Office Syndrome แบบไหนที่ต้องระวัง!

มาดูว่าอาการปวดๆ เมื่อยๆ จากการทำงานที่เราชอบละเลยเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับคุณอยู่หรือเปล่า...แล้วสัญญาณของโรค “ออฟฟิศซินโดรม” จะร้ายแรงแค่ไหน? มาเช็คร่างกายได้ตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า!
 

#ทำงานอยู่ดีๆ มือก็ชา ใช้เมาส์ไม่ถนัดเลยเพราะนิ้วชี้แข็งตึง ปวดร้าวถึงข้อมือ เป็นสัญญาณร้ายที่ร่ายกายกำลังบอกว่าถึงเวลาดูแลตัวเองได้แล้วนะ เพราะขณะที่เรากำลังนั่งตัวเกร็งปั่นงานอยู่นั้นจะทำให้กล้ามเนื้อตรงนิ้วมือของเราก็ทำงานหนักมากจนอักเสบบวมไปกดทับตรงเส้นประสาทและเส้นเอ็นที่ข้อมือของเราทำให้นิ้วล็อค มือชา และเอ็นอักเสบไง หากมีอาการเหล่านี้หยุดพักสักหน่อยแล้วไปหาหมอเถอะนะ

#ปวดหัวหนักมาก จนบางคนเชื่อกันไปว่าเจ้ากรรมนายเวรมาทวงคืน แต่ที่จริงแล้วอาการปวดหัวเกิดขึ้นจากสาเหตุที่เราเครียดมากไปจากการทำงานไหนจะนอนน้อยแค่วันละ 2-3 ชั่วโมง เลยทำให้ตื่นสายจนต้องเร่งรีบไปทำงาน สภาพที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ทำให้ร่างกายเราสร้างฮอร์โมนมาทดแทนไม่ทัน เลยไปกระตุ้นให้ปวดหัวหนักกันไปใหญ่ ปรับเปลี่ยนชีวิตฝึกยิ้มให้กับตัวเองจะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น    
 

#ปวดร้าวตรงหลัง จากการสะสางงานกองเบ่อเริ่ม การนั่งทำงานนานๆ จนไม่ได้ลุกเดินไปไหน จะทำให้ร่างกายเมื่อยล้า ลองสังเกตุตัวเราว่าจากคนที่นั่งหลังตรงทำงาน ผ่านไปไม่กี่นาทีจะค่อยๆ ห่อตัวไหลลงมากองที่เก้าอี้ เห็นตัวเองแบบนี้รู้ไหมว่ากล้ามเนื้อคอกำลังเกร็งอยู่ตลอดเวลาจนทำให้ปวดร้าวที่หลังเรื้อรัง

#ปวดแสบจริงจังทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ พบได้บ่อยมากในสาวออฟฟิศ ที่ชอบกลั้นปัสสาวะนานๆ หรือทำงานเพลินจนลืมเข้าห้องน้ำจนติดเป็นนิสัย หากปล่อยไว้นานๆ อาจติดเชื้อแบคทีเรีย จะเริ่มปัสสาวะไม่ออกและแสบมากๆ บริเวณนั้น เป็นสัญญาณเตือนของ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ที่อยากให้ป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า

#ทำงานหน้าคอมพ์ จู่ๆ ตาก็พร่ามัวขึ้นมาทันที อาการแบบนี้น่ากลัวมากและเกี่ยวข้องกับการใช้สายตาโดยไม่ได้หยุดพัก ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ที่รู้กันดีว่ามีแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อลูกตา ลองคิดดูว่า หากคนเราใช้สายตาโดยไม่หยุดพักเลย ยกเว้นตอนนอน 8 ชั่วโมง (บางคนน้อยกว่านั้น) จะเท่ากับเราใช้สายตาจึง 4.6 วันตลอดสัปดาห์ มีเวลาหยุดพักเพียง 2 วันกว่าๆ เท่านั้นเอง อย่างนี้แล้วสิ่งที่ตามมาคือ การเสื่อมสภาพของเยื่อบุนัยตา และมีความเสี่ยงต่อต้อหินขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้น หากตาพร่าบ่อยๆ ให้พักสายตา และหากไม่ดูแลดวงตาก็อาจถึงขั้นตาบอดถาวรได้