เปลี่ยนเซ็กส์เสื่อมเป็นซู่ซ่าส์ ไม่ต้องพึ่งยาปลุกเซ็กส์



จากสถิติพบว่า ชายไทยมากกว่า 2 ใน 3 เคยมองหายาปลุกเซ็กส์   ไม่ว่าจะนำมาใช้จริงหรือแค่หาข้อมูลไว้ และเชื่อว่าแทบทุกคนที่มีคู่รัก มักประสบปัญหาการขาด “อารมณ์ร่วมรัก” ในบางช่วงของชีวิต



ทำไมถึงเป็นแบบนั้น...หรือว่าชายไทยถึง 2 ใน 3 มีปัญหาเซ็กส์เสื่อมจริงๆ?
ที่จริงแล้ว การที่ผู้ชายสูงวัยรู้สึกว่าตนเองมีความรู้สึกทางเพศหรือพลังทางเพศลดลงนั้น ไม่ได้ต่างไปจากความคิดของคนวัยหนุ่มสักเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าหนุ่มวัยไหนก็มักมีความกังวลในเรื่องนี้อยู่ลึกๆ สาเหตุอาจจะเพราะเคยรู้สึกไม่มีอารมณ์ร่วมในวันที่ทำงานมาเหนื่อยหนัก ในช่วงเครียดๆ นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ จนเกิดเป็นความรู้สึกที่ว่า ตนเองกำลังจะหมดสมรรถภาพทางเพศ หรือมีปัญหานกเขาไม่ขันซะแล้วหรือเปล่า หรือในบางรายอาจเกิดจากความคิดไปในทางลบกับขนาดของอวัยวะเพศ จึงคิดหายาปลุกเซ็กส์มาเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้รู้สึกดีขึ้น

ยาปลุกเซ็กส์ มีประโยชน์หรือโทษกันแน่
ยาปลุกเซ็กส์ หรือยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ ปกติแล้วไม่ได้มีสรรพคุณในการกระตุ้นอารมณ์ให้อยากมีเซ็กส์แต่อย่างใด เพราะอารมณ์ทางเพศนั้นเกิดจากความคิดทางสมองหรือความต้องการทางอารมณ์และจิตใจ ไม่ใช่ความต้องการทางกายเป็นหลักใหญ่ เพียงแต่ว่ายาที่ช่วยแก้ปัญหาสมรรถภาพทางเพศถดถอยนั้น จะทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น ทำให้องคชาติแข็งตัวได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผล 100% แถมยาดังกล่าวยังส่งผลต่อเส้นเลือดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะการขยายหลอดเลือดบริเวณจอประสาทตา จึงทำให้หลายคนมองเห็นภาพเป็นสีฟ้าเมื่อกินยาเข้าไป หรืออาจเกิดอาการหายใจไม่ค่อยออก ร้อนวูบวาบ หน้าแดง คลื่นไส้ แม้จะเกิดไม่มากหรือไม่รุนแรง แต่ก็ควรระวังการใช้ยาเกินขนาดด้วย เพราะหากใช้ในระยะยาวก็ส่งผลกระทบถึงตับ ไต ได้ในที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยามากินเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

อยากให้น้องชายสู้ รู้มั๊ย! พี่ชายต้องสู้ก่อน 
โดยเริ่มได้ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการทำสิ่งง่ายๆ ด้วยการถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองก่อน 

#อ้วนไปไหม เพราะผู้ชายที่อ้วน มักมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำกว่าปกติ ซึ่งมันส่งผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ หากอ้วนอยู่ก็ลองหาวิธีลดไขมันในร่างกาย แต่อย่าหันไปพึ่งยาลดน้ำหนักล่ะ

#ออกกำลังกายบ้างไหม การออกกำลังกายแบบแอโรบิกให้หัวใจเต้นแรงต่อเนื่องสัก 30 นาที จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ รวมทั้งอวัยวะเพศได้ดีขึ้น แต่ถ้าคุณไม่พร้อมจะออกกำลังกาย ควรหมั่นกระตุ้นน้องชายให้เหมือนได้ใช้งานเป็นประจำสัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง เมื่อมีการแข็งตัวร่างกายจะหลั่งสาร Prostaglandin E1 ที่ทำให้หลอดเลือดแดงในอวัยวะเพศไม่แข็งตัวและเปราะง่าย แถมยังช่วยลดการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดพังผืดในน้องชายอันจะทำให้การแข็งตัวลดประสิทธิภาพลง 

#นอนน้อยไปไหม ร่างกายผู้ชายจะมีระบบหนึ่งที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศจนเกิดการแข็งตัวในขณะนอนหลับ ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณ 3 - 5 ครั้งในขณะที่อยู่ในภาวะหลับตื้น (REM sleep) ขณะนั้นเองจะมีการสร้างสาร Prostaglandin E1 ออกมา การนอนหลับพักผ่อนจึงมีความสำคัญไม่แพ้การกระตุ้นให้น้องชายแข็งตัวขณะตื่น

#กินเหล้าไหม-สูบบุหรี่หรือเปล่า เพราะการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่จะส่งผลต่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทที่ใช้ในการควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เมื่อเส้นเลือดเสื่อมก็ย่อมเป็นปัญหาในการแข็งตัว แถมจำนวนอสุจิก็จะลดลงทำให้มีลูกยากอีกด้วย

ถ้าเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังมีปัญหา... มาบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพิ่มพลังกันดีกว่า

หลายคนอาจสงสัยว่า ไอ้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานนี้คือส่วนไหน ใช่กล้ามเนื้อก้นหรือเปล่า ให้คุณลองทำแบบนี้ดู... ตอนปวดปัสสาวะให้ทำเหมือนกำลังกลั้นปัสสาวะ รู้สึกส่วนไหนกระชับตึงนั่นแหละใช่! และเมื่อรู้สึกอยากผายลมแต่จำเป็นต้องกลั้นเอาไว้จนมีความรู้สึกว่าทวารหนักถูกดึงรั้งขึ้นไป นี่ก็กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเหมือนกัน เมื่อรู้แล้วว่ามันคือส่วนไหน ให้ลองบริหารแบบนี้ 

1.นอนหงายชันเข่าในท่าที่สบายๆ
2.เริ่มเกร็งกล้ามเนื้อเหมือนกับการกลั้นปัสสาวะและกลั้นการผายลมไปพร้อมๆ กัน ทำให้นานเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ พักสักครู่ 
3.ทำซ้ำแบบเดิม 10-15 ครั้งในวันแรกๆ แล้วค่อยเพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้น
4.เมื่อชำนาญแล้วคราวนี้ก็สามารถทำได้ในขณะยืน นั่ง หรือในทุกอิิริยาบถเมื่อนึกขึ้นได้ และทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

ทำแล้วได้อะไร
#ทำให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศดีขึ้น
#ชะลอการหลั่งได้นานขึ้น
#จุดสุดยอดแรงขึ้น น้ำอสุจิพุ่งแรงขึ้น
#อสุจิแข็งแรงและเพิ่มปริมาณขึ้น

สุดท้าย... หากคุณไม่ได้มีโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การที่จะเข้าสู่ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจริงๆ นั้น มีโอกาสไม่มากนัก หากเกิดความรู้สึกว่าสมรรถภาพลดลง ก็เพียงแค่ปรับพฤติกรรม ลองฝึกบริหารอุ้งเชิงกราน ไม่ทำงานหักโหมจนไม่มีเวลาพักผ่อน ออกกำลังกายเล่นกีฬาให้เลือดสูบฉีด ทำอารมณ์ให้เบิกบาน ลดละเลิกการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ และเลิกโฟกัสว่าครั้งหนึ่งนั้นเคยไม่สู้หรือเหนื่อยเกินไป... ถ้าทำสิ่งเหล่านี้ได้ ในไม่ช้าความคึกคักของน้องชายก็จะกลับมาเอง!