ก่อนไปสักควรเตรียมตัวยังไง นี่คือ 3 สิ่งที่คุณต้องรู้!



เชื่อมั้ยว่าการสักมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว! เมื่อพิพิธภัณฑ์อังกฤษเปิดเผยว่าได้มีการค้นพบรอยสักที่เก่าแก่ที่สุดบนร่างของมัมมี่อิยิปต์อายุ 5,000 ปี 2 ร่าง โดยร่างแรกเป็นเพศชายมีรอยสักรูปวัวป่าและภูเขาบนต้นแขน ส่วนอีกร่างเป็นเพศหญิงซึ่งมีรอยสักเป็นลายเส้นและตัวอักษร s บนต้นแขนขวา ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าการสักในสมัยนั้นเกี่ยวข้องกับการบ่งบอกสถานะ วีรกรรมความกล้า หรือผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของมนต์ขลัง




มาในยุคปัจจุบันที่รอยสักเป็นเรื่องของงานศิลปะมาก เพราะคนเราต่างก็มีสไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกันไป รวมถึงวิธีการ express ความชอบนั้นๆ ออกมาในรูปแบบของตัวเอง วันนี้เราจะมาพูดถึงศิลปะที่บันทึกความทรงจำและเรื่องราวความรู้สึกต่างๆ ลงบนผิวหนังอย่าง ‘การสัก’ ที่แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ก็คุ้มในเรื่องของคุณค่าทางจิตใจ รวมถึง 3 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจไปสัก!


1. รู้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
เพราะรอยสักจะอยู่กับเราตลอดไป การสักในสิ่งที่ใช่จึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของรอยสัก ขนาดที่ต้องการ รวมถึงตำแหน่งที่ต้องการจะสักด้วย ลองคิดดีๆ ว่าอยากจะอยู่กับมันไปตลอดชีวิตจริงๆ รึเปล่า แม้ว่าสมัยนี้จะมีเทคโนโลยีเลเซอร์ลบรอยสัก แต่มันก็ไม่สามารถลบได้หมดจด 100% อยู่ดี
 
 “ปกติเราชอบอ่านหนังสือ พอเจอคำหรือ Quote ที่ชอบก็จะเก็บมาเป็นไอเดียว่าอยากสักคำนี้ ส่วนเรื่องของตำแหน่ง ปกติเราก็จะมีตำแหน่งที่คิดว่าอยากสักและไม่อยากสักอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็น” - เหวิน บก.นิตยสาร


 
“เราอยากจะมีสิ่งที่สามารถ remind เรื่องราวและประสบการณ์ที่ผ่านมา  อย่างรอยสักรูปนกตัวนี้คือช่วงที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศรัสเซีย ทุกครั้งที่เห็นก็จะนึกถึงช่วงนั้น เมื่อมองย้อนกลับไปก็จะเห็น progress ของชีวิตในแต่ละช่วงที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้” - วศิน กราฟิกดีไซน์เนอร์




2. เลือกช่างสักที่ใช่
อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้รอยสักของเราออกมาในแบบที่ต้องการ ก็ขึ้นอยู่กับช่างสักด้วย ทั้งเรื่องความเชี่ยวชาญ สไตล์งานที่ถนัด และความสะอาดของร้านและเครื่องมือที่ใช้ 
 
 “การหาช่างสักดีๆ ที่ไว้ใจได้ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมาก ปกติเราก็จะดูโปรไฟล์งานของช่างสักจาก IG ร้าน ดูว่าสไตล์งานเขาเป็นแบบไหน เป็นสไตล์ที่เราอยากได้รึเปล่า ลองทักไปคุยกับช่างก่อนก็ได้” - กิ๊ก นักการตลาด



 
“เคยไปสักครั้งแรกตอนเรียน เป็นลายผึ้งอยู่หลังแขน ตอนนั้นคิดว่าอยากสักแล้วก็ไปสักวันนั้นเลย ไม่ได้รู้จักช่าง ไม่ทันได้ดูผลงานก่อนเลยว่าเขาถนัดสไตล์ไหน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแนะนำทุกคนให้ทำรีเสิร์ชก่อน อย่าตัดสินใจเร็ว " - มาย ช่างสัก 


3. เมื่อเวลาผ่านไป รอยสักอาจไม่เหมือนเดิมจากที่สักวันแรก 100%
การสักถึงแม้ว่าจะถาวร แต่สภาพของมันก็จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เพราะการสักคือการใช้เข็มเพื่อเติมหมึกลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) เมื่อผิวหนังได้รับความบาดเจ็บจากการสักก็จะทำให้ผิวหนังชั้นนอก (Epidermis) แห้งตายและหลุดลอกออกไปพร้อมกับหมึกส่วนเกิน ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายที่พยายามจะกำจัดสิ่งแปลกปลอม ฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสภาพของรอยสักก็จะไม่ได้เหมือนกับที่สักวันแรกอยู่แล้ว
 
“จะบอกว่ารอยสักมันจะไม่ได้เหมือนวันที่สักเสร็จตลอดไป มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ได้เหมือนในรูปที่ร้านสักเขาโปรโมตตลอดไป อย่างที่เห็นว่าเส้นมันคม สักเสร็จแล้วสวยแบบนี้ แต่ผ่านไป 1 ปี สีมันจะกระจาย ให้เตรียมใจตรงนี้ไว้เลย แม้ว่าช่างจะดีแค่ไหน แต่มันเป็นธรรมชาติของผิวหนังคนเราที่มันจะเป็นแบบนี้” - กิ๊ก นักการตลาด


 
“อย่าเผลอแกะแผลช่วงที่มันกำลัง heal เด็ดขาด เพราะมันอาจจะทำให้รอยสักไม่สม่ำเสมอ ตอนสักแรกๆ ดีเทลจะชัดมาก แต่เวลาผ่านไปดีเทลอาจหายและกลายเป็นปื้นๆ แทน อย่างสีดำอาจจะดูซีดไปตามกาลเวลา อย่างบางคนจางจนเป็นสีเขียวเลยก็มีถ้าไม่ได้ไปเติม ก็ต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้ด้วยก่อนจะไปสัก” - วศิน กราฟิกดีไซน์เนอร์


สุดท้ายแล้วศิลปะบนร่างกายอย่างการสัก ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและ condition การใช้ชีวิตของแต่ละคน ใครที่คิดว่ากำลังอยากจะไปสักอย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลแผลหลังสักเสร็จ รักษาความสะอาดและปฏิบัติตามคำแนะนำของช่างสักอย่างเคร่งครัดล่ะ