ทำอย่างไร เมื่อน้องชายมีกลิ่น



กลิ่นในที่ลับถือเป็นปัญหาน่าหนักใจที่เกิดได้ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ซึ่งแพทย์ผิวหนังบอกว่าสาเหตุหลักๆ มาจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ถูกหมักหมมกับเหงื่อและความอับชื้นมาทั้งวัน ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ คล้ายกับการเกิดกลิ่นตุๆ ใต้วงแขนนั่นแหละ! ซึ่งความจริงแล้วลำพังตัวเหงื่อเองไม่ได้มีกลิ่นหรอก แต่พอได้มาผสมโรงกับแบคทีเรียนี่สิ ใครเผลอได้กลิ่นเป็นต้องเพลียแน่ๆ




ล้างสะอาดทุกซอกหลืบ
การล้างน้องชายให้สะอาดถือเป็นคีย์ที่สำคัญมาก ควรล้างให้ดีทุกซอกทุกมุมไม่เว้นแม้แต่ใต้หนังหุ้มปลาย เพราะตรงนั้นมีทั้งต่อมไขมัน และเป็นแหล่งสะสมของคราบเหงื่อ คราบปัสสาวะ รวมถึงเซลล์ผิวที่ตายแล้วแอบเข้าไปซุกซ่อนอยู่ จนกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดีที่และกลายเป็นต้นตอของกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากการล้างด้วยน้ำสะอาดแล้ว อาจหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะจุดสำหรับผู้ชายที่สามารถยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างอ่อนโยนและไม่ทำให้ระคายเคือง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีเหมือนกัน

เช็ดให้แห้ง
เพราะความชื้นเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตดีเยี่ยม ยิ่งช่วงหน้าร้อนประเทศไทยอยู่เฉยๆ ก็เปียกแฉะอับชื้นได้ หรือใครที่ไปออกกำลังกายหนักเหงื่อออกเยอะ นอกจากเรื่องกลิ่นแล้วยังมีโอกาสเสี่ยงเป็นสังคังด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมเช็ดน้องชายให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ เมคชัวร์ว่าผ้าที่ใช้เป็นผ้าที่แห้งและสะอาด หรือจะลองหาแป้งฝุ่นยับยั้งแบคทีเรียก็เป็นอีกตัวช่วยให้น้องชายไม่ชื้นระหว่างวันได้เหมือนกัน

ตัดแต่งขนสักหน่อย
ตัดแต่งขนเพื่อช่วยให้น้องชายไม่อับชื้นง่าย ไม่จำเป็นต้องโกนให้เกลี้ยงเป็นพื้นที่โล่งเตียนก็ได้ แต่เป็นการใช้กรรไกรเล็มขนให้สั้นลงไม่ให้เป็นป่าดงดิบและรกชื้น แค่นี้ก็จะช่วยให้น้องชายแห้งสะอาดได้นาน ดูแลเรื่องของกลิ่นได้ง่ายขึ้นด้วย  

เลือกใส่กางเกงในที่แห้ง สะอาด ระบายอากาศดี
การเลือกกางเกงในก็ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ผู้ชายทุกคนต้องรู้ เพราะนอกจากการเลือกดีไซน์ให้ดูไม่แก่แล้ว ผ้าที่ใช้ก็ควรเป็นผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะวันไหนที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งร้อนๆ หรือออกกำลังกายหนักทำให้มีเหงื่อมาก ควรเลือกกางเกงในที่ทำจากผ้าโมดัลหรือผ้าสแปนเด็กซ์ซึ่งระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าฝ้าย  

ดูเทคนิกเลือกกางเกงในเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> 101 MEN'S UNDERWEAR สกิลการเลือกใส่กางเกงใน ที่ผู้ชายต้องรู้

ขริบ
อ่ะ อย่าเพิ่งอคติ! หลายคนอาจมองว่าการขริบเป็นเรื่องโหดเหี้ยมสยดสยอง แต่รู้มั้ยว่าการขริบมีข้อดีอยู่หลายประการ ต้องเข้าใจก่อนว่าการขริบ (Circumcision) คือการผ่าตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศที่เป็นส่วนเกินออก เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ลดการสะสมของแบคทีเรียช่วงปลายหุ้มอวัยวะเพศ นอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องของความสะอาดและกลิ่นแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งองคชาต ลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย อาจเป็นวิธีที่ยากจะทำใจในตอนแรก แต่หากให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลก็สบายใจได้ อาจใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 7-10 วัน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าในเรื่องของสุขอนามัย 


จะเห็นว่าการรักษา ‘ความสะอาด’ นี่แหละเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการแก้ปัญหากลิ่นน้องชาย ซึ่งปัญหาที่ว่านี้เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากลองปรับเปลี่ยนดูแล้วปัญหากลิ่นยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกที เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections) หรือโรคกลุ่มติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้เหมือนกัน!