เมื่อภูมิคุ้มกันหมู่ยังไม่มา ถึงเวลาอยู่กับ New Normal ให้ฉลาด เซ็กซี่ เฮลท์ตี้กว่าเดิม

การคาดหวังถึงภูมิคุ้มกันหมู่ที่จะทำให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเดิม โดยไม่ต้องกังวลถึงการติดเชื้ออาจไม่คำตอบอีกต่อไป เพราะจากสถานการณ์จริงในประเทศอิสราเอลที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนแล้วถึง 57.2% (5.17 ใน 9 ล้านคน) จนมีการประเมินว่าได้เข้าสู่ภาวะการมีภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว แต่เมื่อต้องพบกับไวรัสสายพันธุ์อินเดีย (เดลต้า) ที่เริ่มมีผู้ติดเชื้อแม้จะได้รับวัคซีนครบโดสแล้วก็ทำให้ต้องกลับมาทบทวนมาตรการต่างๆ ที่ได้ผ่อนคลายไป
 


ในขณะที่ต้นเดือนกรกฎาคม 2564 ประชากรทั่วโลกยังได้รับวัคซีนครบโดสไปเพียง 11.2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไกลกับคำว่าภูมิคุ้มกันหมู่ และกระนั้นคำว่าภูมิคุ้มกันหมู่อาจจะไม่มีอยู่จริง เพราะไวรัสก็ยังกลายพันธุ์เพื่อหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันต่อไปอีก 
 
ส่วนไทยแลนด์แดนเราข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2 กรกฎาคม 64 จากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. บอกไว้ว่า มีการฉีดวัคซีนเข็มสองแล้ว 2.2 ล้านคน หรือแค่ 4.4% ของประชากร ซึ่งการจะมีภูมิคุ้มกันหมู่จะต้องฉีดให้ได้ 70% ของประชากร คือ 100 ล้านโดสใน 50 ล้านคน เมื่อนำตัวเลขสูงสุดที่อาจฉีดได้วันละ 2.5 แสนโดสซึ่งเป็นไปได้ยากมากมาคำนวณก็ยังต้องใช้เวลาถึง 384 วัน ซึ่งนานกว่า 1 ปีไปอีกกก... 
 

เมื่อต้องอยู่กับ 5 New Normal ไปอีกนาน เราถือโอกาสนี้มาทำอะไรใหม่ๆ ให้ตัวเองสุขภาพดีและมีความสุขกว่าเดิมกัน
 


1. ไหนๆ ก็ต้องเว้นระยะ รีบเอาเวลามาทำกิจกรรมอัพสกิล
ไหนๆ ก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่คนเดียว ลองเอาเวลานั้นมาฝึกทำอะไรใหม่ๆ ท้าทายตัวเอง! อย่างออกกำลังกายฟิตหุ่นใน 90 วัน ทำอาหารคลีนสูตรหลากหลายสไตล์คุณ ฝึกวาดภาพสีน้ำมันสุดอลังฯ อัปสกิลภาษาที่สามเตรียมลุยเที่ยวเมื่อเปิดเมือง หรือถ่ายรูปอย่างสวยแลวอัปขายใน PhotoStock เลือกสักอย่างแล้วลงมือทันทีแล้ว Happy กับมัน

2. อยู่กับหน้ากากทั้งวัน...อย่างเข้าใจปอด
ใส่หน้ากากอนามัยตลอดทั้งวันจนเป็นอวัยวะที่ 33 กันมานาน ร่างกายอาจปรับตัวทำให้คุณหายใจสั้นและตื้นจนเป็นนิสัย นอกจากจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ปอดของก็จะอ่อนแอและบางส่วนอาจแฟบลง มาฝึกหายใจกันใหม่ ทำได้ง่ายๆ เริ่มจากหายใจเข้า 2 วินาที นับหนึ่งและสองในใจ แล้วหายใจออกนาน 4 วินาที นับหนึ่ง สอง สาม สี่ ถ้าทำแบบนี้ได้อย่างสบายต่อเนื่องกันนาน 5 นาที ให้ค่อยๆ เพิ่มเป็นหายใจเข้า 3 วินาที หายใจออก 6 วินาที สัปดาห์แรกลองฝึกแบบนี้ให้ได้ต่อเนื่องสัก 15 นาที เมื่อทำได้คล่องก็ค่อยเพิ่มเป็น หายใจเข้า 4 วินาที หายใจออก 8 วินาที แบบนี้ก็ได้
 
3. ล้างมือแล้ว ล้างพิษในร่างกายด้วย
เมื่อต้องสร้างนิสัยล้างมือบ่อยๆ ลองเพิ่มเติมอีกนิดให้คู่ขนานกันไปด้วยการสร้างนิสัยล้างของเสียภายในร่างกาย ลองตั้งกฎ “ล้างมือเสร็จทุกครั้งฉันจะดื่มน้ำ 1 แก้ว” เพื่อเพิ่มการทำงานของระบบเผาผลาญ กระตุ้นสมอง หัวใจ และระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น แต่กระนั้นก็อย่าหักโหมดื่มมากเกิน 1 ลิตรในแต่ละครั้ง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะ “ไฮโปแนทรีเมีย” จากการมีระดับเกลือโซเดียมในร่างกายต่ำและสมดุลน้ำในร่างกายเสียหาย ยิ่งถ้าดื่มเกิน 5 ลิตรต่อวัน น้ำอาจจะเข้าไปคั่งในเซลล์ ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนักขึ้น เกิดภาวะสมองบวม ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้
 


4. สร้างอากาศสดชื่นในพื้นที่ปิด
มนุษย์เมืองอย่างเราเลี่ยงสถานที่แออัดและพื้นที่ปิดได้ยากจริงๆ การต้อง WFH ในห้องแคบๆ เปิดแอร์คลายร้อนตลอดวันนั้นทำให้ความชื้นในอากาศหายไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการผิวแห้ง ปากแห้ง ตาแห้ง และส่งผลกระทบต่อปอดและอวัยวะภายในโดยไม่รู้ตัว จัดเครื่องเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศที่เรียกว่า Humidifier มาเป็นตัวช่วยสักเครื่องดีกว่า นอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นทันที ยังช่วยลดอาการต่างๆ ที่เกิดจากอากาศแห้งได้ด้วย ที่สำคัญอย่าลืมบำรุงรักษาเครื่องให้สะอาดและเติมน้ำอยู่เสมอด้วยนะ อ้อ! ถ้าจังไม่พร้อมจับจ่ายอาจเติมน้ำใส่ถังแล้วตั้งไว้ในห้องก็ได้
 
5. Unfollow No Care
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราต่างเสพข่าวและมีความกังวลเรื่องการติดเชื้อรวมถึงความปลอดภัยของวัคซีน แถมข่าวร้ายรายวันยิ่งพาให้เครียดหนัก บางคนรายได้หดหาย และการช้อปปิ้งออนไลน์ก็พาไปสู่ทางตันด้านการเงิน ดังนั้น “New Normal ไม่พบกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงใกล้ผู้ป่วย” ก็แค่เลิกติดตามอะไรป่วยๆ รู้จักกลั่นกรอง Fake New กับศูนย์ต้านข่าวปลอม www.antifakenewscenter.com แล้วหยุดกลัวการตกเทรนด์พังๆ No สน No แคร์ อัลฟอลรัวๆ เลือกเก็บไว้แค่ที่ชัวร์ก็พอ