้มกันที่ดีหรือเปล่านั้น จะวัดจากค่าประสิทธิภาพการทำงานของ NK Cells หรือ NK Cell Activity ถ้าร่างกายของคนๆ นั้นมีค่า NK Cell Activity ต่ำ แพทย์อาจพิจารณาว่ามันอาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งแพทย์จะตัดสินใจว่าผู้ป่วย หรือคนที่เข้ารับการตรวจ ควรจะทำการตรวจอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคที่มีความเสี่ยงหรือไม่ต่อไป

หยุด! พฤติกรรมเสี่ยง NK Cell Activity ต่ำกว่า “ค่าปกติ” 
คนที่เสี่ยงจะมีค่าประสิทธิภาพ NK Cell ต่ำกว่าปกติ  คือ ต่ำกว่า 100-250 มักจะเป็นคนที่พักผ่อนน้อย มีความเครียด สูบบุหรี่ ดื่มหนัก และมีโรคเรื้อรังต่างๆ  ฉะนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้ร่างกายกำลังมีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน เราแนะนำให้ลองตรวจวัดค่า NK Cell Activity ด้วยการตรวจเลือดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้ก่อนดีกว่า เพราะหากพบว่าค่า NK Cell Activity ต่ำ ก็ต้องมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพของ NK Cell ให้ได้มากที่สุด

เพิ่มภูมิคุ้มกัน NK Cell  ด้วย “NK Cell Therapy”
สำหรับคนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง มีค่าประสิทธิภาพของ NK Cell Activity ต่ำ และรู้ว่ามีความเสี่ยงที่จะป่วยได้ง่าย ก็ยังพอจะมีวิธีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ NK Cells ให้แข็งแรงกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมการรักษา ที่ชื่อว่า  “NK Cells Therapy” นั่นเอง

“ถ้ารู้ตัวว่าในอนาคต ร่างกายต้องแย่ลง หรือเมื่อตรวจพบว่าการทำงานของ NK Cell Activity อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ซึ่งหมอจะวินิจฉัยค่า NK Cell Activity ประกอบกับการตรวจสุขภาพโดยรวม เพื่อการรักษาที่เหมาะสม เช่น การรับประทานวิตามิน ให้ฮอร์โมน หรือการนำ NK Cells จากเลือดมาผ่านกรรมวิธีการจัดเก็บและเพิ่มประสิทธิภาพระดับภูมิคุ้มกัน ซึ่งสามารถใช้ได้ในทันที หรือฝากเก็บไว้ใช้ในอนาคตเมื่อต้องการ” 

กระบวนการ บูทเซลล์ด้วย NK Cell Therapy 
NK Cells Therapy ถือเป็นการรักษาด้วยการเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งวิธีการที่นิยมใช้ในการรักษาคือ โอซากิ เมโทด (Osaki Method)  “กรณีที่คนไข้มี NK Cell Activity ต่ำ ก็จะทำ NK Cells Therapy ด้วยการเจาะเลือดประมาณ 40cc  เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงให้ได้ค่า NK Cell Activity เพิ่มขึ้นจนถึง 5,000 ล้านเซลล์ โดยใช้เวลาราว 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะนำเซลล์ที่ได้ฉีดเข้าสู่ร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาลักษณะเหมือนการให้น้ำเกลือ เซลล์ที่เพาะได้สามารถเก็บรักษาไว้ถึง 5 ปี ซึ่งใครที่มี NK Cell Activity อ่อนแอมากๆ อาจต้องทำการรักษาทุก 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์”  

ผลข้างเคียง NK Cell Therapy แทบเป็น “ศูนย์”
วิธีนี้เป็นการใช้เซลล์จากเลือดในร่างกายของตัวเองจึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง “ผู้เข้ารักษาไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เพียงแค่มาเจาะเลือด เพื่อดูดเอาไปเพาะเลี้ยง ก่อนจะนำมาฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายในภายหลัง ผลข้างเคียงแทบจะเป็นศูนย์ ไม่เป็นอันตรายเลย เพราะว่าเป็นเลือดของตัวคุณเอง แต่ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น”

NK Cells Therapy กับการชะลอวัย
การตรวจในระดับเซลล์จัดเป็นศาสตร์ของการชะลอวัย จากที่เราได้ทำความรู้จักกับ NK Cells Therapy ไปนั้น ขั้นตอนที่ต้องตรวจก่อนการเข้าทำคือ การตรวจ NK Cells Activity จากเลือด ถ้าพิจารณาจากมุมนี้ แน่นอนว่า การตรวจ NK Cells Activity คือการตรวจประสิทธิภาพเซลล์เม็ดเลือดขาว หากเรามีภูมิต้านทานดีหรือร่างกายได้รับการรักษาที่ดีก็เหมือนเพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ เกิดความเสื่อมช้าลง ดูดีจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยไปด้วย  “อย่างที่หมอได้บอกไปก่อนหน้าว่า เราควรใส่ใจสุขภาพจากภายใน เพราะระบบภายในร่างกายของเรา ถ้าดี ภายนอกก็จะดีตามไปด้วย หมายความว่า ฮอร์โมน เซลล์และระบบภายในต้องดีและแข็งแรง การชะลอวัยมันไม่ใช่เรื่องของความสวยงามจากภายนอกอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก เพื่อที่เราจะสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ คุณหมอยังฝาก Doctor’s Tip!  วิธีบูสท์ Growth Hormone ให้คุณดูอ่อนวัย ด้วยหลัก 5G ตามนี้!
“หลัก 5G คือหลักในการบูท Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัยที่ช่วยดูแลผิวพรรณ กล้ามเนื้อ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ซึ่งทำได้ดังนี้

1.Good Protein: คือการทานอาหารจากถั่ว เนื้อสัตว์ หรือธัญพืชที่เป็นโปรตีนคุณภาพ อุดมไปด้วยกรดอะมิโน ซึ่งมีการศึกษาพบว่าจะช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนที่ทำให้เราดูอ่อนกว่าวัยได้

2, Good Food: นอกจากทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว การทานอาหารที่ดี คือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาลที่มีอินซูลิน เพราะอินซูลินเป็นศัตรูของ Growth Hormone ถ้ามีมาก ก็จะไปลดจำนวนฮอร์โมนอ่อนวัยลงได้

3. Good Time: เมื่อต้องทำงานทุกวัน เราควรมีเวลาให้ชีวิตได้สโลว์ไลฟ์กันบ้าง อย่างน้อย 15 นาทีต่อวัน เพื่อสร้างสติ สร้างสมาธิในการอยู่กับตัวเองบ้าง เพราะ Growth Hormone จะหลั่งได้ดีขณะที่เรามีสมาธิดีนั่นเอง

4.Good Sleep: การนอนให้เพียงพอ ควรเข้านอนและหลับให้ได้ก่อนห้าทุ่ม เพราะฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) จะหลั่งออกมาในช่วงเวลานี้ ไม่ควรนอนดึกและควรนอนให้มีคุณภาพคือ หลับได้สนิท เพื่อให้ Growth Hormone หลั่งได้ดีด้วย 

5.Good Exercise: คือการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 15 นาทีต่อวัน เพราะมันสามารถทำให้ฮอร์โมนแห่งความอ่อนวัยหลั่งออกมาได้ดีเลยล่ะ

ได้รู้จัก NK Cells Therapy และเคล็ดลับดูแลสุขภาพกันไปเต็มๆ แบบนี้ หวังว่าทุกคนจะนำไปปรับใช้กับตัวเอง และไม่ละเลยที่จะใช้หลัก 5G กันล่ะ!