Herd Immunity คืออะไร? ทำไมอังกฤษถึงเลือกใช้วิธีนี้สู้ COVID-19


ในขณะที่หลายๆ ประเทศได้ออกมาตรการที่จะมาต่อสู้กับ COVID-19 ด้วยความหวังที่จะชะลอการแพร่ระบาดให้ช้าลง เพื่อให้ไม่ให้มีจำนวนผู้ป่วยมากเกินไปจนระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว ทั้งการปิดเมือง ไปจนถึงปิดประเทศ แต่ล่าสุดอังกฤษได้ออกนโยบายสวนกระแสโดยจะให้ประชาชนราว 60% ติดเชื้อเพื่อสร้าง Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่ ที่เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ไวรัสหยุดระบาดไปเอง



ภูมิคุ้มกันหมู่สู้ COVID-19
Herd Immunity หรือ ภูมิคุ้มกันหมู่ คืองานวิจัยที่อธิบายไว้ว่า เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายได้ยาก เมื่อคนส่วนใหญ่ในสังคมมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งสัดส่วนของคนที่จะต้องมีภูมิคุ้มกันเพื่อให้ทฤษฎี ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ เป็นจริงในแต่ละโรคนั้นก็ไม่เท่ากัน อย่างโรคหัด (Measles) นั้น ต้องมี Herd Immunity อยู่ที่ 95% จึงจะหยุดการระบาดของโรคได้ ส่วน COVID-19 นั้น เค้าคำนวนไว้ว่าต้องมี Herd Immunity 60% จึงเป็นที่มาของนโยบายนี้ของรัฐบาลอังกฤษ

ต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยวิธีธรรมชาติ
นโยบายนี้เริ่มต้นมาจาก Sir Patrick Vallance หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษ ที่เชื่อว่าไวรัสตัวนี้จะระบาดไปอีกซักพัก และแน่นอนว่าวัคซีนจะไม่สามารถผลิตออกมาได้ในเร็วๆ นี้ ดังนั้น เพื่อที่จะสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสตัวนี้ จึงจำเป็นต้องเป็นโรคซะก่อน และเมื่อหายจากโรค ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติไปซักระยะ อย่างน้อยก็จนกว่าโครงการวัคซีนจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเป็นไปตามทฤษฎี โรคนี้ก็จะหยุดการระบาดในประเทศอังกฤษไปโดยปริยาย

​Credit : Business Insider

80% อาการไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้!
ที่อังกฤษกล้าใช้วิธีนี้ เพราะมีข้อมูลรองรับจาก WHO ว่าคนที่ติดเชื้อกว่า 80% จะ ‘อาการไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้’ มีเพียง 15-20% ที่อาจจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบ และมีเพียง 2-3% เท่านั้นที่อาจจะเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง คือผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้สูงอายุ ดังนั้นรัฐบาลอังกฤษจึงหวังจะสร้าง Herd Immunity โดยให้ประชาชนประมาณ 60% ของประเทศติดเชื้อไวรัสและสร้างภูมคุ้มกันเมื่อหายป่วย

กักตัวอยู่บ้านและหาหมอเมื่ออาการหนักเท่านั้น
ทางรัฐบาลอังกฤษเริ่มดำเนินนโยบายนี้โดยการยกเลิกการตรวจคัดกรอง COVID-19 และแนะนำว่าหากใครมีอาการต้องสงสัยว่าติดเชื้อไสรัวัวนี้ ให้กักตัวเองอยู่บ้านเป็นเวลา 7 วัน จะสามารถรับการรักษาได้ ก็ต่อเมื่อมีอาการหนักจริงๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลได้เลยนะ ต้องติดต่อ NHS (National Health Service) และทำการคัดกรองก่อน จากนั้นจึงจะมีการส่งรถพยาบาลมารับ เพื่อลดภาระของแพทย์และพยาบาลไม่ให้ทำงานหนักมากจนเกินไป


อ่านคำแนะนำสำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสโคโรนาได้ที่นี่


หลายคนอาจจะมองว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะเสี่ยงและดู 'เท' ประชาชนไปหน่อย แต่มันก็ไม่ถือว่าผิดซะทีเดียว เพราะทุกอย่างที่ทำนั้นมีทฤษฎีและงานวิจัยรองรับอย่างครบถ้วน ที่สำคัญคือไม่ใช่ทุกคนที่เป็นโรคนี้จะทำให้ปอดเสียหาย กว่า 80% นั้นไม่มีผลกระทบกับปอด และจะอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติในเวลา 7 วัน ที่สำคัญคือเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยควรป้องกันตัวเองไม่ให้นำเชื้อไปแพร่สู่กลุ่มเสี่ยง เพราะนั่นหมายถึงคนเหล่านั้นจะมีความเสี่ยงสูงถึงขั้นเสียชีวิตได้