ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน โรคที่คน “ติดจอ” ต้องระวัง

 
ในแต่ละวันนอกจากเรื่องงานแล้ว ก็ยังมีลิสต์ซีรีส์อีกยาวเหยียดที่ต้องไปตามเก็บ แถมโลกโซเซี่ยลก็ต้องคอยอัพเดต นั่นจึงเป็นเรื่องยากของใครหลายคน (รวมถึงเราด้วย) ที่จะละสายตาออกห่างจากคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนได้ ถึงแม้จะมีงานวิจัยโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์เอเดรียน วอร์ด จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าเพียงแค่วางมือถือไว้ใกล้ตัว ก็สามารถลดประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้แล้ว ยังไม่ต้องพูดไปถึงการใช้งานที่หนักหน่วงในทุกวัน ว่าจะส่งผลกระทบกับดวงตา ซึ่งเป็นเหมือนด่านแรกที่ต้องเจอสักแค่ไหน เอาเป็นว่าถ้าเริ่มรู้สึกไม่สบายตา หรือสังเกตได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตาเมื่อไหร่ก็ให้ระวังไว้ เพราะอาจไม่ใช่อาการตาล้าหรือตาแห้งธรรมดา แต่เป็นไปได้ว่า “ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน” อยู่ก็ได้...


 
ต่อมไขมันเปลือกตา ทำหน้าที่อะไร
ต่อมไขมันที่เปลือกตา หรือ Meibomian gland คือ ต่อมไขมันเล็กๆ ที่เรียงตัวเป็นแนวยาวจากหัวตาถึงหางตาบริเวณเปลือกตา โดยที่เปลือกตาบนจะมีประมาณ 25-40 ต่อม และที่เปลือกตาล่างมีประมาณ 20-30 ต่อม ทำหน้าที่ขับไขมันที่มีลักษณะสีเหลืองใสออกมาเคลือบผิวนอกของกระจกตา ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำตาและรักษาสมดุล ทำให้ดวงตาชุ่มชื้นอยู่เสมอ
 
อาการแบบนี้ที่เรียกว่าอุดตัน
เมื่อต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติ (Meibomian gland dysfunction ) จะทำให้ไขมันที่สร้างออกมามีลักษณะขุ่นและเหนียวข้น ทำให้เกิดการอุดตันบริเวณท่อทางออกของต่อมไขมันที่อยู่บริเวณขอบเปลือกตา ส่งผลให้น้ำมันออกจากท่อได้ยากและลดลง ชั้นของน้ำตาไม่คงตัว น้ำตาก็จะระเหยง่าย จนเป็นที่มาของภาวะตาแห้ง รวมถึงส่วนของไขมันที่เหนียวข้นก็จะแข็งเป็นคราบเกาะแน่นอยู่บริเวณขอบเปลือกตา ทำให้เกิดการระคายเคือง รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา แพ้แสง แสบตา น้ำตาไหล และความชัดเจนในการมองเห็นลดลง ทั้งยังเพิ่มโอกาสการติดเชื้อทั้งจากแบคทีเรียและการเพิ่มจำนวนไรที่ขนตาด้วย


 
ใช้จอ มากไปจนไขมันอุดตัน...ที่เปลือกตา
การใช้สายตาจ้องจอต่างๆ เป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนก็ดี จะทำให้เรากะพริบตาลดลงโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ตาบีบไขมันออกมาน้อย จนมีการระเหยของน้ำตามากขึ้น นำไปสู่ภาวะตาแห้ง ที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการอุดตันที่ต่อมไขมันเปลือกตาได้ ซึ่งนอกเหนือจากการจ้องหน้าจอคอมฯ หรือโทรศัพท์มือถือจะเป็นสาเหตุของอาการต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้แล้ว ก็ยังอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
 
• โรคทางตา ไม่ว่าจะเป็นเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ รวมไปถึงอาการตาแห้งจากการใส่คอนแทคเลนส์ก็สามารถนำมาซึ่งอาการต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้
• โรคทางกาย ทั้งเรื่องของอายุมากขึ้น โรคความดันโลหิตสูง ภาวะวัยทอง โรคสะเก็ดเงิน โรคเพมฟิกอยด์ (Pemphigoid) หรือโรคแพ้ยา (Steven-johnson) ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงของภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน
• การใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตาเป็นประจำ
• การสัมผัสกับฝุ่น ควัน หรือมลภาวะในอากาศ
• ไรที่ขนตา ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บริเวณใบหน้าและขนตาซึ่งหากว่าไม่มีการดูแล หรือรักษาความสะอาดที่ดีพอ ก็จะทำให้ผิวมัน เกิดการเจ็บป่วยจนภูมิต้านทานต่ำ จนกระตุ้นให้ไรขนตาเพิ่มจำนวนและทำให้เปลือกตาอักเสบได้
• ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้อหิน ยาต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ยารักษาต่อมลูกหมากโต ฮอร์โมนรักษาวัยทอง ยาแก้แพ้ Retinoid และยารักษาโรคซึมเศร้า
 
การรักษาเปลือกตาที่ (ไขมัน) อุดตัน
สำหรับผู้ที่มีอาการแล้ว แพทย์อาจวินิจฉัยและทำการรักษาด้วยการหยอดยาปฏิชีวนะ กินยาในกลุ่มเตเตราไซคลิน (Tetracycline) ที่ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบได้ หรือใช้เครื่องมือเฉพาะทำการละลายต่อมน้ำมันที่อุดตันอย่างใดอย่างหนึ่ง ร่วมกับการดูแลตัวเองของผู้ป่วย โดยการล้างมือให้สะอาดและเช็ดมือให้แห้ง ก่อนจะประคบอุ่นบนเปลือกตาทั้ง 2 ข้างด้วยผ้าขนหนูบิดหมาด หรืออุปกรณ์ให้ความร้อนอื่นๆ ด้วยความร้อนประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส นาน 10-15 นาที เพื่อให้ไขมันในต่อมไขมันที่เปลือกตาอ่อนตัวลง จากนั้นให้ใช้นิ้วมือนวดเปลือกตาในตำแหน่งชิดขอบตาทั้งบนและล่าง โดยนวดช้าๆ จากหัวตาไปหางตา ทำติดต่อกัน 5 ครั้ง แล้วจึงเช็ดคราบสกปรกที่ขอบเปลือกตาด้วยไม้พันสำลี หรือล้างเปลือกตาโดยการหลับตา และใช้แชมพูเด็กอ่อนผสมน้ำให้เจือจางขยี้เบาๆ บนเปลือกตาบริเวณโคนขนตาทั้งบนและล่าง ก่อนจะล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดการอักเสบในภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้


ดูแลเปลือกตายังไงไม่ให้ไขมันอุดตัน
1. หยอดน้ำตาเทียม เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
2. กระพริบตาบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ตาแห้ง
3. พักสายตาจากหน้าจอบ้าง 
4. หลีกเลี่ยงการโต้ลม และไม่ไปในที่ที่มีฝุ่นควันเยอะๆ 
5. เปลี่ยนลุคแต่งหน้า เพื่อให้ผิวรอบด้วยตาได้เว้นระยะจากเครื่องสำอางบ้าง และทุกครั้งที่มีการใช้เครื่องสำอางกับผิวรอบดวงตาต้องทำความสะอาดเปลือกตาให้สะอาดหมดจด