จะเกิดอะไรขึ้น…เมื่อรอยสักพูดกับคุณได้?

“มันจะรู้สึกดีแค่ไหน…ที่เราสามารถบันทึกเสียงของใครซักคนลงบนร่างกายของเราแล้วเปิดฟังเสียงของเขาได้ตลอดเวลา ! ”

ขอบอกว่าเทคโนโลยีนี้ก้าวล้ำไปอีกขั้นจริงๆ  สำหรับรอยสักคลื่นเสียงหรือ “soundwave  tattoo” ที่ทำให้การจดบันทึกความสุขและความทรงจำต่างๆ ไม่จำเป็นต้องบันทึกลงไดอารี่เล่มโปรด หรือถ่ายภาพเสมอไป เพราะนวัตกรรมนี้จะใช้รอยสักที่มาพร้อมเสียงของคนที่คุณรักมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการ “Bring Back Memory” ที่สร้างคุณค่าทางใจได้ไม่ต่างกันนัก   


ความจริงนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะในสหรัฐเขามี SOUNDWAVE TATTOO มาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว 


ข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Skinmotion.com ทำให้เราค้นพบว่าไอเดียสุดครีเอทีฟนี้มีผู้คิดค้นคนแรกก็คือ Nate Siggard  ซึ่งเขาและทีมได้ร่วมกันสร้างเว็บไซต์ชื่อ THE SKIN MOTON ขึ้นมาจนทำให้ soundwave tattoo หรือรอยสักคลื่นเสียงนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงเดือนเมษายนของปี 2017
 

ความเหมือนที่แตกต่าง SOUNDWAVE TATTOO & AUGMENTED REALITY ARTS 


ย้อนไปต้นปี เราเคยพาคุณไปรู้จักกับ AUGMENTED REALITY ARTS (AR ART)  ที่งาน ONE LOVE ARTS EXHIBITION กันแล้ว ซึ่งความจริง…รอยสักบันทึกเสียงนี้ก็มีระบบการทำงานคล้ายกันๆ กับเทคโนโลยีเออาร์อาร์ต ที่จะอาศัยการโหลดแอพฯ แล้วเชื่อมต่อกับวัตถุนั้นๆ  โดย SOUNDWAVE TATTOO จะต้องใช้การโหลด application เอาไว้เพื่อสำหรับการสะแกนรอยสัก   

ใครที่อยากลองติดตั้ง SOUNDWAVE TATTOO APPLICATION เพื่อดูหน้าตาและขั้นตอนบันทึกเสียงรอยสักแล้วล่ะก็ เราขอยกตัวอย่าง Application ชื่อว่า  SKINMOTION ที่เพิ่งพูดถึงไปนี่ล่ะ 

ก่อนเข้าสู่การ Sign up เป็นสมาชิก หลังดาวน์โหลดเสร็จก็จะเห็นว่ามีขั้นตอนและคำแนะนำต่างๆ ขึ้นบอกเหมือนกับภาพด้านล่างนี้  ซึ่งหลังจาก sign up เป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ในแอพฯ จะให้คุณอัพรูปลายสักที่ต้องการไปพร้อมกับไฟล์เสียงความยาวไม่เกิน 1 นาที เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น Application ก็จะบอกตำแหน่งร้านที่ตั้งอยู่ในจุดต่างๆ ให้กับคุณ 
 












 
หนึ่งในตัวอย่างของผู้ใช้บริการ Sound Wave Tattoo ที่บอกว่า นวัตกรรมนี้ช่วยให้เขาได้รำลึกนึกถึงคนที่จากไปอยู่เสมอ


                         ตัวอย่างของผู้ใช้บริการ Soundwave Tattoo ด้วย แอปฯ  “The Skin Motion”
 

SOUNDWAVE TATTOO ในทางจิตวิทยานั้นมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง? 


หลายคนคงรู้แล้วว่า “รอยสัก” ก็เปรียบเสมือนพลังความสวยงามแห่งศิลป์ (Body Art) ที่แสดงถึงตัวตนหรือเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจพร้อมความทรงจำต่างๆ ช่วยให้ชีวิตของคนๆ หนึ่งก้าวเดินต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ รู้มั้ยว่าข้อมูลในเชิงจิตวิทยากลับบอกว่าการสักนั้นถูกจัดให้เป็นพฤติกรรมทางจิตเวชที่เรียกว่า SELF-INJURY  หรือ Self-Punishment ซึ่งแปลว่าการทำร้ายตัวเองแบบไม่รุนแรง  ขณะที่งานวิจัยจาก Department of Psychology, University of Westminster, London, UK  เรื่อง Marked for life? A prospective study of tattoos on appearance anxiety and dissatisfaction, perceptions of uniqueness, and self-esteem กลับพบว่า หลังจากสักเสร็จคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงจะรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจและเคารพตัวเองที่มากขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ   

นอกจากนี้…ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมในแง่บวกอีกว่า จริงๆ แล้วการสักถือเป็นการบำบัดเยียวยาทางใจได้เหมือนกัน โดยเฉพาะทหารที่ออกรบแล้วเกิดภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือ สภาวะป่วยทางจิตใจหลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตขั้นร้ายแรง โดยมันจะช่วยเตือนให้พวกเขารู้ว่าตนได้ผ่านพ้นอะไรมาบ้าง และจะไม่ทำให้พวกเขาลืมเพื่อนที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา 

ฉะนั้น ! ถ้าให้เรามองว่าการสักคลื่นเสียงนี้จะให้ผลทางใจไปในทิศทางไหน จริงๆ มันแล้วแต่คนมองมากกว่า แต่ว่าอย่างที่รู้กันแล้วว่าเจตนาของไอเดียนี้ก็คือ ให้รอยสักเป็นเสมือนลิ้นชักความทรงจำที่จับต้องได้มากขึ้น เป็นเครื่องเตือนใจที่มาพร้อมเสียงที่คุณสามารถหยิบมือถือขึ้นมาสะแกนแล้วฟังเสียงคนที่คุณรัก ทั้งคนที่จากไปแล้ว หรือแม้กระทั่งเสียงสัตว์เลี้ยงให้หายคิดถึง  เราเชื่อนะว่ามันจะทำให้คุณเริ่มต้นวันได้อย่างมีเป้าหมายและมีสติได้ แต่หากสภาพจิตใจยังคงแย่ การมีรอยสักคลื่นเสียงก็อาจจะทำให้ใจของคุณนั้นแย่ลงไปอีกเหมือนกัน  เราอยากแนะนำให้ผู้ที่สนใจเช็กความพร้อมทางกายและทางใจของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะดีที่สุด มารอลุ้นกันดีกว่าว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาบ้านเราให้ได้ลองใช้กันเมื่อไหร่ :)