เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองได้ง่ายๆ ด้วย 5 เทคนิคนี้กันดีกว่า

การมีเสน่ห์หรือแรงดึงดูดไม่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา แต่เหมือนเป็นแรงดึงดูดให้เราอยากเข้าใกล้หรือทำความรู้จักคนๆ หนึ่งได้แบบหาเหตุผลอธิบายไม่ได้ ที่เห็นได้ชัดคือเรามักชอบคนที่มีความมั่นใจ มีความกระตือรือร้น และมีความเป็นตัวของตัวเอง

ในทางจิตวิทยา "เสน่ห์" เป็นเรื่องลึกลับและซับซ้อน เราจะรู้สึกชอบหรือเกลียดขี้หน้าบางคนทันทีที่เห็นหน้า แถมยังบอกเหตุผลไม่ได้ด้วยว่าทำไม... ทว่าในทางวิทยาศาสตร์ ก็พบความเชื่อมโยงระหว่างการมีเสน่ห์กับประสาทจิตวิทยา (Neuropsychology)

ยิ้มบ่อยๆ :
ออกจะน่ารำคาญถ้ามีคนพร่ำบอกคุณว่า “ยิ้มหน่อย” บางครั้งดูจะหยาบคายด้วยซ้ำเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา แต่นักวิทยาศาสตร์บพบว่า ถ้าคุณอยากมีเสน่ห์มากขึ้น การยิ้มช่วยได้จริงๆ โดยนักวิจัยจาก University of Bern ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันแล้วว่า คนที่ยิ้มบ่อยๆ หรือสีหน้ามีความสุข มีเสน่ห์มากกว่าคนที่มักแสดงสีหน้าเรียบเฉย

มีอารมณ์ขัน :
คุณลองถามเพื่อนผู้หญิงว่าชอบจิม แคร์รีย์ อดัม แซนด์เลอร์ หรือเบน สติลเลอร์ นักแสดงตลกและรอม-คอม หรือเปล่า คำตอบที่ได้อาจทำให้คุณแปลกใจ เพราะแม้ทั้ง 3 คนจะไม่ได้หล่อจัดตามมาตรฐานฮอลลีวูด แต่ก็โดนใจสาวๆ จากการมีอารมณ์ขันโดยธรรมชาติแบบไม่ต้องฝืนตัวเองใดๆ ดังนั้นก็อย่าเครียดเกินไป ปล่อยมุขซะบ้าง ไม่แน่ว่าอาจมีคนชอบมุขแป้กๆ ของคุณก็ได้นะ 

คล่องแคล่วไม่เฉื่อยชา :
ดร.จอห์น เมดิน่า นักชีววิทยาระดับโมเลกุลผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมอง บอกว่าความสนใจของมนุษย์สั้นกว่าปลาทองซะอีก ถ้าสิ่งนั้นไม่น่าสนใจจริงๆ ไม่ต้องรอให้ถึง 8 วินาทีก็จะหันไปหาสิ่งอื่น โดยสมองจะถูกดึงดูดจากอะไรที่แปลกใหม่ นั่นอาจตอบคำถามว่าทำไมเรามีความประทับใจแรกเจอต่อคนที่เพิ่งรู้จักกัน เช่น การที่ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันเปิดประตูรถให้ หรือเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง การแสดงออกของท่าทีเหล่านี้อย่างคล่องแคล่ว สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นได้ไม่ยาก

ใช้ภาษากายให้เป็นประโยชน์ :
นักวิจัยยืนยันว่าภาษากายหรือลักษณะท่าทางที่เราแสดงออกทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว มีส่วนสำคัญต่อการบอกว่าคุณน่าดึงดูดแค่ไหน คนที่มีลักษณะ “เปิดเผย” น่าเข้าหา ดูมีเสน่ห์กว่าคนที่มีลักษณะแบบ “ปิดตัวเอง” ที่ชอบกอดอก ดูแต่โทรศัพท์ หรือเบือนหน้าหนี ซึ่งสะท้อนว่าเขาไม่พร้อมจะคุยกับใคร... ลองเริ่มง่ายๆ ที่การนั่ง/ยืนหลังตรง แสดงท่าทางเป็นธรรมชาติ และเมื่อมีการพูดคุย ก็เลิกกอดอก ปล่อยมือให้เป็นอิสระ ให้คู่สนทนาเห็นมือทั้งสองข้างโดยคุณจะใช้มือแสดงท่าทางประกอบก็ได้ โดยผู้หญิงจะมองว่าผู้ชายที่มีลักษณะแบบนี้ ดูมีความมั่นใจ และมีเสน่ห์มากๆ เลยล่ะ 

ทฤษฎีกระจกเงา :
สมองของเราชื่นชอบความแปลกใหม่ การมีส่วนร่วม และการทำตามกลุ่มซึ่งเห็นได้ง่ายจากพฤติกรรมช่วงวัยเด็ก แต่เมื่อเราโตขึ้น ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากขึ้น ทำให้แต่ละคนมีความชอบแตกต่างกันไป ถ้าคุณรู้สึกดีกับใคร ก็ลองเลียนแบบพฤติกรรมของเขาคนนั้นดูสิ ยิ่งทำเหมือน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าคุณทั้งสองมีความเหมือนกัน เป็นแรงดึงดูดที่ทำให้เขาสนใจคุณได้โดยที่เขาเองไม่รู้ตัว

รู้แล้วก็ลองหน่อย เผื่อจะมีคนใหม่ๆ เข้ามาให้คุณได้กระชุ่มกระชวยหัวใจ เพิ่มความแปลกใหม่ให้ชีวิตคุณได้นะ