8 นิสัยยี้ๆ ที่(อาจ)ดีต่อสุขภาพ

เราเองคงรับไม่ได้กับพฤติกรรมบางอย่างที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก อยากเลิก แต่ก็ทำยากจัง... ในทางจิตวิทยามีการทดสอบว่า ถ้าอยากเปลี่ยนพฤติกรรมหรือมีลักษณะนิสัยใหม่ๆ ต้องทำพฤติกรรมนั้นติดต่อกัน 21 วัน ขณะที่สภาวิจัยทางการแพทย์ (Medical Research Council) จากอังกฤษ บอกว่าต้องใช้เวลาถึง 66 วันจึงจะเปลี่ยนตัวเอง มีนิสัยหรือพฤติกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาได้ 



แต่บางนิสัยที่ดูไม่เหมาะสม เข้าขั้นสกปรกและเป็นที่น่ารังเกียจ อาจส่งผลดีต่อสุขภาพเกินกว่าที่คุณคาดคิดก็ได้นะ

1) ยืนฉี่ตอนอาบน้ำ – คงไม่มีใครถามคนอื่นว่า "มีใครยืนฉี่ระหว่างอาบน้ำเหมือนเรามั้ย?" เพราะดูไม่ใช่เรื่องที่ควรถามกัน แต่รู้เอาไว้นะว่าคนที่ชอบทำแบบนี้มีความเสี่ยงเท้าติดเชื้อราน้อยกว่า... Billy Goldberg  แพทย์ฉุกเฉินจาก NYU School of Medicine  บอกว่า ในฉี่ของเรามีกรดยูริกและแอมโมเนีย ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อราที่เท้าได้ นอกจากนี้ การฉี่ระหว่างยืนอาบน้ำยังช่วยประหยัดค่าน้ำและกระดาษทิชชูได้อีกต่างหาก

2) ถ่มน้ำลาย – ในหลายประเทศมีกฎหมายห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะเพราะสร้างความสกปรก แต่ถ้าคุณอยู่ระหว่างออกกำลังกาย การถ่มน้ำลายอาจช่วยให้คุณหายใจโล่งขึ้น... นั่นเพราะเมื่อเราเหนื่อย ก็มักหายใจทางปากซึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างน้ำลายมากขึ้น ดังนั้นจึงดีกว่าหากเราจะถ่มน้ำลายส่วนเกินทิ้งไป

3) เคี้ยวหมากฝรั่ง – มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยให้ผผลการเรียนดีขึ้นและเป็นตัวช่วยในการทำงานได้ดีกว่าคาเฟอีน นั่นเพราะระหว่างที่เราเคี้ยว จะมีสมาธิดีขึ้น ความทรงจำดีขึ้น คลายความตึงเครียดและช่วยให้ฮอร์โมนสมดุลโดยการเพิ่มระดับคอร์ติซอลที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว

4) ผายลม – ร่างกายของเราปล่อยก๊าซเฉลี่ยวันละ 14 ครั้ง โดยเกิดขึ้นระหว่างนอนหลับ 3-5 ครั้ง... ตามหลักแล้ว หลังทานอาหารประมาณ 6 ชั่วโมง กระเพาะของเราย่อยอาหารจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนเปิดขึ้น ซึ่งการผายลมจะช่วยระบายก๊าซส่วนเกินเหล่านั้นออกมา ซึ่งถ้าคุณอั้นไว้ล่ะก็ อาจทำให้ท้องอืดหรือปวดท้องได้

5) เรอ – หลังการทานอาหารมื้อใหญ่หรือไปกินบุฟเฟต์กับเพื่อน การเรอจะช่วยระบายลมหรือก๊าซส่วนเกิน ซึ่งการกลั้นไว้อาจทำให้น้ำย่อยขึ้นมาตามหลอดอาหารจนทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอก หรือเรอเปรี้ยวคล้ายคนเป็นกรดไหลย้อน... แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเรอบ่อยมาก ก็ควรไปหาหมอ เพราะเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้นะ

6) กัดเล็บ – ที่ผิวหนังของเราจะมีแบคทีเรียอยู่เสมอ แต่ที่มือและเล็บจะมีมากกว่าบริเวณอื่นๆ เพราะเราใช้หยิบจับสิ่งต่างๆ แน่นอนว่าการกัดเล็บจะทำให้เชื้อพวกนี้เข้าสู่ร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป... เพราะเป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวมาจัดการกับเชื้อแบคททีเรีย และร่างกายจะจดจำเชื้อชนิดนั้น หากเข้ามาในร่างกายอีกก็จะมีเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) เข้ามาจัดการทันที โดยทีมวิจัยจาก University of Otago ประเทศนิวซีแลนด์ยังพบว่าเด็กที่ชอบดูดนิ้วมักไม่ค่อยมีอาการแพ้อีกด้วย

7) แคะจมูกแล้วเอามากิน – ถึงกับต้องอุทานว่า "บ้ารึป่าว" แต่นิสัยสุดยี้นี้มีงานวิจัยยืนวันว่าดีจริงๆ นะ... งานวิจัยที่เผยแพร่ใน www.ncbi.nlm.nih.gov บอกว่านิสัยนี้ช่วยเพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน โดยขี้มูกมีมิวซิน เป็นไกลโคโปรตีนที่หลั่งออกมาจากเซลล์เยื่อเมือก สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียชนิดที่ทำให้เกิดโพรงได้ การกินขี้มูกจึงเป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ปล่อยเม็ดเลือดขาว เพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว

8) ไม่อาบน้ำ – สำหรับเมืองร้อนอย่างเราดูจะเป็นเรื่องยาก แต่ในวันหยุดก็ต้องมีอารมณ์ขี้เกียจกันบ้างแหละ... โดยปกติผิวหนังและผมของเราจะมีน้ำมันตามธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นและด่านป้องกันสิ่งแปลกปลอมด่านแรก การอาบน้ำบ่อยๆ จะทำลายน้ำมัน ยิ่งใครชอบอาบน้ำอุ่นก็ยิ่งเป็นการทำลายเชื้อชนิดดีเหล่านี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดี หากไม่อาบน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง 

นิสัยยี้ๆ เหล่านี้คุณเป็นหรือเปล่า? ถ้าใช่ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็ได้นะ มาแสดงความคิดเห็นกันดีกว่าว่าคุณคิดเห็นยังไง