กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคฮิตของมนุษย์ออฟฟิศนั่งติดโต๊ะ

ใครชอบอั้นระวังให้ดี อั้นเก่งแบบนี้ (หมายถึงอั้นห้องน้ำนะ อย่าเพิ่งคิดไปว่าพูดถึงตัวเลข) กระเพาะปัสสาวะจะอักเสบเอาได้ง่ายๆ ต่อให้จะมีผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่าการดื่มน้ำแครนเบอร์รีวันละ 30 มล.จะช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียในปัสสาวะลง และป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะได้ดี ก็อาจจะช่วยไม่ได้นะงานนี้



กระเพาะปัสสาวะอักเสบ...โรคกวนใจ (สาว) ชาวออฟฟิศ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นอาการที่กระเพาะปัสสาวะติดเชื้อแบคทีเรีย โดยจากสถิติจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และพบมากในช่วงอายุ 20 - 50 ปี โดยเฉพาะสาวๆ ออฟฟิศที่นั่งติดอยู่กับโต๊ะทำงาน วันๆ แทบจะไม่ขยับไปไหน ด้วยว่าสรีระทางร่างกายผู้หญิงซึ่งมีท่อปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย ดังนั้นเชื้อโรคบริเวณปากท่อปัสสาวะจึงเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ท่อปัสสาวะของผู้หญิงยังเปิดออกสู่ภายนอกในบริเวณใกล้กับช่องคลอด และทวารหนัก จึงมีโอกาสติดเชื้อทั้งจากช่องคลอด และจากทวารหนักได้ง่ายเข้าไปอีก โดยสาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้ออีโคไล ส่งผลให้มีการอักเสบเฉียบพลัน ที่สามารถรักษาหายได้ภายใน 2 - 3 สัปดาห์) และแบบอักเสบเรื้อรัง ซึ่งลักษณะนี้มักมีอาการอักเสบเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง แต่มีอาการรุนแรงน้อยกว่าการอักเสบเฉียบพลัน

อาการแบบนี้ชี้ว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ต่อให้จะยุ่งหรือทำงานติดพันขนาดไหน ก็อย่าลืมหาเวลาขยับร่างสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย รวมถึงพักดื่มน้ำ ปัสสาวะ (แยกกันนะ) เพื่อจะได้ไม่เกิดอาการเหล่านี้
  • ปัสสาวะบ่อย แต่ครั้งละน้อยๆ ร่วมกับอาการปวด เบ่ง แสบ โดยเฉพาะตอนปัสสาวะสุด
  • ปัสสาวะเป็นเลือด อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า คือปัสสาวะสีชมพู หรือเป็นเลือด
  • ปัสสาวะขุ่น หรืออาจเป็นหนองขึ้นกับความรุนแรงของโรค
  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • ปวดท้องน้อย
  • มีไข้ ทั้งไข้สูง และไข้ต่ำ
  • อาจมีสารคัดหลั่งบริเวณอวัยวะเพศร่วมด้วยในบางครั้ง
  • ในบางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยเมื่อเป็นการติดเชื้อเฉียบพลัน อาจมีนิ่วปนออกมาในปัสสาวะ เมื่อเกิดร่วมกับนิ่วในไต หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
 
ตัวการสำคัญกับแนวทางป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
เพราะสาเหตุของการอักเสบนั้นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นสิ่งที่มีผลทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าไปทำอันตรายต่อระบบทางเดินปัสสาวะในร่างกายเราได้จึงประกอบไปด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้
  • กลั้นปัสสาวะนาน ส่งผลให้ปัสสาวะแช่ค้าง เชื้อโรคในปัสสาวะจึงเจริญเติบโตได้ดี
  • กลุ่มผู้สูงอายุ ที่ทำให้สุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศไม่ดี
  • ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ปล่อยให้ร่างกายอยู่ในท่านั่งหรือนอนเป็นเวลานานๆ 
  • ดื่มน้ำน้อย
 
เพราะฉะนั้นการจะป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงสามารถทำได้โดยดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว ไม่กลั้นปัสสาวะนาน พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ รักษาความสะอาดภายหลังการขับถ่ายทุกครั้ง อีกทั้งไม่ควรใช้สเปรย์ หรือยาดับกลิ่นตัวบริเวณอวัยวะเพศ เพราะอาจก่อการระคายเคือง หลีกเลี่ยงการอาบน้ำในอ่าง เพราะอาจติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องจะดีกว่า

สนใจ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ คลิก!