พฤติกรรมทำชีวิต (คู่) พัง รู้แล้วเลี่ยงเลย

ตอนไม่มีก็โหยหาอยากมีความรัก แต่พอมีแล้วก็กลับไม่รักษาไว้ให้ดี แบบนี้มันน่าตีนัก ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าหลายคนก็คงไม่ได้ตั้งใจจะทำลายความสัมพันธ์นั้นหรอก เพราะบางอย่างก็เป็นความเคยชินมากกว่า เหมือนกับที่มีงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเบย์เลอร์ โดยศาสตราจารย์เจมส์ เอ.โรเบิร์ตส์ (James A. Roberts) และผู้ช่วยศาสตราจารย์เมเรดิธ เดวิด (Meredith David) ที่ได้ทำการศึกษาเพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าการใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินความจำเป็นสามารถตัดความสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นลงได้จริง เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้รักยืนยาวคงต้องวางโทรศัพท์ลงก่อน และรวมถึงพฤติกรรมเหล่านี้...ที่ต้องเลี่ยงด้วยเหมือนกัน



อารมณ์เป็นใหญ่ ใครก็ไม่ (อยาก) ทนใครบ้างล่ะที่อยากจะใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในสนามรบ ต้องคอยหลบระเบิด (อารมณ์) ตลอดเวลา เอะอะก็ปรี๊ด เอะอะก็โมโห ถึงแม้แรกๆ จะยัง (ทน) ได้อยู่ แต่ถ้าขืนยังเอาแต่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง แล้วต้องมาเถียงกันด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ก็อาจกลายเป็นชนวนเหตุ นำพาความรักไปยังจุดจบได้ง่ายๆ เพราะเวลาที่โมโห เรามักไม่ค่อยระวังคำพูดของตัวเอง จนอาจเผลอพูดหรือแสดงอาการที่ทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายได้ง่ายๆ ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงยังไงบาดแผลที่เกิดขึ้นจากคำพูดและการกระทำก็สร้างรอยแผลเป็นให้เกิดขึ้นได้อยู่ดี 

ขี้ลืมหรือไม่ใส่ใจเพราะสาวๆ จะมีความละเอียดอ่อนจึงให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากกว่าหนุ่มๆ ทำให้เรื่องบางอย่างหนุ่มๆ...หรืออาจจะสาวๆ บางคน ก็เผลอลืมไปบ้าง แต่จำไว้ว่าถ้าบ่อยไป หรือลืมในเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะวันเกิด วันครบรอบ นั่นอาจทำให้อีกฝ่ายคิดไปได้ว่าคุณไม่ใส่ใจ หรือไม่ให้ความสำคัญ จนพาลให้น้อยใจ และขอจบความสัมพันธ์ในท้ายที่สุด เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาความสัมพันธ์ ลองเพิ่มระดับความใส่ใจอีกสักนิด หรือเริ่มจากการเอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วคิดดูว่าถ้าเป็นเราจะต้องการแบบไหนอย่างไร บางทีอาจไม่ต้องมีของขวัญใหญ่โตหรูหรา แต่แค่แสดงให้เห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับเขาบ้าง แค่นั้นอีกฝ่ายก็ชื่นใจแล้ว 

ไม่ทะเลาะ ใช่ว่าจะดีเมื่ออยู่ใกล้ชิดกันก็อาจจมีกระทบกระทั่งกันบ้างไม่แปลกอะไร แต่บางคนมักเลือกที่จะหลีกเลี่ยงปัญหา โดยการเก็บไว้ซะเอง ซึ่งการทำแบบนี้อาจทำให้ความรัก (ดูเหมือน) จะราบรื่น เพราะไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเลยก็จริง แต่แน่ใจแล้วนะว่าจะเก็บไว้ได้ตลอด เรื่องบางเรื่องอาจดูไม่หนักหนาอะไร แต่ถ้ารวมกันหลายๆ เรื่องขึ้นมาก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ และอาจจะพาลไปถึงเรื่องอื่นๆ ได้เหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องที่ไม่ถูกใจก็ต้องพูดออกมาบ้าง ซึ่งถ้ามันจะนำไปสู่การทะเลาะถกเถียงก็คงต้องปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะบางเรื่องต่อให้อยากจะเลี่ยงแค่ไหน สุดท้ายแล้วปัญหาก็วนกลับมาอยู่ดี สู้ปล่อยให้มีเรื่องถกเถียง (แบบไม่รุนแรง) ยังดีกว่า เพราะถึงยังไงอย่างน้อยก็ทำให้คุณเข้าใจกันและกันมากขึ้น 



แสดงออกบ้าง...ก็ดีก็ขึ้นชื่อว่าเป็น “คนรัก” ฉะนั้นก็ควรจะต้องแสดงออกถึงความรักต่อกันบ้าง เพราะถ้าหากว่าไม่มีการแสดงออกเลย นับวันความสัมพันธ์ก็มีแต่จะจืดจางลง และบางคนอาจจะเข้าใจว่าจะต้องแสดงความรักด้วยการให้สิ่งของ ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป เพราะจริงๆ แล้วแค่คำพูด การสัมผัส หรือการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ อย่างการกอด หรือจับมือก็ถือเป็นการบอกรักง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องมีคำว่ารักซึ่งทำให้คนรักอบอุ่นหัวใจได้แล้ว

จ้องแต่จะเอาชนะลูกเดียวเพราะสนามรักไม่ใช่สนามรบ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันเพื่อเอาชนะ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายคู่ที่ไปกันไม่รอด เพราะต่างฝ่ายต่างจ้องแต่จะเอาชนะ ไม่มีใครยอมใคร จนเป็นปัญหาใหญ่ลุกลามที่อาจจะเกิดจากเรื่องเล็กนิดเดียว และเมื่อไม่มีใคร (คิดจะ) ยอมกัน สุดท้ายแล้วก็ต้องแยกย้ายกันไป ดีไม่ดีอาจแตกหักถึงขั้นเอากาวตราช้างมาต่อก็ไม่ติด เพราะแบบนี้ก่อนที่จะพากันเดินไปจนสุดทางของความรัก คงต้องสลับกันยอมแพ้บ้าง เพราะถ้าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมแพ้อยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ใช่ทางออกเช่นกัน ดังนั้นจำไว้ว่าความรักไม่ใช่การแข่งขัน แล้วทำไมเราต้องอยากเป็นผู้ชนะกันด้วย จริงมั้ยล่ะ?