รวมลิสต์โรคผิวหนังหน้าฝน...รู้ไว้ให้ระวัง


“แค่อยากจะรู้ว่าตรงที่เธอยืนนั้นมีฝนตกไหม สบายดีไหม” พอฝนตกทีไรต้องแอบฮัมเพลงนี้ขึ้นมาในใจทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะว่าเหงาหรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่ฝนตกหรือร่างกายโดนความชื้น มักจะเกิดอาการคันยิบๆ ขึ้นมา ก็ด้วยว่าฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความชื้นในอากาศสูง ทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้ง่าย ถึงแม้ว่าศาสตราจารย์ริชาร์ด กัลโล จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียวิทยาเขตซานดิเอโกของสหรัฐฯ และคณะ จะได้เผยแพร่ผลการวิจัยในวารสาร Science Advances ระบุว่าแบคทีเรียชนิด Staphylococcus epidermidis ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และดำรงชีวิตอยู่ตามผิวหนังของคนทั่วไป สามารถผลิตสารที่ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ก็ตามที แต่ก็ยังมีแบคทีเรียและเชื้อราอีกหลายชนิดที่เป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดอาการคันกวนใจในหน้าฝน

 
#รังแค
เพราะหน้าฝนเป็นช่วงที่หนังศีรษะมีโอกาสเปียกชื้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุมาจากการตากฝน หรือการสระผมหลังจากโดนละอองฝนมาก็ตาม ซึ่งหากปล่อยไว้ให้ชื้น หรือไม่ได้เป่าให้แห้งสนิท ก็อาจทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ ที่เป็นสาเหตุของรังแคตามมา นอกจากจะทำให้เสียบุคลิกแล้ว ยังอาจมีอาการคัน หรือบางคนที่มีอาการรุนแรงจนต่อมไขมันของหนังศีรษะอักเสบ ก็อาจทำให้รังแคมีสีเหลืองเป็นไข และมีเกล็ดใหญ่ขึ้นได้
 
#กลาก เกลื้อน
เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา โดย “กลาก” จะมีลักษณะเป็นผื่นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย มักเริ่มต้นด้วยอาการคัน ตามด้วยผื่นแดง ต่อมาจะลามเป็นวงขยายไปเรื่อยๆ พร้อมกับอาการคันที่เพิ่มมากขึ้น โดยมากแล้วจะพบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น หนังศีรษะ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า ซึ่งกลากสามารถติดต่อจากการใช้ของร่วมกัน หรือติดจากสัตว์เลี้ยงได้ ส่วน “เกลื้อน” จะมีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน ได้แก่ ขาว แดง น้ำตาล หรือ ดำ มักเกิดบริเวณลำตัว พบมากในผู้เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาก และใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น เนื่องจากความอับชื้นจะทำให้ติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น
 
#น้ำกัดเท้า
ใครที่เป็นสายลุย (น้ำ) อาบน้ำบ่อย หรือสวมใส่รองเท้าอับ อาจเกิดอาการระคายเคือง คันระหว่างนิ้วเท้า ผื่นแดง รวมถึงมีน้ำใสๆ ออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุจากความอับชื้น และสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำที่ท่วมขัง เพราะผิวหนังเมื่อโดนน้ำ หรือความอับชื้นเป็นประจำจะทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นที่มีตามธรรมชาติ ทำให้ผิวบริเวณนั้นลอก ถลอก และอาจมีการติดเชื้อ จนทำให้เกิดผิวหนังอักเสบตามมา
 
#เท้าเหม็น
อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะจริงๆ แล้วเป็นโรคชนิดหนึ่ง คือ Pitted Keratolysis ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อของแบคทีเรียบริเวณผิวหนังชั้นนอก จนทำให้ผิวอักเสบ เป็นผื่นแดงแห้งๆ มีสีออกน้ำตาล เท้าแห้งลอก ส่งกลิ่นเหม็นกว่าปกติ รวมถึงมีหลุม และรูพรุนเล็กๆ บริเวณฝ่าเท้า และง่ามเท้า พบบ่อยในคนที่มีเหงื่อออกมากและแบคทีเรียประจำถิ่น ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้จะเปลี่ยนสารคัดหลั่งและเหงื่อที่ผิวหนังให้เป็นกลิ่นเท้า
 
ดูแลผิวให้ปลอดภัยในหน้าฝน
ไม่อาบน้ำบ่อยเกินไป เพราะการโดนฝนและอาบน้ำบ่อย จะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ และเกิดการระคายเคืองได้
ทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น
ดูแลรักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ไม่ใช่เสื้อผ้าซ้ำ ส่วนรองเท้าหากเปียกชื้นต้องทำให้แห้งสนิทก่อนนำมาสวมใส่อีกครั้ง
ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อลดการอับชื้น และการสะสมของเชื้อโรค