รับมือความโสดยังไงให้มีความสุข

ถ้าเป็นยุค 90 คงต้องร้อง “อยากโดนเป็นเจ้าของ อยากมีคนจับจอง” หรือถ้าออกไปทางสายร็อคก็ “โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันหนาวเกินไป” ส่วนใครแบ๊วหน่อยก็ต้องร้องเพลง “ยังโสด โสดอยู่ทางนี้” แต่ไม่ว่าจะเป็นเพลงไหน ทั้งหมดนี้ก็คือเพลงฮิตติดเพลย์ลิสต์ของคนโสด ที่ร้องมาตั้งแต่ยุค 90 จนถึงยุคนี้ ก็ยังไม่มีใครเข้ามา แบบนี้อาจเป็นไปได้ว่าจะต้องทำใจอยู่กับความเหงา...ไปอีกปี
 


โสดแล้วดี มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น
อย่าเพิ่งท้อห่อเหี่ยวใจไป เพราะมีงานวิจัยจาก University of Maryland พบว่าผู้ชายและหญิงโสดที่อายุประมาณ 18 - 64 ปี จะมีเวลาต่อสัปดาห์มากพอที่จะออกกำลังกายมากกว่าคนที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว สอดคล้องกับผลวิจัยของ Bureau of Labor Statistics ของอเมริกาพบว่า คนโสดใช้เวลาเฉลี่ย 5.6 ชั่วโมงต่อวันไปกับกิจกรรมสันทนาการ ขณะที่คนแต่งงานจะใช้เวลา 4.87 ชั่วโมงต่อวันเพื่อทำกิจกรรมบันเทิงต่างๆ คือ คนโสดจะใช้เวลา… 

3 นาทีต่อวัน มากกว่าคนมีคู่ ในการออกกำลังกาย ​
16 นาทีต่อวัน มากกว่าคนแต่งงาน ในการดูทีวี 15 นาทีต่อวัน มากกว่าคนแต่งงาน ในการเล่นเกมและคอมพิวเตอร์  
เห็นมั้ยเรื่องดีๆ ของการเป็นโสดก็ยังมีอยู่ (บ้าง) ล่ะน่า
 
ใช้เวลากับคน (ที่) รัก
ไม่มีคู่รักหรอ...ก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะตราบใดที่ยังมีคนรอบข้างที่รักกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ญาติพี่น้อง พ้องเพื่อน ก็ไม่จำเป็นต้องง้อขอความรักจากแฟนก็ได้ เพราะฉะนั้นเดือนแห่งความรักแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมอบความรักให้เฉพาะแฟนอย่างเดียว ดังนั้นคนที่ไม่มีคู่ ก็สามารถถือโอกาสใช้วันนี้ เติมเต็มความรักให้กับครอบครัว หรือคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการนัดกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา หรือยกก๊วนพากันไปพักผ่อนใช้เวลาร่วมกันนอกสถานที่  

ซื้อของขวัญให้ตัวเอง...ก็ได้
ถึงจะไม่มีคนรักซื้อดอกไม้หรือของขวัญให้ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่านอกจากพ่อแม่และคนในครอบครัวแล้ว คนที่จะรักเราที่สุดก็คือตัวเราเองนี่แหล่ะ เพราะฉะนั้นถือโอกาสใช้ช่วงเดือนแห่งความรัก มอบความรักให้กับตัวเองซะเลย ด้วยการพาตัวเองออกจากบ้านไปช้อปปิ้ง เดินเข้าห้าง หาซื้อของ หรือเสื้อผ้าเพื่อเป็นของขวัญให้กับตัวเอง พาตัวเองออกไปหาความสุข เปิดหูเปิดตาดูสิ่งอื่นๆ รอบตัว ยิ่งถ้าในช่วงเทศกาลแห่งความรักแบบนี้ ทางห้างมีส่วนลดราคาด้วย รับรองได้ว่าคุณจะมีความสุขกับการเดินช้อปปิ้งได้อย่างแน่นอน เพราะการรักตัวเองก็รวมอยู่ในความรักเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าจะหาซื้อของขวัญ หรือลองทำงานฝีมือเพื่อให้ตัวเองสักชิ้น รวมถึงการให้รางวัลกับตัวเองด้วยการไปสปา นวดหน้า ขัดตัว ทำผม ทำเล็บ หรือทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข ก็คงไม่ผิดอะไร

เปลี่ยนความคิด ชีวิต (โสด) ก็แฮปปี้
เพราะการที่เพื่อนรุ่นเดียวกันมีแฟน หรือแต่งงานมีครอบครัวกันไปแล้ว ไม่ได้ทำให้คุณแตกต่างไปจากกลุ่มเพื่อน เช่นเดียวกับว่าการมีคนรักไม่ได้การันตีว่าชีวิตจะต้องมีความสุขเสมอไป เพราะทุกคนต่างก็ต้องมีปัญหาของตัวเอง ซึ่งคนที่มีแฟนเขาอาจไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด หรือไม่บางทีเขาเองก็อาจจะกำลังอิจฉาชีวิตอิสระของคุณอยู่เหมือนกันก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้นแทนที่จะจมอยู่กับความเหงา เฝ้ารอเนื้อคู่ให้ลองหันกลับมามองเรื่องดีๆ ของการมีชีวิตโสด  พร้อมกับการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบเจอคนใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ เพื่อใช้เวลาเรียนรู้ วางแผน หรือพัฒนาความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือจะเลือกทุ่มเทให้กับเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ ก่อนที่จะถูกคนรัก (ในอนาคต) ดึงไป

จัดปาร์ตี้คนโสดไปเลยสิ
ไม่มีใครกำหนดว่าวาเลนไทน์มีไว้สำหรับคนมีแฟนเท่านั้น คนโสดอย่างเราก็สามารถใช้เวลานี้ออกมาสนุกสนานได้ จะเห็นได้ว่ามีหลายๆ ที่ที่กิจกรรมปาร์ตี้สำหรับคนโสด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ก็ยังมีหลายๆ ที่ที่ให้ความสำคัญกับคนโสด หรือถ้าไม่มี หรือไม่สะดวกไปจะจัดปาร์ตี้ที่บ้าน แล้วชวนเพื่อนๆ ที่โสด มาจอยกัน ดีกว่ามัวแต่นั่งเศร้า แล้วไปพาลอิจฉาคนมีคู่ ดีไม่ดียังเป็นการเปิดโอกาสให้ได้เจอคนใหม่ๆ อีกด้วย เพราะอย่าลืมว่าความโสดก็เป็นแค่ประสบการณ์ช่วงหนึ่งของชีวิตที่ใครๆ ก็เจอได้ ไม่ใช่ความโรคร้าย หรือเรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องรีบจัดการซะเมื่อไหร่ ถ้ารู้จักยอมรับและอยู่กับมันด้วยความเข้าใจ เผลอๆ อาจสนุกจนคนมีคู่อิจฉาก็ได้

 
     # แค่รักตัวเองมากพอ ชีวิตก็มีความสุขได้


   
 # สาวโสดรุ่นใหญ่ที่อยากฝากถึงเด็กๆ รุ่นใหม่