กินแป้งน้อยไป ทำให้ผิวเหี่ยวได้ไม่รู้ตัว

“งดกินแป้งดีกว่าจะได้ไม่อ้วน” ใครที่ยังมีความคิดแบบนี้ เปลี่ยนความคิดด่วน เพราะได้มีงานวิจัยซึ่งนำทีมโดย ดร. ซารา เซเดลมันน์ แพทย์คลินิกและการวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบหัวใจและหลอดเลือด จากโรงพยาบาลบริกแฮมในบอสตัน สหรัฐอเมริกา ออกมาเผยแพร่ในวารสารสาธารณสุข “แลนเซต” วารสารชั้นนำทางการแพทย์ในสหรัฐฯ เตือนสายโลว์คาร์บ ว่าการงดแป้ง หรือกินคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไปอาจทำให้อายุสั้นลงถึง 4 ปี และถึงแม้จะมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องออกมาแย้ง ก็อย่าเพิ่งแน่ใจว่ามาถูกทาง เพราะถึงยังไงการกินแป้งที่น้อยเกินไปก็อาจทำให้ “ผิวเหี่ยว” ได้อยู่ดี



“แป้ง” อย่าคิดว่าไม่สำคัญ
สารอาหาร 5 หมู่ คือสิ่งที่ร่างกายเราต้องการ เรื่องนี้ใครๆ ต่างก็รู้ เพราะเป็นสิ่งที่ได้เรียนกันมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต ก็เป็นหนึ่งในอาหาร 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน โดยคาร์โบไฮเดรตเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส ที่มีหน้าที่คอยให้พลังงานแก่ร่างกาย ในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน วิ่ง ทำงาน ออกกำลังกาย หรือแม้แต่การนอน ทุกกิจกรรมล้วนแต่ต้องการพลังงานทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลทำให้ขาดพลังงานในการทำกิจกรรม ไม่มีเรี่ยวแรง สมองไม่แล่น เหนื่อยง่าย หิวโหย มือสั่น หรืออาจมีอาการอยากของหวานได้



กินแป้งน้อยทำ “ผิวเหี่ยว”
เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เพียงพอต่อการสร้างพลังงาน ก็จำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานใหม่มาทดแทน โดยอาจจะหันไปเผาผลาญไขมันและโปรตีน ซึ่งในช่วงนี้เราจะหลงดีใจคิดว่าตัวเองผอมลง แต่ที่ไหนได้ถ้าปล่อยไว้นานวันเข้าก็จะส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบแบน ตลอดจนผิวแห้งและเหี่ยวย่นได้ในที่สุด นั่นก็เพราะไขมันที่ร่างกายดึงไปใช้นั้นมีส่วนสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้นและเต่งตึง เช่นเดียวกับโปรตีนซึ่งทำหน้าที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะฉะนั้นเมื่อร่างกายดึงพลังงานเหล่านี้ไปใช้ทดแทนคาร์โบไฮเดรต จึงทำให้กล้ามเนื้อลีบ และผิวเหี่ยวย่นเข้ามาถามหานั่นเอง

งดคาร์บทุกมื้อ ไตพังก่อนพอดี
ยิ่งกินแป้งน้อย สารอาหารที่จะเข้ามาแทนที่มากขึ้นกว่าเดิม คือ ไขมัน ซึ่งถ้าเราไม่ระวัง ทำ Ketogenic Diet ไขมันจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมัน เบคอน อาจจะทำให้เลือด และปัสสาวะเราเป็นกรดมากขึ้น เสี่ยงที่จะเป็นนิ่วในใตได้อีกด้วย ดังนั้น ใครมีปัญหาเกี่ยวกับไต หรือผู้ป่วยโรคไต จึงไม่ควรทำตามสูตรคีโตเด็ดขาด และควรจะปรับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินต่อวันให้พอดี
 


กินแป้งยังไงให้ได้ประโยชน์ครบถ้วน
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! ขึ้นชื่อว่าแป้ง สุดท้ายก็ถูกแปรสภาพเป็นน้ำตาลที่นำมาซึ่งน้ำหนักตัวที่เกินได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเลือกกินให้ถูกวิธี เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี

• เลือกผลิตภัณฑ์จากธัญพืชไม่ขัดสี ไม่ว่าจะเป็นขนมปังโฮลวีต ขนมปังจากไรย์เต็มเมล็ด และข้าวกล้อง ที่ทำมาจากธัญพืชไม่ขัดสีเต็มเมล็ดแทนขนมปังหรือข้าวขาว
• เลือกผักผลไม้แทนน้ำผลไม้ เพราะมีใยอาหารสูง และน้ำตาลน้อยกว่า
• กินถั่วแทนขนม โดยเฉพาะใครที่ชอบกินของว่างจุบจิบระหว่างมื้อ เพราะถั่วถือเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดีที่ให้โปรตีนสูงและย่อยช้า ทำให้รู้สึกอิ่มนาน
• ลดน้ำตาล และอาหารที่ปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน หรือลูกอม เพราะในแต่ละวันร่างกายได้รับน้ำตาลจากแป้งและคาร์โบไฮเดรตเพียงพอต่อความต้องการแล้ว การกินน้ำตาลเข้าไปเพิ่มจึงเป็นการสะสม      ของปริมาณน้ำตาลในร่างกายที่มากเกินความจำเป็น
• กินแป้งให้ถึง โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อร่างกายควรได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอและเหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตจัดเป็นแหล่งพลังงานหลัก ซึ่งหากร่างกายไม่ได้  รับคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอ ก็อาจส่งผลให้ขาดพลังงานและเหนื่อยเร็วได้
• กินอาหารให้สมดุล ยิ่งหากว่าเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ยิ่งควรรับประทานผักผลไม้ เลี่ยงกรดไขมันอิ่มตัวและเกลือ ที่สำคัญไม่ควรงดแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตโดยเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการกินยาตามแพทย์สั่ง และออกกำลัง    กายอย่างพอเหมาะสม่ำเสมอ

การลดน้ำหนักให้ได้ผลดีในระยะยาว และสุขภาพที่ยั่งยืน ร่างกายคนเราต้องการคาร์โบไฮดรตในปริมาณที่เหมาะสม ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะลดคาร์โบไฮเดรตลงดีกว่าเพราะมันอาจจะเกิดผลเสียด้านลบต่อสุขภาพได้