นอนมากเกินไป กระดูกผุได้นะรู้ยัง!

“ข้าวปลาไม่กินไม่เดือดร้อน เหตุใดเธอจึงเอาแต่นอน” ถึงจะเป็นเพลงเก่าแต่ก็ยังคงต้องเอากลับมาร้องวนไปให้คนที่ชอบนอน เพราะการนอนหลับพักผ่อนถึงจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามากไปถึงขั้นไม่กินข้าวกินปลาก็คงไม่ใช่แล้ว เพราะมูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ ในสหรัฐอเมริกา (National Sleep Foundation) ได้ระบุเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสมของวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 26 - 64 ปีไว้ว่าควรนอน 7 - 9 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถ้ามากกว่านี้อาจมีผล...ถึงกระดูกได้เลย



นอนนานไป (อาจ) ทำให้กระดูกพัง
ในกระดูกประกอบด้วยเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ทำหน้าที่สร้างกระดูกขึ้นมาใหม่จากแคลเซียมและโปรตีนตามกระบวนการการเจริญเติบโตของร่างกายและช่วยทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งภายในกระดูกยังมีเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast) ทำหน้าที่สลายเนื้อกระดูกเก่า โดยโรคกระดูกพรุนจะเกิดจากการทำงานที่ไม่สมดุลกันของเซลล์กระดูกทั้ง 2 ชนิดจึงทำให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาจากการที่ปริมาณแคลเซียมในร่างกายไม่เพียงพอต่อกระบวนการสร้างกระดูก มีความผิดปกติของเซลล์กระดูก หรือเกิดจากพันธุกรรม 

ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป (อาจ) เกิดภาวะกระดูกพรุนเพิ่มขึ้น
แต่ที่น่าตกใจคือไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตยังสามารถส่งผลต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ด้วย ซึ่งการนอนที่มากเกินไปก็ถือเป็นสาเหตุที่มาจากพฤติกรรมและการใช้ชีวิต ด้วยเหตุว่าเมื่อไม่ได้มีการเคลื่อนไหวนานๆ ก็อาจมีผลทำให้การทำงานของกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อลดประสิทธิภาพลง จากการที่กระดูกหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ส่งผลให้เกิดปัญหาข้อต่างๆ และทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก ยิ่งสาวออฟฟิศคนไหนที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ที่โต๊ะ จนแทบไม่ได้ลุกออกไปโดนแสงแดดเลยนั่นแหล่ะตัวดี เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายไม่ได้รับวิตามิน D ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกนั่นเอง

กระดูกพัง เพราะท่า (ทาง) ไม่ดี
ไม่ใช่แค่การนอนเป็นเวลานานๆ เท่านั้นที่จะทำให้กระดูกพรุนได้ แต่บ่อยครั้งที่ท่าทางและความเคยชินก็เป็นภัยต่อกระดูกได้เหมือนกัน เพราะแบบนี้…รู้แล้วเลี่ยงซะนะกับท่าทางเหล่านี้
  • ท่านั่งไขว่ห้าง เพราะการทิ้งน้ำหนักตัวลงที่สะโพกข้างใดข้างหนึ่ง จะทำให้กระดูกคด 
  • การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้หลังงอ หลังค่อม จนทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง มีอาการเมื่อยล้า และกระดูกผิดรูปในที่สุด
  • ท่านั่งกอดอก เป็นท่าทางการนั่งที่ทำให้หลังช่วงบน สะบัก และหัวไหล่ถูกยืดยาวออก จนหลังค่อมและงุ้มไปด้านหน้า ทำให้กระดูกคอยื่นตาม ส่งผลต่อไปยังเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขน อาจทำให้มืออ่อนแรงหรือชาได้ 
  • การนั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้น ซึ่งเป็นท่าทางที่ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนัก เพราะรับบทเป็นฐานคอยรองรับน้ำหนักตัว
  • ท่ายืนพักขาลงน้ำหนักด้วยขาข้างเดียว เพราะจะทำให้สูญเสียความสมดุลของโครงสร้างร่างกาย การยืนที่ถูกต้องจึงควรยืนลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน และให้ขากว้างเท่ากับสะโพก
  • การใส่ส้นสูง เพราะจะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ซึ่งจะตามมาด้วยอาการปวดหลัง
  • ท่ายืนแอ่น เป็นที่มาของอาการปวดหลังได้ ดังนั้นให้ลองปรับเปลี่ยนมาเป็นท่ายืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อยเพื่อเป็นการรักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่นไปข้างหน้า
  • สะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการทำงานหนักอยู่ข้างเดียว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้  ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนเป็นการถือกระเป๋าโดยใช้ร่างกายทั้ง 2 ข้างให้เท่าๆ กัน สลับไปมา เพื่อรักษาสมดุล 
  • ท่านอนขดตัว อย่าคิดว่าแค่นอนนานจะทำลายกระดูกอย่างเดียว เพราะท่านอนที่ผิดก็ร้ายไม่แพ้กัน ซึ่งท่านอนหงายจะเป็นท่านอนที่ถูกต้องที่สุด โดยควรนอนให้ศีรษะอยู่ในแนวระนาบ หมอนหนุนศีรษะต้องไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป และควรหาหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่างด้วย

ถ้าไม่อยากกระดูกพังก่อนแก่ ต้องรีบแก้เลยนะ!