หยุด “อั้นฉี่” ถ้าไม่อยากมีปัญหา...สุขภาพ

“อั้นฉี่” เก่งยืนหนึ่ง ถึงจะทนไหว แต่ก็อยากเตือนให้เลิกเถอะ ยิ่งใครที่ชอบอั้นไว้แบบถึงขั้นไม่สุดจริงไม่มีทางลุก เหมือนอั้นเอาแชมป์ด้วยล่ะก็ ขอให้เลิกซะก่อนจะต้องรับบทคนมีปัญหาสุขภาพท่านหนึ่ง! ถึงจะมีน้ำแครนเบอร์รี่เป็นตัวช่วย ด้วยผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่าการดื่มน้ำแครนเบอร์รี่วันละ 30 มล. จะช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียในปัสสาวะ และป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะได้ดี เพราะผลไม้ชนิดนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อในท่อปัสสาวะ ขจัดกลิ่นปัสสาวะได้ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้อั้นฉี่แล้วไม่มีโทษสักหน่อย



“อั้นฉี่” พฤติกรรมนี้ทำได้ยังไง
การทำงานของระบบขับถ่ายนั้นจะใช้การทำงานของอวัยวะหลายส่วน ทั้งกล้ามเนื้อและเส้นประสาทภายในกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงระบบประสาทในสมอง โดยเมื่อมีปัสสาวะอยู่ครึ่งกระเพาะ เส้นประสาทในกระเพาะปัสสาวะจะถูกกระตุ้นให้ส่งสัญญาณไปยังสมองสั่งการให้รู้สึกปวดปัสสาวะ จากนั้นสมองจะส่งสัญญาณกลับไปยังกระเพาะปัสสาวะให้กลั้นปัสสาวะไว้จนกว่าจะพร้อมขับถ่าย ซึ่งระยะเวลาในการปวดปัสสาวะของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อายุ ปริมาณปัสสาวะ และช่วงเวลาของวัน โดยสังเกตว่าเราจะรู้สึกปวดปัสสาวะน้อยลงในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากเป็นกลไกทางธรรมชาติเพื่อทำให้ร่างกายนอนหลับได้อย่างเต็มที่ 



อั้นฉี่...ไม่ได้มีแค่โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ปัสสาวะเป็นสารน้ำที่เกิดจากการกรองของเสียในเลือดผ่านทางไตและขับออกมานอกร่างกาย โดยปริมาตรของปัสสาวะโดยเฉลี่ยในผู้ใหญ่คือ 600-1,600 มิลลิลิตรต่อวัน ดังนั้นการอั้นปัสสาวะจึงเท่ากับเป็นการยื้อเวลาการปล่อยของเสียในร่างกาย ทำให้ของเสียแช่ค้างนานจนทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโต และกลายเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ดังนี้
  • กรวยไตอักเสบ อีกหนึ่งโรคที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดบริเวณเอว ปัสสาวะลำบาก แสบขัด ปัสสาวะมีสีขุ่น รวมถึงอาจมีอาการเบื่ออาหาร และอ่อนเพลียร่วมด้วยในบางราย
  • โรคนิ่ว ด้วยเหตุที่ในปัสสาวะนั้นจะมีแคลเซียมเป็นหนึ่งในส่วนประกอบ ดังนั้นหากอั้นไว้นานๆ ก็ทำให้เกิดการตกตะกอนและตกค้างจนเกาะตัวกันเป็นก้อนนิ่วนั่นเอง โดยจะเกิดได้ทั้งในกระเพาะปัสสาวะและในไต ทำให้มีอาการปวดเกร็งเรื้อรังบริเวณท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย กระปริปกระปอย ปัสสาวะขุ่น และบางครั้งอาจมีก้อนนิ่วหลุดออกมาด้วย ร่วมกับอาการมีไข้ในบางราย
  • มีกลิ่นตัว อย่างที่บอกไปว่าปัสสาวะคือของเสียที่ร่างกายขับออกมาในลักษณะของเหลว ดังนั้นการอั้นไว้นานๆ จะทำให้ของเสียนั้นถูกดูดซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือด ในขณะที่ร่างกายก็จะพยายามหาทางขับของด้วยวิธีอื่น ซึ่งหากเป็นทางรูขุมขนหรือเหงื่อก็จะเป็นที่มาของดลิ่นตัวที่แรงได้
  • หน้าไม่ใสเพราะมีสิว  ด้วยเหตุที่การอั้นปัสสาวะนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการกักเก็บสิ่งสกปรก แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ ไว้ในร่างกาย จนทำให้มีการดูดซึมย้อนกลับเข้าไปสู่กระแสเลือดในร่างกายอีกครั้ง และเป็นที่มาของสิวที่เห่อบนหน้าด้วย

แม้การอั้นปัสสาวะแค่เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ที่อาจพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นต่อเมื่ออวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ถึงอย่างนั้นการอั้นปัสสาวะนานเกินไปก็ทำให้จำนวนของเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นอยู่ดี ดังนั้นถ้ารู้สึกปวดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็อย่ามัวแต่อั้นไว้เลย 

เพราะปวดฉี่ยังมีวิธีแก้ไข ดีกว่าปวดใจที่คงต้องตัวใครตัวมัน!