Running vs Weight Training จะรู้ได้ยังไง เราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน

ขึ้นชื่อว่าเป็นการออกกำลัง ไม่ว่าออกแบบไหนก็ดีทั้งนั้น ด้วยคำยืนยันจาก Zhen Yan ศาสตราจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ที่บอกว่า ได้มีผลการวิจัยทางการแพทย์ซึ่งรับรองความเป็นไปได้ว่า การออกกำลังกายสามารถช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน เช่นเดียวกับ David Marchant นักวิจัยจาก Edge Hill University สหราชอาณาจักร ที่ทำการทดลองจนได้ข้อสรุปว่าการออกกำลังกายระดับหนักปานกลางช่วยส่งเสริมความจำได้ ซึ่งถึงจะบอกว่าดี แต่ก็ยังมีบางคนที่ตั้งคำถามว่า “ทำไมออกแล้วไม่เห็นได้ผล” 



อย่างนั้นคงต้องมาดูแล้วล่ะว่าที่ออกๆ อยู่นั้นถูกหรือเปล่า กับการวิ่งและเวทเทรนนิ่ง 2 รูปแบบการออกกำลังกายยอดฮิตที่คนมักจะสับสนกัน ลองมาดูกันว่า 2 อย่างนี้ต่างกันยังไง แล้วเราเหมาะกับการออกแบบไหนกันแน่

Running
การวิ่ง จัดอยู่ในประเภทของการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่นเดียวกับการกระโดดเชือก เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน และการเดิน ฯลฯ ซึ่งเป็นการออกกำลังที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของหัวใจ และปอดให้แข็งแรง และสามารถนำออกซิเจนมาใช้ได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า 60% ของจุดที่รู้สึกเหนื่อยที่สุดอย่างต่อเนื่อง และปรับระดับความดันของเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย ทำให้น้ำหนักลดลงได้

Weight Training
เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันด้วยการทำให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงต้าน จากการยกน้ำหนัก จึงเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ โดยการเวทเทรนนิ่งจะช่วยทำให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลในการช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานขึ้น ถึงแม้ว่าจะหยุดออกกำลังกายไปแล้วก็ตาม ซึ่งจะแตกต่างจากการคาร์ดิโอ

ออกกำลังกายแบบไหนให้ผลกับเรา
ถ้าคุณต้องการเน้นที่เรื่องสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด ความดัน ปอด อยากลดน้ำหนัก ลดความอ้วน รวมทั้งอยากเพิ่มความอึดให้ร่างกาย มีแรงทำสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่เหนื่อยง่าย การออกกำลังกายที่ต้องทำคือ วิ่งหรือคาร์ดิโอ
แต่ถ้าคุณต้องการมีรูปร่างที่กระชับ ได้สัดส่วน ซิกแพ็คต้องมา กล้ามท้องต้องมี รวมถึงเพิ่มความฟิตให้ร่างกายสามารถออกแรงได้มาขึ้น ยกของได้หนักขึ้น การออกกำลังกายที่ต้องทำคือ เวทเทรนนิ่ง

ด้วยเหตุว่าการออกกำลังกายทั้ง 2 อย่างนี้ต่างก็ให้ประโยชน์และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ดีที่สุดจึงควรทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป เพราะถ้าอยากวิ่งให้ได้เต็มที่ก็ต้องอาศัยกล้ามเนื้อขาและแกนกลางลำตัวที่แข็งแรง ซึ่งก็ได้มาจากการเวทเทรนนิ่ง ส่วนการเวทเทรนนิ่งก็ต้องอาศัยความแข็งแรงของหัวใจและปอด เพื่อที่จะได้มีกำลังในการออกแรงได้มาก และต่อเนื่อง โดยอาจจะเล่นเวทเทรนนิ่งก่อนแล้วค่อยปิดท้ายด้วยคาร์ดิโอ 30 นาที หรือจะทำสลับวันกันไปก็ได้เช่นกัน