ทำไมเลิกงานแล้วต้องดื่ม ถึงจะรู้สึกว่าได้พัก?
เคยมั้ย? ปิดคอมฯ แล้ว แต่งานในหัวยังค้างอยู่ ทั้งประชุม เดดไลน์ที่ใกล้เข้ามา พอมีใครซักคนเอ่ยขึ้นมาว่า ‘เย็นนี้ไปดื่มกัน’ ก็รีบตอบตกลงทันที หรือการดื่มจะช่วยปิดสวิตซ์ได้จริงๆ
ตัวถึงบ้าน แต่ใจอาจยังอยู่ที่ออฟฟิศ ในทางจิตวิทยาการทำงาน มีแนวคิดที่เรียกว่า Psychological Detachment หรือการวางเรื่องงานในสมองลงหลังเลิกงาน เช่น กินข้าวโดยไม่ได้คิดแก้ปัญหาลูกค้า หรือดูหนังโดยไม่คอยเช็กข้อความจากทีม ซึ่งต้องยอมรับว่าบางคนทำได้ แต่บางคนก็ยังคงทำไม่ได้ อีกทั้งยังมีหลายการศึกษาที่พบว่า การวางใจจากงานมีความสัมพันธ์กับความเหนื่อยล้าที่น้อยลง การนอนที่ดีขึ้น และสภาพจิตใจที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุดคิดเรื่องงานแล้วปัญหาจะหายไป เพียงแค่ในวันที่เราเหนื่อย แต่ยังหาวิธีออกจากโหมดทำงานไม่ได้ การดื่มจึงอาจดูเป็นทางลัดที่เข้าถึงง่ายและคุ้นเคย
เมื่อการดื่มกลายเป็นสัญญาณว่า ‘วันนี้จบแล้ว’ เพราะสมองเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการดื่มเข้ากับความรู้สึกพึงพอใจได้ สิ่งแวดล้อมเหล่านี้จึงอาจกระตุ้นความรู้สึกอยากดื่ม ซึ่งถ้านำกลไกนี้มาอธิบายชีวิตหลังเลิกงาน ก็เป็นไปได้ว่าโต๊ะประจำ เสียงแก้วชนกัน หรือข้อความชวนไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน จะค่อยๆ กลายเป็นสัญญาณของช่วงเวลาของการผ่อนคลาย ยิ่งทำเป็นกิจวัตร ก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยว่าเย็นวันนี้ต้องมีสิ่งนี้ถึงจะครบ
หลับง่ายขึ้น แต่ก็อาจไม่เต็มที่ อีกเหตุผลที่บางคนใช้การดื่มเพื่อปิดวัน อาจเป็นเพราะความรู้สึกง่วงหลังดื่ม หลายคนบอกว่าดื่มแล้วหลับดีขึ้น หลับง่ายขึ้น แต่รู้มั้ยว่าแอลกอฮอล์อาจไปรบกวนโครงสร้างการนอนและทำให้การนอนขาดช่วงได้ รวมถึงอาจทำให้ปัญหาการหายใจขณะหลับแย่ลง โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาเดิมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอาจไม่ได้ดูแค่ว่าหลับมั้ย หรือหลับเร็วแค่ไหน ต้องลองสังเกตด้วยว่าตื่นกลางดึกบ่อยหรือป่าว หรือเช้ามารู้สึกสดชื่นแค่ไหน
แอลกอฮอล์ทำให้รู้สึกโล่งได้จริง แต่ความโล่งนั้นมีข้อจำกัด สถาบันแห่งชาติว่าด้วยการใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ผิดและโรคพิษสุราเรื้อรังของสหรัฐฯ หรือ NIAAA ได้อธิบายไว้ว่า แอลกอฮอล์มีผลต่อทั้งระบบรางวัลของสมองที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจและระบบที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและอารมณ์ด้านลบ จึงทำให้บางคนรู้สึกดีหรือกังวลน้อยลงชั่วคราว เลยทำให้หลายคนรู้สึกว่า ‘ดื่มแล้วโล่ง’ แต่อย่าลืมว่าปัญหาที่ทำให้เครียดอาจยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งถ้าเราใช้แอลกอฮอล์รับมือกับความเครียดซ้ำๆ โดยเฉพาะเมื่อดื่มหนัก อาจเกิดวงจรที่เกิดอารมณ์ด้านลบระหว่างช่วงที่ไม่ได้ดื่มรุนแรงขึ้น และยิ่งทำให้เราอยู่สึกอยากกลับไปดื่มอีก
และการดื่มหลังเลิกงานอย่างเดียวอาจจะยังใช้วินิจฉัยภาวะผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์ไม่ได้ แต่ควรเริ่มสังเกตถ้าเมื่อไหร่ที่เริ่ม
- ดื่มมากกว่าหรือนานกว่าที่ตั้งใจบ่อย
- ต้องดื่มเยอะขึ้นเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายเท่าเดิม
- เคยพยายามลดหรือหยุด แต่ทำไม่ได้
- การดื่มเริ่มกระทบงาน สุขภาพ หรือความสัมพันธ์
อาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินปัญหาการดื่ม ถ้าเมื่อไหร่ที่เริ่มพบในตัวเอง การปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะช่วยให้ประเมินและวางแผนดูแลได้ตั้งแต่เริ่มต้น



