Student Syndrome โรครอ Deadline ที่ใครๆ ก็เป็น



มนุษย์ออฟฟิศอย่างเราเคยสังเกตไหมว่า พอได้รับมอบหมายงานมาก็มักดูว่าเมื่อไหร่จะถึงกำหนด Deadline ก่อนเลย จากนั้นก็เอาตัวเองไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง เสมือนว่าไม่มีงานทำซะงั้น บางคนก็มั่วแต่ส่องโซเชียลเพราะคิดว่ายังมีเวลาอีกมาก แต่พอใกล้กำหนดส่งงานเท่านั้นแหละ ต้องระเบิดพลังปั่นกันเป็นไฟลนก้นเลยทีเดียว... รู้ไหม? อาการแบบนี้เขามีชื่อเรียกด้วยนะ มันคือ...  “สติวเดนต์ ซินโดรม” (Student Syndrome) ที่สมัยเป็นนักเรียนเราก็มักปั่นการบ้านหรือทำรายงานกันตอนใกล้กำหนดส่งนี่แหละ...





ใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่ มาปรับตัวปรับใจกันใหม่ดีกว่า อย่างแรกเลยคือ... หยุดใช้ข้ออ้างอย่าง “ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง” หรือ “กลัวทำได้ไม่ดีก็เลยเอาไว้ค่อยทำดีกว่า" คุณต้องดึงตัวเองออกมาจากความคิดพวกนี้ให้ได้ แนะนำว่า ลองทำตามนี้เลย!!...

#ประเมินข้อดีข้อเสีย ระหว่างทำทันทีกับรอให้ถึงนาทีสุดท้าย บอกกับตัวเองว่า ยังไงก็ต้องทำ ทำซะตอนนี้ไม่ดีกว่าเหรอ! เผชิญหน้ากับความเบื่อ ไม่ถูกจริต ความเยอะของงาน มองให้แตกว่า การลงมือทำทันทีย่อมดีกว่า เพราะหากทำแล้วเจออุปสรรคปัญหาจะได้มีเวลาแก้ไข ทำเสร็จเมื่อไหร่ก็ค่อยลั้นลา เข้าไปอยู่ในโลกโซเชียลให้สบายใจ

#ลองทำดีกว่ารอทำ บางคนติดกับดักความคิดของตัวเองว่า “ทำไม่ได้” หรือ "มักยากจริงๆ" ก็เลยใช้วิธีหลบเลี่ยง ทั้งๆ ที่สุดท้ายก็เป็นงานที่ต้องทำต้องส่ง แล้วเอาเข้าจริงๆ ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้หรอก ลองทำดูก่อนสิ! ถ้ามันยากหรือเยอะไปจริงๆ ก็ให้แตกเป็นงานย่อยๆ ว่ามีอะไรที่สามารถทำได้เลยทันทีบ้าง อย่างการหาข้อมูล การคิดหัวข้อ เริ่มจากง่ายไปยาก แบ่งเป็นส่วนๆ แล้วลองทำเลย การรอจนไฟลนก้นจะทำให้คุณเสียโอกาสที่จะพิสูจน์ฝีมือ เชื่อเถอะ! ลองทำเดี๋ยวก็ทำได้

#ตั้งเป้าหมายท้าท้ายให้สูงไว้ การตั้งเป้าหมายให้เกินจริงเอาไว้ เช่น ถ้างานมีกำหนดส่งภายใน 20 วัน ให้เรากำหนดวันเสร็จให้เร็วขึ้นเผื่อไว้สัก 3-5 วัน มันเป็นวิธีตัดความกังวลใจว่ากลัวจะส่งงานไม่ทันได้อีกสเต็ป เพราะเราเผื่อเวลาทำเสร็จไว้ล่วงหน้าแล้ว แถมยังเป็นการกระตุ้นให้รีบลงมือทำ การตั้งเป้าหมายยังทำได้อีกอย่าง คือ คุณภาพของงาน อาจจะตั้งเป้าหมายไว้ว่า งานชิ้นนี้จะต้องดีกว่าที่เคยๆ ทำมา เมื่อมีเป้าหมายชัดพลังก็จะเริ่มมาเอง

#แม้ไม่ดีที่สุดแต่ก็เสร็จ  หากคิดรอบด้านแล้ว งานก็ยังไม่เวิร์ค ลองคิดใหม่ว่า... งานบางอย่างอาจจะไม่ต้องเลิศเลอเฟอร์เฟ็กซ์ ถ้ามีเวลาน้อย เป็นงานที่ไม่ถนัด แค่เปลี่ยนเป้าจากยอดเยี่ยมเป็น... "ทำให้ดีที่สุด ให้เต็มความสามารถ" มีงานส่ง งานไม่เสียหาย แค่นี้... ก็จะคลายความกดดันให้เราไม่ละทิ้งงาน หรือมัวแต่ผัดวันไปก่อน เพราะเมื่อเราเห็นว่าเราทำได้แบบไหน เราก็พร้อมที่จะลงมือทำไปแบบนั้นทันที

++ ยังไงก็ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปฝึกคิดฝึกใช้บ่อยๆ เชื่อเถอะว่า... การเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ไม่รอ Deadline อีกต่อไป จะทำให้ชีวิตดี๊ดี แถมมีเวลาเหลือเฟือด้วยนะ++