Self-care รัก (ตัวเอง) แท้ดูแล (ไม่) ได้

“รักแท้รักที่อะไร” บอกเลยว่าไม่ใช่ตับไตไส้พุง เพราะว่าความจริงแล้วความรักที่แท้ ก็คือ “การรักตัวเอง” ต่างหาก แต่กลับมีข้อมูลสถิติการฆ่าตัวตายจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า 

‘การฆ่าตัวตายของไทยรายปีอยู่ที่ 14.4 ต่อ 100,000 คน 
ขณะที่เฉลี่ยแล้วในระดับโลกอยู่ที่ 10.5 ต่อ 100,000 คน 
หรือคิดง่ายๆ ได้ว่าในทุกๆ 10 นาที มีการพยายามฆ่าตัวตายเกิดขึ้น’ 

นั่นแปลว่าเราควรต้องหันมารักและดูแลตัวเองอย่างจริงจัง โดยอาจใช้วิธี “Self-care” หรือการดูแลตัวเองแบบองค์รวมครอบคลุม 6 พาร์ทที่สำคัญของร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์การดูแลตัวเองอย่างยั่งยืนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ความสำคัญ และยกให้เป็นเทรนด์ใหม่ของการดูแลตัวเอง 



Tips to take care รักตัวเองให้มากขึ้น

1. Emotional Self-Care การดูแลตัวเองด้านอารมณ์ คือรู้ทันและรู้จักจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง ไม่ทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์ของตัวเองจนทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีแผนรับมือกับตัวเองเมื่อมีอารมณ์เศร้าหรือเครียด หากิจกรรมที่ช่วยให้เราเชื่อมต่อกับอารมณ์จนสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ได้ เช่น วาดภาพ ระบายสีให้ศิลปะบำบัด ฟังเพลง ลดการเล่นโซเชียล เขียนบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

2. Physical Self-Care คือการดูแลร่างกายของตัวเองให้แข็งแรง เพื่อให้พร้อมที่จะออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อเจ็บป่วยก็หยุดพักเพื่อให้ร่างกายได้รีเซ็ตตัวเอง เช่น เดินให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพิ่มมื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอนให้เพียงพอ

3. Practical Self-Care หรือการดูแลตัวเองในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นการทำงานที่สำคัญต่อชีวิตให้สำเร็จลุล่วง เพื่อเติมเต็มเป้าหมายในชีวิต หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี เช่น ทำอาหารทานเอง ลองออกไปทำสิ่งใหม่ๆ รู้จักแก้ปัญหา จัดบ้าน เก็บของในตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเสมอ

4. Social Self-Care ดูแลตัวเองด้านความสัมพันธ์ เป็นการพาตัวเองไปเข้าสังคม ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น เป็นการฝึกการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และลดความขัดแย้ง เช่น หาเวลาให้คนรักมากขึ้น นัดเจอเพื่อนเมื่อมีโอกาส ทำกิจกรรมที่ชอบ ช่วยเหลือคนใกล้ตัว

5. Mental Self-Care ดูแลตัวเองด้านสติปัญญา คือ การทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายจิตใจ และกระตุ้นให้เกิดการคิด การตั้งคำถาม เพื่อฝึกใช้สมองทั้งสองซีก รวมถึงอยู่กับปัจจุบัน  เช่น อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่สนใจ เล่นเกมฝึกสมองที่ไม่เครียด ไปเดินชมพิพิธภัณฑ์

6. Spiritual Self-Care ส่วนสุดท้ายคือการดูแลปกป้องจิตตัวเองให้เข้มแข็ง มีความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ และไม่ไขว้เขวเมื่อได้รับคำดูถูก เช่น ทำสมาธิ เล่นโยคะวันละ 30 นาที ออกไปเดินสัมผัสธรรมชาติ 
 
 
 
Self-care Check List!  ดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ทำเองได้ในทุกๆ วัน
● กินอาหารที่มีประโยชน์ 
● ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความพร้อมของตัวเอง 
● ดื่มน้ำให้ครบตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ
● พักผ่อนให้เพียงพอ
● ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายทางอารมณ์
● เสริมทักษะ หาความรู้ในเรื่องที่ตัวเองสนใจ
● ออกไปทำอะไรใหม่ๆ หาประสบการณ์และเพิ่มความน่าสนใจให้ชีวิต
● ลดการใช้โซเชียลมีเดีย ด้วยเหตุว่ามีงานวิจัยที่ทำเมื่อปี ค.ศ.2015 ซึ่งทำโดย The University of Missouri พบว่า การใช้ Facebook เป็นประจำ สามารถนำไปสู่การเกิดอาการของโรคซึมเศร้า
● ทำความเข้าใจอารมณ์ และไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอารมณ์ด้านลบนานเกินไป 
● เมื่อไหร่ที่ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ ให้ยอมรับและปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางแก้ไข
● เมื่อเจ็บป่วยให้หยุดพัก และรีบรักษาตัวเองให้หายดี
● ใช้เวลากับคนใกล้ชิดให้มากขึ้น
● ช่วยเหลือคนอื่นๆ บ้างตามโอกาสและกำลัง
● ฝึกสมาธิ เรียนรู้อารมณ์และจิตใจของตัวเอง
 
หลายคนอาจเกิดความรู้สึกแย่กับตัวเอง จริงๆ แล้วเราสามารถหาวิธีเพิ่มความสุขให้ตัวเองได้อย่างง่ายๆ หรือทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำได้อีกมากมาย อย่างการเริ่มต้นดูแลตัวเอง และหันกลับมามองตัวเองมากขึ้น หากยังไม่สามารถทำให้รู้สึกดี หรือภูมิใจในตัวเองได้เพิ่มขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป