‘กลางคืนปุ๊บ...Alert ปั๊บ’ พฤติกรรมสุ่มเสี่ยง ‘โรคร่าเริง’


มีใครเป็นบ้างหรือเปล่าที่ช่วงเวลากลางวันจะรู้สึกง่วงนอน ไม่สดชื่น สมองตื้อคิดงานอะไรก็คิดไม่ค่อยจะออก แต่พอตกกลางคืนเท่านั้นแหละ ไอเดียพรั่งพรู รู้สึกกระปรี้กระเปร่า อยากทำนู่นทำนี่ขึ้นมา ซึ่งหลายคนอาจจะคิดนี่ว่าเป็นพฤติกรรมส่วนตัว แต่เอาจริงๆ แล้วมันอาจเป็นโรคแฝงที่มากับพฤติกรรมแบบผิดๆ ของเราแบบไม่รู้ตัวนี่แหละ 



 
 
ไลฟ์สไตล์สุ่มเสี่ยงของคนเจนฯ ใหม่!! 
ด้วยชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ที่แต่ละวันต้องทำหลายอย่าง ไหนจะรถติด งานโหลด ทำไม่เสร็จก็ต้องแบกกลับมาทำต่อที่บ้านตอนกลางคืนอยู่บ่อยๆ ทำให้บางคนรู้สึกว่าเวลา 24 ชม. แทบจะไม่พอ จนทำให้ไลฟ์สไตล์ชีวิตเปลี่ยนไป นอนดึก ตื่นเช้า กาแฟกลายเป็นที่พึ่งหลักในชีวิต ทำให้ส่งผลกระทบต่อร่างกายกันแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว สาเหตุนี้แหละเลยทำให้เกิดโรคใหม่ขึ้นมาที่เรียกกันว่า  “โรคร่าเริง” ที่ส่งผลให้การทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกายเกิดการแปรปรวน เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย แถมยังทำให้ฮอร์โมนของต่อมไร้ท่อในร่างกายเกิดความบกพร่องอีกด้วย 
 
ต่อมหมวกไตล้า...โรคที่หลายคนเป็นแต่ไม่รู้ตัว
รู้มั๊ย? โรคร่าเริง อาจเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไปสู่โรคต่อมหมวกไตล้าได้เหมือนกัน สังเกตได้จากความคล้ายของอาการโรค ซึ่งก็คือ เช้าไม่อยากตื่น บ่ายเริ่มง่วง เย็นสดชื่น ยิ่งดึกยิ่งตาสว่าง พญ.ชนิดา ขวัญฐิตินันท์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย จากโรงพยาบาลพญาไท 3 ได้อธิบายไว้ว่า ความเครียดต่างๆ ที่สุมเข้าจิตคุณในแต่ละวัน ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมใดก็ตามแต่ ล้วนทำให้การทำงานของต่อมหมวกไตนั้นหนักขึ้นจนหลั่งสารความเครียดที่ชื่อว่า ‘คอร์ติซอล’ ออกมา เป็นสาเหตุให้เกิดอาการต่างๆ ข้างต้นได้ “เนื่องจากวิถีชีวิตในปัจจุบันทำให้เราต้องเผชิญความเครียดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต่อมหมวกไตหลั่งคอร์ติซอลสู้กับความเครียดอย่างต่อเนื่อง และมันทำให้ต่อมหมวกไตของเราล้า ร่างกายจึงอ่อนแอได้ เพราะผลิตคอร์ติซอลออกมาสู้กับความเครียดไม่ทัน” ซึ่งเมื่อเครียด ก็ทำให้หลายคนนอนไม่หลับ กลายเป็นชีวิตวนลูป พักผ่อนน้อย กลางวันก็ง่วงตาจะปิด วนกันไป
 
เช็คหน่อย! เริ่มมีอาการเข้าข่ายหรือยัง? 
สำหรับอาการที่เข้าข่ายว่าจะเป็นโรคร่าเริงก็จะมีอาการตามนี้ คือ
● รู้สึกอ่อนเพลียในช่วงเวลากลางวันอยู่เป็นประจำ
● หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย แบบไม่มีสาเหตุ
● ไม่มีสมาธิในการทำงานเลย 
● พอตกกลางคืนกลับไม่รู้สึกง่วงนอน มีสมาธิในการนั่งคิดงาน ทำงาน หรืออ่านหนังสือ ดูหนังได้ยันเช้า 
 
ต้อง!!! ปรับไลฟ์สไตล์…ก่อนทุกอย่างจะสายเกิน
ใครที่ลองเช็คดูแล้วมีอาการที่เข้าข่ายว่าจะถูกโรคร่าเริงเล่นงานเข้าแล้วล่ะก็ ควรรีบปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองกันด่วนๆ เลยก่อนที่ร่างกายจะพังยาวแบบกู่ไม่กลับ โดยเริ่มที่การปรับไลฟ์สไตล์ชีวิตของตัวเองกันใหม่ ควรพักผ่อนให้ได้วัน 6-8 ชม. ในช่วงเวลาที่เป็นนาฬิกาชีวิตซึ่งเวลาที่ดีที่สุดในการนอนคือ 4 ทุ่ม -  6 โมงเช้า กินอาหารที่มีประโยนช์ อย่าเคร่งเครียดกับสิ่งต่างๆ รอบตัวมากจนเกินไป อย่างงานที่ไม่เสร็จ หรือซีรียส์ที่ยังดูไม่จบ เราควรจะต้องจัดเวลาให้เหมาะสม เเละลงตัว รวมไปถึงความหาเวลาออกกำลังกายเพิ่มเข้าไปด้วย 
 
อย่าลืมกันนะว่าสุขภาพถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรา ถ้าเรามัวเเต่ปล่อยตัวไปกับข้ออ้างต่างๆ ในชีวิตเพื่อที่จะทำร้ายสุขภาพไปเรื่อยๆ ในทุกวัน เพราะคิดว่าแต่ว่าแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอก วันที่ป่วยขึ้นมาแล้วจะมานั่งเสียใจว่ารู้อย่างนี้จะไม่ทำก็คงจะสายไปแล้ว ทางที่ดีอย่าลืมปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองกันเถอะ