‘Summer Flu’ ไข้หวัดหน้าร้อนที่มักจะมาพร้อมกับแดด


ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อุณหภูมิเริ่มเย็นลง ถือเป็นช่วงเวลาที่โรคสุดฮิตอย่างไข้หวัดใหญ่ออกมาระบาดอยู่เป็นประจำทุกปี แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ช่วงอากาศเย็นนะที่เราต้องระวัง ช่วงหน้าร้อนที่แดดจัดๆ แบบนี้ ก็มีสิทธิ์ทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดได้เหมือนกัน ซึ่งไข้หวัดที่ว่านี้ก็คือ ‘ไข้หวัดแดด’ หรือ Summer Flu



ไข้หวัดที่มากับแดด
ไข้หวัดแดด (Summer Flu) ไม่ได้เกิดจากเชื้อที่มีอันตรายมากมายอะไร แต่เป็นเชื้อไวรัสหวัดทั่วๆ ไปที่เข้ามาในร่างกาย ในสภาวะที่ร่างกายกำลังอ่อนแอจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนในประเทศไทย ที่อุณหภูมิพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียสเป็นว่าเล่น จนร่างกายเกิดความร้อนสะสมสูง บวกกับความชื้นในอากาศที่มีค่อนข้างมากหรือบางครั้งอยู่ในห้องแอร์ที่เย็นจัดๆ แล้วก็ออกมาเจออากาศข้างนอกที่ร้อนจัด จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน บวกกับถูกเชื้อโรคโจมตี ทำให้ป่วยในที่สุด

อาการของโรคส่วนใหญ่จะมีเพียงเล็กน้อยไม่รุนแรงอะไร จะมีก็เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอาการรุนแรงจนถึงขั้นโคม่า อาการที่พบบ่อยคือมีไข้ต่ำๆ (ไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส) หนาวสั่น ปวดหัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปวดเมื่อกล้ามเนื้อ บางรายอาจมีอาการอาเจียนและท้องร่วงได้ มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยไข้หวัดแดดจะไม่ค่อยพบอาการคัดจมูก มีน้ำมูก มีเสมหะ หรือเจ็บคอ เหมือนอาการของไข้หวัดทั่วๆ ไป แต่มักจะมีน้ำมูกใสๆ เพียงเล็กน้อย และรู้สึกคอแห้งเท่านั้น

ป่วยแค่ไหน ถึงต้องไปหาหมอ
อย่างที่เราบอกไปว่าปกติแล้วอาการของไข้หวัดแดดมักจะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ แค่พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ถ้ามีไข้ก็สามารถรับประทานยาลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะสามารถหายป่วยได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน หรืออย่างมากก็ 1-2 สัปดาห์

แต่ถ้ารู้สึกว่ามีอาการมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็วที่สุด สำหรับตัวยาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และสายพันธุ์ B โดยตัวยาจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อรับประทานภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากที่มีอาการป่วย

ไข้หวัดแดดป้องกันได้ แค่ระวัง ‘แดด’
ในช่วงที่โควิด (COVID-19) กำลังระบาดอยู่นี้ ถือเป็นข้อดีเพราะทุกคนนั้นใส่หน้ากากอนามัย และมีการเว้นระยะห่าง ทำให้โอกาสที่จะป่วยเป็นหวัด หรือโรคติดต่อทางทางเดินหายใจอื่นๆ นั้นมีน้อยลงด้วย การป้องกันโรคไข้หวัดแดดนั้น ก็ใช้หลักการเดียวกับการป้องกันโรคไข้หวัดทั่วๆ ไป คือทำร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ

ส่วนที่ต้องระวังเพิ่มเติมคือ ในช่วงที่อากาศร้อนๆ แบบนี้ ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจัดๆ หรือหากอยู่ในอากาศที่ร้อนจัด ก็ไม่ควรที่จะเข้าตัวที่อาคารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศทันที ควรให้เวลาร่างกายในการปรับอุณหภูมิซะก่อน แค่นี้ไม่ว่าจะไข้หวัดไหนๆ ก็ไม่มีทางมากวนใจเราได้แน่นอน