อย่าละเลยการกินของเด็ก….วัยกำลังโต

รู้มั้ย? ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนในเด็ก กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสาธารณสุขไทย ยิ่งถ้าดูจากตัวเลขของระบบเฝ้าระวังกระทรวงสาธารณสุข (HDC) ที่บอกว่า เด็กเล็ก อายุ 0-5 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ร้อยละ 8.7 ในขณะที่เด็กในวัยเรียน อายุ 6-14 ปี พบร้อยละ 11.2 และเด็กวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี พบร้อยละ 13.5 ซึ่งสาเหตุต้นๆ ที่มักทำให้เด็กๆ เข้าใกล้ความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนก็คือพฤติกรรมการกิน หรือว่าด้วยเรื่องของโภชนาการนั่นเอง 



#สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการกินของเด็กวัยกำลังโต…เป็นสิ่งสำคัญ

ถ้าเราลองย้อนกลับไปในช่วงที่เราเป็นเด็กน้อยที่ใช้ชีวิตด้วยความสนุกสนานและไม่มีเรื่องอะไรให้คิดมาก เรามักจะติดเล่นกับเพื่อน ติดมือถือ ติดเกม ทำให้กินข้าวไม่ค่อยตรงเวลา ชอบกินขนมมากกว่าข้าว หรือชอบทานอาหาร Junk Food เป็นที่สุด พฤติกรรมเหล่านี้นี่แหละที่เป็นตัวการชั้นดีในการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ง่าย…แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?

เมื่อพูดถึงเรื่องการบริโภคอาหารของเด็กๆ ก็คงอดคิดไม่ได้ว่า ด้วยยุคสมัยที่ทันสมัยมากขึ้น การขนส่งก็ดีขึ้น การเข้าถึงอาหารก็ง่ายขึ้น เดี๋ยวนี้ทุกคนต้องยอมรับว่า เด็กๆ เองก็สามารถใช้สมาร์ทโฟนสั่งอาหารผ่านเดลิเวอรี่กันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำหวาน ลูกอม ขนมกรุบกรอบต่างๆ แถมยังมีพี่ไรเดอร์มาส่งให้ถึงหน้าบ้านอีกด้วย เรียกว่าจะกินอะไรก็สะดวกสบาย เข้าถึงอาหารได้ตลอด 24 ชม. ด้วยเหตุผลนี้เองจึงเป็นสาเหตุที่สำคัญว่าทำไมเด็กๆ ถึงมีภาวะเสี่ยงเป็นโรคอ้วน เมื่อเราเปรียบเทียบทั้งตัวเลขจากสถิติต่างๆ สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเด็กๆ ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งสิ้น

นอกจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อเด็กๆ แล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก แม้จะเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้น้อยแต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน ความบกพร่องทางพันธุกรรมที่เกิดจากพ่อและแม่ และการใช้ยาประเภทสเตียรอยด์ ที่อาจจะได้รับมากเกินไปก็มีความเสี่ยงนี้เช่นกัน



#เทคนิคสุดปังที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้!

เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้เด็กๆ มีสุขภาพดีทั้งเรื่องของอาหารและการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเด็กๆ ดังนั้นลองมาดูเทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองต้องร้องว้าว

1. เอาใจใส่เรื่องโภชนาการให้กับเด็กๆ
เมื่อเรารู้แล้วว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินของเด็กๆ คือ การกิน เราจึงต้องใส่ใจเรื่องโภชนาการให้มากขึ้น เน้นให้เด็กๆ ได้ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารประเภทโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผักหลายๆ ชนิดหลากสีสัน เพราะผักอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร สิ่งที่สำคัญคือ นม เพราะจะช่วยเสริมมวลกล้ามเนื้อและได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองบ้านไหนไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี ก็สามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อที่จะวางแผนการดูแลเด็กๆ ในเรื่องของโภชนาการที่ถูกต้อง ครบถ้วน และรอบด้าน

2. เริ่มต้นออกกำลังกาย…อย่างสม่ำเสมอ
ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองเริ่มปลูกฝังและเอาใจใส่กับการออกกำลังกายของเด็กๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะส่งผลทำให้เด็กๆ มีพละกำลังที่สมบูรณ์ แข็งแรง และยังทำให้เด็กๆ มีใจในการรักการออกกำลังกายอีกด้วย ทั้งนี้อาจเริ่มจากการออกกำลังกายด้วยกันแบบง่ายๆ ซึ่งสามารถเลือกกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและพละกำลังให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมปีนหน้าผาจำลอง แทรมโพลีน หรือเลือกเป็นชนิดกีฬาก็ได้ เช่น เทควันโด ว่ายน้ำ แบดมินตัน ซึ่งชนิดกีฬาเหล่านี้สามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ และหากเด็กๆ มีแพชชั่นพร้อมกับได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องอาจจะกลายเป็นนักกีฬาเยาวชนได้เลยทีเดียว

3. จัดสรรเวลาเสพสื่ออย่างเหมาะสม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เด็กๆ ที่เกิดมาในยุคโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเชื่อว่าหลายๆ บ้านจะต้องมีแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์ให้กับเด็กๆ การเล่นและใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ว่าเราควรมีเวลาที่เหมาะสมให้กับเด็กๆ เพราะการจัดสรรเวลาทำให้เขามีระเบียบวินัย ไม่ติดจอจนเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น สายตา หรือสุขภาพจิต เป็นต้น

การดูแลเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองควรใส่ใจในทุกรายละเอียดของเด็กๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีร่างกายที่แข็งแรง

สนใจ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ คลิก!