อาการน่าหงุดหงิดใจของคนเป็นภูมิแพ้

เมื่อพูดถึง ‘ภูมิแพ้’ หลายคนก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาโดยทันที ความจริงก็คือ โรคภูมิแพ้ เป็นอาการที่ค่อนข้างส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน บางคนมีอาการขึ้นมาทีนึงก็เรียกว่าหนักหน่วงเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เราทุกคนมักมีอาการภูมิแพ้กำเริบทุกที! ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะเรื้อรังและสายเกินแก้



# เข้าใจโรคภูมิแพ้กันก่อน
ปัจจุบันโรคภูมิแพ้ถือเป็นอุบัติการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คลินิกคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ระบุว่า อเมริกามีประชากรกว่า 50 ล้านคน ชาวอเมริกาจำนวนกว่า 1 ใน 6 ของประชากรทั้งหมด เป็นโรคภูมิแพ้และยังคงเพิ่มสูงขึ้นในทุกช่วงอายุ ทุกเพศ และทุกเชื้อชาติ

‘ภูมิแพ้’ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของเรา ลักษณะของภูมิแพ้ภายในร่างกายของเราก็มีหลากหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ของระบบผิวหนัง โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินอาหาร และโรคภูมิแพ้ของระบบอื่นๆ สำหรับโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้เป็นกันมากที่สุดและมีอุบัติการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากร่างกายของเรามีปฏิกริยาต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ แมลงสาบ เชื้อราในอากาศ หรือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปก็ส่งผลได้เช่นกัน และปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมก็มีความสำคัญ อาทิ ฝุ่น PM 2.5 สภาพอากาศที่เลวร้าย ควันรถยนต์บนท้องถนน ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในการใช้ชีวิตของคนเมือง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องพันธุกรรมของคนในครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กัน หากพ่อหรือแม่ของเราเป็นภูมิแพ้ เราจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ 30% ถ้าทั้งพ่อและแม่ของเราเป็นภูมิแพ้ทั้งคู่ เราจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงถึง 60-70% เลยทีเดียว ในส่วนของอาการภูมิแพ้ที่เกิดจากการสัมผัสหรือการใช้ผลิตภัณฑ์จะไม่ถือว่าเป็นภูมิแพ้ที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น ลมพิษ การแพ้จากการสัมผัสสิ่งต่างๆ แพ้เครื่องสำอาง แพ้เครื่องประดับ เป็นต้น 

# อาการที่อาจเกิดขึ้น เมื่อคุณเป็นภูมิแพ้
อาการที่สามารถพบได้บ่อยของโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ หรือหลายคนมักเรียกว่าแพ้อากาศ ได้แก่ อาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก แสบจมูก อาการเหล่านี้อาจไม่รุนแรงและอาจจะเป็นๆ หายๆ แต่ก็น่าหงุดหงิดใจไม่ใช่น้อย จนรบกวนการทำงาน การเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ทั้งนี้บางคนอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการหวัด ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ หรืออาจจะมีอาการเหนื่อยหอบ ไม่มีแรง



# แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้
ในปัจจุบันแม้โรคภูมิแพ้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ แต่เราสามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ ซึ่งก็ช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนธรรมดาทั่วไปและทำทุกอย่างได้ปกติ
 
1. ทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
โดยปกติผู้ป่วยภูมิแพ้จะมียาสำหรับบรรเทาอาการแพ้อยู่แล้ว ซึ่งการรับประทานยาก็ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อให้อาการแพ้นั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมทานยาจนทำให้อาการภูมิแพ้ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น

2. การทดสอบ Allergy Skin Prick Test
บางครั้งเราเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นแพ้อะไร ดังนั้นการหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทำการรักษาและระมัดระวังสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างตรงจุด ยกตัวอย่างเช่น เรามีอาการแพ้ไรฝุ่นในห้องนอนของเรา เราอาจจะมีแผนในการทำความสะอาดห้องนอนเราให้บ่อยขึ้น เลือกติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน หรือเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่นมาใช้งาน เป็นต้น

3. วัคซีนป้องกันโรคภูมิแพ้
อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ บางครั้งเราอาจระมัดระวังและหลีกเลี่ยงสารที่ก่อภูมิแพ้แล้ว แต่อาจจะทำได้ยาก เช่น สภาพภูมิอากาศ ไรฝุ่นไมครอนเล็กๆ ที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ควันรถ ควันบุหรี่ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากตัวเรา ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันก็ช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับตัวเราได้ดีเยี่ยม

# ดูแลตัวเองยังไงดี ให้ห่างไกลอาการภูมิแพ้กำเริบ
จริงๆ วิธีการดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้นั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่จะต้องทำเป็นประจำให้เป็นความเคยชิน ให้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราที่จะต้องทำและระมัดระวังให้มากขึ้น โดยสามารถทำตามได้ไม่ยากเลย
 
1. การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ (หากเรารู้แล้วว่าเราแพ้อะไร)
วิธีที่ง่ายที่สุดของโรคภูมิแพ้คือการหลีกเลี่ยงการปะทะ หากเราแพ้อะไรเราไม่ควรพาตัวเองไปเสี่ยงกับสิ่งเหล่านั้น เท่านี้ก็สามารถลดความเสี่ยงได้

2. ล้างและทำความสะอาดจมูกอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเราเป็นภูมิแพ้ อาการยอดฮิตที่เรามักเป็นกันคือ อาการจาม คัดจมูก จมูกแน่น หรือมีน้ำมูกไหลตลอดเวลา ซึ่งการล้างจมูกถือเป็นอีกหนึ่งวิธีของคนเป็นภูมิแพ้ และแน่นอนว่าทุกคนจะมีทักษะที่ยอดเยี่ยมในการล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออย่างชำนาญ

3. พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การพักผ่อนให้เพียงพอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญในทุกๆ ความเสี่ยง นอกจากนี้เราไม่ควรละเลยการออกกำลังกาย เพราะทั้ง 2 อย่างจะช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงและมีภูมิต้านทานต่อโรคได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ถึงแม้ว่าโรคภูมิแพ้จะยังไม่วิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่เราก็สามารถลดความรุนแรงของอาการภูมิแพ้ลงได้ เพียงแค่ดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ทานยาให้ตรงเวลาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้คุณก็จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

สนใจ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ คลิก!