ทำไมผักเคล...ถึงได้ชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียว

คนเรามักจะยกย่องสิ่งที่มีคุณค่าหรือมีประโยชน์มากๆ ให้เป็นที่สุดหรือที่เรียกกันว่าราชาหรือราชินีเสมอๆ สิงโตก็เป็นสัตว์ที่คนเรายกย่องให้เป็นราชาสัตว์ ทุเรียนก็เป็นผลไม้ที่เรายกย่องให้เป็นราชาผลไม้เช่นเดียวกันผักก็มีราชินี ซึ่งราชินีผักที่เรากำลังจะพูดถึงคือ “ผักเคล” ชื่ออาจฟังดูไม่คุ้นหูแต่เชื่อเถอะว่าเจ้าผักชนิดนี้แหละมีประโยชน์มากมายสมกับตำแหน่งราชินีผักแน่นอน



ผักเคล คือ …
ผักเคล (Kale) หรือคะน้าใบหยักเป็นราชินีผักใบเขียว (The Queen of Green) ก็เพราะว่าผักชนิดนี้จัดเป็นหนึ่งใน Super Food มีคุณประโยชน์หรือคุณค่าทางสารอาหารมากชนิดหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเคลเป็นผักสายพันธุ์เดียวกับผักคะน้าและยังอยู่ในตระกูลเดียวกันกับกะหล่ำปลีและบร็อคโคลี ทั้งสองสายพันธุ์นี้ก็นับว่าเป็นผักที่มีคุณค่าทางสารอาหารมากอยู่แล้ว แน่นอนว่าเป็นถึงขั้นราชินีผักใบเขียวประโยชน์ของสารอาหารต้องมาแน่นแบบจัดเต็ม เมื่อจัดว่าผักเคลเป็น Super Food แน่นอนว่าคุณค่าทางสารอาหารและวิตามินต้องจัดเต็ม กินแล้วต้องได้ประโยชน์ดีต่อสุขภาพชัวร์

มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ผักเคลมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง มีทั้งฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายที่เรารู้จักกันในชื่ออนุมูลอิสระ เมื่อมีสารต้านอนุมูลอิสระจากผักเคลร่างกายก็สามารถต่อสู้กับมะเร็งกันไปยาวๆ ชะลอความแก่ของเซลล์ได้ดีทีเดียว 

อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด
ผักชนิดนี้เป็นแหล่งรวมวิตามินไว้มากมายด้วยเหมือนกัน ทั้งวิตามิน C ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงป้องกันโรคหวัด วิตามิน A ที่ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยให้เซลล์บริเวณดวงตาแข็งแรง วิตามิน K ที่ช่วยในการรักษาโรคกระดูกพรุนรวมถึงช่วยดูดซึมแคลเซียม มีธาตุเหล็กที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด ลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่ายกายได้ดีขึ้นและแคลเซียมสูงด้วยเช่นกัน 

ช่วยในกระบวนการทำงานของระบบขับถ่าย
เนื่องจากผักเคลมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้อาหารเข้าสู่ระบบการย่อยได้เร็วขึ้น และยังช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลได้ ไฟเบอร์และซัลเฟอร์ในเคลยังช่วยดึงสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นคนที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมอาหารการทานผักเคลก็ช่วยได้มากเลยทีเดียวในการควบคุมปริมาณไขมันที่เรากินเข้าไปต่อวันได้ ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ช่วยควบคุมน้ำหนักได้
ผักเคลยังเป็นผักที่มีไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย มีไขมันดีที่เรียกว่า Omega 3 และ 6 ช่วยลดอาการอักเสบของกระดูกและไขข้อต่างๆ ภายในร่างกาย นักโภชนาการจาก Lark Health ได้เคยเขียนบทความแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ให้ค่า GI ต่ำรวมถึงเว็บไซต์ The World’s Healthiest Food ก็ได้ยกให้ผักเคลเป็นหนึ่งในผักใบเขียวที่ให้คาร์โบไฮเดรตที่มีค่า Glycemic Index (GI) ที่ต่ำ ซึ่งค่า GI นี้เป็นค่าวัดความเร็วและปริมาณการเพิ่มของน้ำตาลในเลือด ถ้าอาหารที่มีค่า GI สูงนั่นหมายความว่าร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายได้เร็วทำให้ร่างกายปล่อยอินซูลินมาเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดและกลายเป็นว่าร่างกายจะรู้สึกหิวเร็วมากขึ้น ดังนั้นถ้าค่า GI ต่ำน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าก็จะทำให้เรารู้สึกหิวช้ามากขึ้นด้วย ทำให้เราควบคุมการกินอาหารได้ดีมากขึ้น การควบคุมน้ำหนักก็จะทำได้ดีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

'ผักเคล' เอาทำอะไรทานได้บ้าง
ผักเคลเป็นผักที่เติบโตได้ดีในเมืองหนาว แต่ที่เมืองไทยก็ยังสามารถปลูกผักเคลได้เช่นกัน ทำให้เราสามารถหาซื้อผักเคลมาทานได้ในราคาที่ไม่แพง แต่เราจะเห็นผักเคลมากในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นเอง แม้ว่าเราไม่ค่อยคุ้นหูกับผักชนิดนี้มากเท่าไหร่ แต่ผักเคลก็ถูกนำเอามาทำอาหารเยอะพอตัวอยู่เหมือนกัน และที่เรามักจะเห็นกันได้บ่อยๆ เลยก็คือการนำเคลมาทำเป็นน้ำสมูตตี้ปั่นรวมกับผักและผลไม้อื่นๆ เพื่อสุขภาพ คงจะเป็นเมนูที่สามารถทำได้ง่ายและดื่มได้ง่ายที่สุด นอกจากนี้ผักเคลยังสามารถนำมาทำสลัดผักต่างๆ รวมถึงเมนูอาหารยุโรปก็นิยมนำผักเคลไปเป็นส่วนประกอบด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าถามถึงเมนูแบบไทยๆ ที่ผักเคลพอจะทำได้ก็น่าจะเป็นผัดน้ำหอย หรือผัดผักที่เป็นเมนูที่ผักสายพันธุ์กะหล่ำหรือคะน้าถูกนำมาปรุงบ่อยๆ ก็น่าจะอร่อยและทานง่าย

มาถึงตรงนี้แล้วผักเคลน่าจะมีคุณสมบัติและคุณประโยชน์พอที่เราจะยกให้เป็นราชินีผักใบเขียวแล้วแน่นอน คุณประโยชน์คุณูปการแน่นขนาดนี้ แต่นอกจากผักเคลที่มีสารพัดสารพันประโยชน์ที่มีคุณค่ากับร่างกายเราแล้ว ยังมี Super Food ผักชนิดอื่นอีกมากมายให้เลือกรับประทานเพื่อเติมสารอาหารให้กับร่างกายอีกเยอะทีเดียว ทุกคนอย่าลืมทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และทานผักผลไม้และออกกำลังกายเป็นประจำให้ร่างกายแข็งแรงกันด้วย