รักยังไงไม่ให้ “เปิด” เปิง



“มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน”

ช่วงหลังๆ นี้เรามักจะได้ยินคำนี้กันบ่อยม๊ากกกก หรือที่ใครหลายคนเรียกกันว่า ความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefits เพราะผู้ชายหลายคนเริ่มไม่ต้องการการผูกมัด ซึ่งอาจจะด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวการมีแฟน กลัวการผูกมัด หรือยังไม่แน่ใจว่าคนที่ชอบจะเป็นคนที่ใช่หรือเปล่า ทำให้หลายๆ คู่เลือกที่จะมีความสัมพันธ์กันแบบลึกซึ้งแค่เรื่องบนเตียง ที่ไม่มีการหึงหวงใดๆ ตามมา เพราะคิดว่ามันสบายใจกว่า มีขอบเขตความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจนตามข้อตกลง ซึ่งมันก็ฟังดูดีนะ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจกันจริงๆ 

เพราะ “ปิด” จึง “เปิด”
ผลสำรวจของ "ดูเร็กซ์" ผู้ผลิตถุงยางอนามัยชั้นนำ ในปีที่ผ่านมา (2017) พบว่าคนไทย (ทั้งชายและหญิง) มีพฤติกรรมการนอกใจมากกว่าครึ่ง และผู้ชายไทยยังมีอัตราการนอกใจสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกเมื่อเทียบกับผู้ชายจากชาติอื่นๆ ส่วนฝั่งสาวๆ นี่ก็ไม่น้อยหน้า เพราะผู้หญิงไทยเองก็ติดอันดับ 2 ที่มีการนอกใจมากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้หญิงทั้งโลกเหมือนกัน

และไม่ว่าจะเป็นการรู้สึกไม่เชื่อใจในคนรัก กลัวที่จะต้องเจ็บปวด อกหัก ถูกทิ้ง ถูกตามเช็กตามจิก นั่นก็ทำให้ผู้ชายหลายคนหันมา "ปิดประตูความเจ็บ" โดยเลือกใช้ความสัมพันธ์แบบ “เปิด” กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะไม่ต้องทุ่มเทใจให้ใครเพียงคนเดียวแล้ว วันที่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่เวิร์คก็สามารถเลิกรากันไปได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องมานั่งนอยด์กับความรู้สึกของผู้หญิง เพราะความสัมพันธ์แบบนี้จะไม่มีการคาดหวังที่รุนแรงเหมือนกับความสัมพันธ์ของคนที่เป็นแฟนหรือเป็นคู่รักแบบเดิมๆ 

“เปิด” อย่างไรไม่ให้ “เปิง”
แน่นอนว่าทุกความสัมพันธ์ไม่ได้เริ่มและจบง่ายๆ เหมือนการเปิดปิดสวิตซ์ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก หากคุณผู้ชายทั้งหลายอยากจะเลือกที่จะมีความสัมพันธ์แบบเปิด ก็ควรทำให้ได้แบบนี้
  • คุยกับคนโสด คนที่มีความมั่นคงในอารมณ์ ไม่ต้องการการพึ่งพา และเป็นคนที่มีตรรกะ คุยแล้วเข้าใจง่าย
  • คุยกับคนที่ไม่ติดเพื่อน คนที่มีกิจกรรมหรือสิ่งที่ชอบทำมากกว่าการที่จะต้องอยู่กับคุณตลอดเวลาหรือต้องการตัวคุณบ่อยเกินไป
  • คุยกับคนที่คุณชอบ แต่ต้องไม่ชอบมากหรือคลั่งไคล้ เพราะอาจทำให้คุณหลงรักและผูกพันจนอยากครอบครอง
  • คุยกับคนที่เพิ่งรู้จักไม่นาน อาจจะเป็นเพื่อนของเพื่อน...ของเพื่อนอีกที อย่าให้มีความใกล้ชิดกันในทางอื่นใดเกินไป โดยเฉพาะคนในที่ทำงาน เพราะหากความสัมพันธ์ต้องยุติลง แต่ยังต้องมีความเกี่ยวข้องกันก็อาจกระทบกับชีวิตและความรู้สึกของคุณได้
  • คุยกับคนที่มีความคิดเดียวกัน หรืออาจมีประสบการณ์การมีความสัมพันธ์แบบเปิดมาก่อน เพื่อมันจะง่ายขึ้น ถ้าเขาเป็นคนประเภทที่จริงจังกับความรักล่ะก็ นั่นคงไม่ใช่ทาร์เก็ตของคุณ

และต่อให้ความสัมพันธ์จะดีแค่ไหน ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของศีลธรรมด้วยเหมือนกัน หัดเช็กดูความรู้สึกที่มีต่อกันอยู่บ่อยๆ อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องอึดอัดหรือมีความคาดหวังที่ล้ำเส้นที่ตกลงกันไว้ พยายามเว้นระยะห่างและเอาเวลาไปใช้กับความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ บ้าง เพราะเมื่อไหร่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดเผลอตัวเผลอใจรักจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะก็ จะเหตุผลข้อตกลงกี่ร้อยล้านข้อก็คงเอาไม่อยู่ และถึงเวลานั้นความสัมพันธ์แบบเปิด ก็อาจจะกลายเป็นความรักที่ “เปิดเปิง” ยากจะควบคุมไปเลยก็ได้