น้ำท่วมปอด ... ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต
ได้ยินกันมานาน แต่ก็สารภาพเลยว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยใส่ใจนั่งศึกษาอยากจริงจัง จนล่าสุดเรื่องเกิดกับคนใกล้ตัว เลยทำให้เราลุกขึ้นมาหาข้อมูลเรื่องนี้อย่างจริงจัง และก็ทำให้รู้ว่า น้ำท่วมปอดไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบได้รับการรักษา เพราะอันตรายถึงชีวิต
น้ำท่วมปอด คือ... ภาวะน้ำท่วมปอด คือ ภาวะที่มีของเหลวสะสมอยู่ในถุงลมปอด (alveoli) มากผิดปกติ จนปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ ทำให้หายใจลำบาก และอาจอันตรายถึงชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ทันเวลา
น้ำท่วมปอด เกิดได้อย่างไร? สาเหตุหลักๆ อาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ น้ำท่วมปอดจากหัวใจ และน้ำท่วมปอดที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจ
- น้ำท่วมปอดจากหัวใจ นี่เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเกิดจากหัวใจซีกซ้ายทำงานผิดปกติ ทำให้เลือดคั่งในปอด ความดันในหลอดเลือดปอดสูง มีน้ำซึมออกมา ซึ่งอาจเกิดจากโรคหัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจตีบรั่ว ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ซึ่งกลุ่มนี้มักเกิดขึ้นเร็วและอันตรายมาก
- น้ำท่วมปอดที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจ ส่วนถ้าไม่ได้เกี่ยวกับหัวใจ ภาวะน้ำท่วมปอดอาจเกิดจากผนังหลอดเลือดปอดรั่ว หรือปอดบาดเจ็บ แม้ว่าหัวใจจะปกติก็ตาม ซึ่งอาจเกิดมากจากการติดเชื้อรุนแรง (Sepsis) ภาวะปอดอักเสบรุนแรง การสูดควัน หรือสารพิษ การจมน้ำ หรือแม้แต่การอยู่ในที่สูงมาก (High-altitude pulmonary edema)
ทำไม ‘หัวใจ’ ถึงถูกใช้เป็นเกณฑ์ เพราะในทางการแพทย์ หัวใจเป็นตัวกำหนดต้นตอของปัญหา ‘น้ำ’ ในปอด การที่แพทย์จะวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง จะต้องเริ่มจากการหาคำตอบให้ได้ว่า น้ำมาจากไหน เกิดเพราะอะไร และต้องรักษาแบบไหน ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า หัวใจเป็นเหมือนแหล่งกำเนิดความดันที่ดันน้ำเข้าปอด เมื่อหัวใจผิดปกติ เช่น หัวใจซีกซ้ายสูบฉีดเลือดออกไปไม่ได้ เลือดคั่งย้อนกลับมาที่ปอด ความดันในหลอกเลือดปอดสูง น้ำถูกดันออกมาในถุงลม สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้ว่า น้ำท่วมปอดจากหัวใจ ซึ่งน้ำท่วมปอดจากหัวใจ และไม่จากหัวใจ มีกลไกกันคนละแบบ ถ้าไม่แยก ก็อาจทำให้การรักษาผิดทาง และทำให้อาการแย่ลงได้
เพราะการรักษาอาจตรงข้ามกันในบางจุด เช่น ถ้าเกิดจากหัวใจ อาจต้องใช้วิธีขับน้ำออกเพื่อลดภาระหัวใจ ให้ระวังการให้น้ำเกลือ แต่ถ้าเป็นน้ำท่วมปอดที่ไม่ได้เกิดจากหัวใจ บางเคสอาจต้องให้น้ำ และรักษาการติดเชื้อ/ ปอดอักเสบ และยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นหลัก และอีกหนึ่งเหตุผลที่แพทย์ต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงก็เพราะการพยากรณ์โรคและความเสี่ยงต่างกัน เพราะน้ำท่วมปอดจากหัวใจเสี่ยงต่อการเกิดซ้ำ ในขณะที่น้ำท่วมปอดที่ไม่ได้มาจากหัวใจ จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคต้นเหตุ
อาการแบบไหน…ที่น่าสงสัย!
- หอบ เหนื่อยเฉียบพลัน
- นอนราบไม่ได้
- ไอมีฟอง เสมหะสีขาวหรือชมพู
- เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ปากเขียว
ปัจจัยกระตุ้นที่ต้องระวัง!
- การดื่มน้ำหรือได้รับน้ำเกลือมากเกินไป (ในผู้ป่วยหัวใจ)
- การขาดยาหรือหยุดยาหัวใจด้วยตัวเอง
- การติดเชื้อ
- ความเครียดหรือออกแรงหนัก
- การนอนราบเป็นเวลานาน
ใครกันแน่? คือกลุ่มเสี่ยง
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง
- ผู้ที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีโรคหัวใจ
น้ำท่วมปอดไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำเยอะ แต่เกิดจากหัวใจหรือปอดทำงานผิดปกติจนมีน้ำรั่วเข้าไปในถุงลม หากมีอาการน่าสงสัย ให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที



