ฝนนี้ต้องระวัง! เพราะ 'ไข้เลือดออก' สายพันธุ์ใหม่ กำลังระบาดหนัก



วนกลับมาช่วงหน้าฝนอีกครั้งสำหรับประเทศไทยในช่วงนี้ นอกจากจะเครียดเรื่องผ้าแห้งไม่ทันแล้วยังต้องระวังโรคไข้เลือดออกเล่นงานอีกด้วย เพราะมันเป็นหนึ่งในโรคที่กำลังระบาดหนักในตอนนี้ ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรคได้ออกมาเตือนว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก และล่าสุดมีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันประมาณ 23,000 ราย มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 30 ราย และกรุงเทพก็จัดอยู่ในพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงอีกต่างหาก! 



ความสยองยังไม่จบแค่นี้ จริงๆ แล้ว ไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ โดยเชื้อเด็งกี่มีอยู่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เด็งกี่-1, เด็งกี่-2, เด็งกี่-3 และเด็งกี่-4 แต่จากการตรวจสอบของกรมควบคุมโรคล่าสุด พบว่าโรคไข้เลือดออกที่พบในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสเดงกี่- 2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงมากที่สุดใน 4 สายพันธุ์ หากใครที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกครั้งที่ 2 อาการจะยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น 

อาการแบบนี้ ควรรีบไปหาหมอ!
พญ.ร่มเย็น ศักดิ์ทองจีน อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ จากโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ เตือนว่า หากใครที่มีเกิน ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน หรือมีอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระดูก มีผื่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดท้อง แน่นท้อง ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจร่างกายและตรวจเลือดเพื่อทำการรักษาโดยด่วน 

วัคซีนไข้เลือดออก อีกหนึ่งทางเลือกที่ป้องกันได้
บางทีเราก็อาจอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเป็นวีธีที่ป้องกันการรับเชื้อไวรัสเด็งกี่ได้แล้ว แถมวัคซีนยังสามารถป้องกันไวรัสเด็งกี่ได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ คนที่ควรได้รับวัคซีนคือคนที่มีอายุตั้งแต่ 9- 45 ปี ที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน แต่วัคซีนก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% หรอกนะ ฉะนั้นเราควรป้องกันด้วยวิธีอื่นๆ ร่วมด้วย

สำหรับโรคไข้เลือดออกการป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัดและกำจัดแหล่งน้ำขังในบ้านซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้หมดไป ถือเป็นวิธีคลาสสิคที่เราถูกพร่ำสอนกันมาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญต้องสังเกตหากมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อลดโอกาสในการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก