หากคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็ง คุณมีแนวโน้มเสี่ยงโรคมะเร็งทางพันธุกรรมสูง


ปัจจุบันสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับ 1 เกิดจาก “โรคมะเร็ง” แซงหน้าโรคหัวใจซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะมีการป้องกันและรักษาที่ดีขึ้น สำหรับสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยตอนนี้ กระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 รายเลยทีเดียว



มียีนมะเร็งทางพันธุกรรม ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากถึง 14%
ผศ.ดร.นพ.โอบจุฬ ตราชู แพทย์อายุรศาสตร์และพันธุศาสตร์การแพทย์ ศูนย์มะเร็ง รพ.พญาไท 2 บอกว่า โรคมะเร็งกว่า 95% เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย และอีก 5% เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากพันธุกรรม ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งคนที่มียีนมะเร็งทางพันธุกรรมนี้ มีแนวโน้มเกิดโรคมะเร็งเหมือนกับคนในครอบครัวมากกว่า 14% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงตามสถิติทางการแพทย์ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

จะรู้ได้ยังไง ว่าเรามียีนมะเร็งทางพันธุกรรมหรือเปล่า?
หากคนในครอบครัวหรือญาติใกล้ชิด เช่น ยาย แม่ พี่น้องของคุณแม่ หรือพี่น้องของเราเอง มีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็ง ตั้งแต่ 1 - 2 คนขึ้นไป ให้ตั้งข้อสงสัยว่าตัวเราเองอาจมีสิทธิ์เป็นโรคมะเร็งทางพันธุกรรม ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย โดยแพทย์จะซักประวัติและนำไปคำนวณหาความเสี่ยง หากพบว่าคนไข้มีความเสี่ยงจากประวัติครอบครัว แพทย์จะทำการตรวจเลือดหายีนมะเร็งทางพันธุกรรม เพื่อยืนยันอีกครั้งว่าคนไข้มีสิทธิ์เป็นโรคมะเร็งชนิดไหนบ้าง จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจยีน 2 กลุ่ม คือยีน BRCA1 และ ยีน BRCA2 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ หากพบว่ายีนทั้ง 2 กลุ่มมีความผิดปกติ นั่นแปลว่ามีโอกาสเกิดโรคมะเร็งและสามารถสืบทอดทางพันธุกรรมได้

ข้อดีของการตรวจหายีนโรคมะเร็งทางพันธุกรรม
หลายคนไม่กล้าไปตรวจเพราะกลัวจะเจอว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง แต่ความจริงแล้วการตรวจเลือดหายีนโรคมะเร็งทางพันธุกรรมนั้นมีข้อดีมากกว่าที่คิด เช่น 
  • คนที่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยง ก็สามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เพิ่มโอกาสเกิดโรค
  • คนที่กำลังวางเเผนชีวิตหลังแต่งงาน สามารถเลือกเก็บไข่หรือเชื้อที่ไม่มียีนโรคมะเร็งทางพันธุกรรมและโรคร้ายอื่นๆ เพื่อทำกิฟท์หรือเด็กหลอดแก้ว ช่วยลดความเสี่ยงที่จะส่งต่อถึงรุ่นลูกได้อีกทางหนึ่งเหมือนกัน 
  • ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งลุกลาม เพราะแพทย์จะทำการนัดตรวจทุกปี หากพบมะเร็งในระยะแรก จะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ และมีโอกาสหายขาดสูงกว่า 
ปัจจุบันมียารักษาโรคมะเร็งเฉพาะจุดที่ได้ผลดี คนไข้มีทางเลือกในการรักษาเพิ่มมากขึ้น การที่คนไข้รู้ตัวเร็วจึงถือเป็นโอกาสที่จะทำให้คนไข้ต่อสู้กับโรคร้ายได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด