เราแค่รู้สึกชอบ...หรือมัน(คง)เป็นความรัก มาหาคำตอบจากทฤษฎีนี้กัน!


 
วันก่อนเพิ่งเฮิร์ทมาหมาดๆ แบบแผลยังไม่ทันตกสะเก็ด แต่วันนี้จู่ๆ กลับรู้สึกดีกับคนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว อ่ะ! ใครที่เคยตกอยู่ในวังวนแบบนี้จนอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า “ความรู้สึกที่เกิดขึ้น...มันจะใช่ความรักจริงๆ หรือเปล่า” และเพื่อไม่ให้ต้องพลาดรถไฟขบวนสุดท้าย เราเลยขอยกทฤษฎีของนักจิตวิทยามาอธิบายความรู้สึกของคุณ!!
 
รู้ได้ยังไง? ว่าจริงๆ แล้ว...นี่คือรักหรือแค่ชอบ
Zick Rubin นักจิตวิทยาเชื่อว่า การที่เรารู้สึกชื่นชมคนๆ นึงแบบมากมาย สนุกกับการได้ใช้เวลาร่วมกับเขาคนนั้น และอยากอยู่รอบๆ ตัวเขาแทบตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้คือความรู้สึกที่เรียกว่า “ชอบ” ไม่ใช่ความรัก เพราะรักที่แสนจะโรแมนติกนั้น...ควรประกอบไปด้วย 3 สิ่งนี้
  • ความผูกพัน...ที่คาบเกี่ยวเส้นบางๆ กับความยึดติด เพราะเราจะอยากโยงตัวเราเข้ากับเขาตลอดเวลานั่นเอง
  • ความเอาใจใส่ดูแล...ไม่ว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับปัญหาอุปสรรคอะไร เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือตลอดเวลา
  • ความใกล้ชิดสนิทสนม...เพราะเมื่อเรารักใครซักคน เราจะอยากแชร์ทุกๆ เรื่องราวของเราให้กับเขา 
 
รักแท้หรือแค่หลงใหลไม่ผูกมัด...มาลองหาคำตอบจากทฤษฎีวงล้อสี 
ไม่เพียงแค่ความต่างของความรู้สึกรักกับชอบที่เราต้องแยกออกจากกัน แต่ความรักก็ยังมีอีกหลายๆ รูปแบบ ซึ่งเราอยากจะพูดถึงทฤษฎีของ John Lee นักจิตวิทยาที่เขียนเปรียบเทียบรูปแบบของความรักกับวงล้อสีลงในหนังสือ The Colors of Love เพราะในวงล้อสีจะมีแม่สีอยู่ด้วยกัน 3 สี เช่นเดียวกับรูปแบบของความรักที่แยกออกเป็น 3 รูปแบบ คือ...
  • Eros ภาษากรีกที่มีความหมายว่า “หลงใหล” ซึ่งลีได้อธิบายว่าความรักในรูปแบบนี้ คือความรักที่เกี่ยวข้องกับความรักทางกายและอารมณ์
  • Ludos คำภาษากรีกที่มีความหมายว่า “เกม” ซึ่งลีได้อธิบายว่าความรักในรูปแบบนี้ ก็เปรียบเสมือนการเล่นเกมที่รู้สึกถึงความสนุกสนาน...ที่ไม่ต้องจริงจัง หรือจะให้นิยามง่ายๆ ก็คือความรักรูปแบบนี้ คือรูปแบบของคนที่ยังไม่พร้อมจะมีความรักแบบผูกมัดนั่นเอง
  • Storge อีกหนึ่งคำจากภาษากรีกที่มีความหมายคล้ายกับ “ความรักที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” ซึ่งความรักรูปแบบนี้จะพบได้ในความรักแบบครอบครัว พ่อรักลูก ลูกรักแม่ พี่น้อง หรือเครือญาติ 
 
Photo Credit: https://en.wikipedia.org

 
สำหรับใครที่สับสนว่าตัวเองกำลังอยู่ในโหมดความรักรูปแบบไหน เราอยากจะบอกว่า ลีไม่ได้นิยามรูปแบบความรักไว้แค่ 3 รูปแบบเท่านั้น แต่ลียังเชื่อว่าความรักทั้ง 3 รูปแบบนี้สามารถผสมผสานจนได้ความรักรูปแบบอื่น...เหมือนกับการผสมแม่สีในวงล้อสีนั่นเอง

และนี่คือความรัก 3 รูปแบบ(รอง)ที่เกิดจากการผสมกันของ 3 รูปแบบหลัก
  • Mania (Eros + Ludos) = ความรักที่หลงใหลเหมือนถูกครอบงำ เป็นความสัมพันธ์ที่ราวกับคุณกำลังเล่น roller coaster เพราะมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบสุดขั้ว คุณจะรู้สึกถึงความต้องการอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรียกร้องความรักจากอีกคนอย่างมากมาย 
  • Pragma (Ludos + Storge) = ความรักที่สมจริงและแท้จริง เป็นความสัมพันธ์ที่มีเหตุผลเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าแค่อารมณ์ สำหรับคนที่มีความรักในรูปแบบนี้ การศึกษา ความสามารถทางการเงิน ความเชื่อทางศาสนา และสถานภาพทางสังคม ล้วนมีบทบาทสำหรับเขาอย่างยิ่ง
  • Agape (Eros + Storge) = ความรักที่เสียสละ เป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วย "การให้" ให้โดยเต็มใจและไม่คิดหวังสิ่งตอบแทน เป็นความรักที่บริสุทธิ์ เป็นความรักที่พร้อมซัพพอร์ตคนรักในทุกๆ ด้านอย่างไม่มีเงื่อนไข และเรียกได้ว่า...เป็นรักในเทพนิยายที่หลายคนฝันถึงเลยล่ะ 
 
ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับเขาคนนั้นจะคืออะไร เราอยากให้คุณนึกถึงทฤษฎีนึงที่มีชื่อว่า two-factor theory of love ที่นักจิตวิทยาได้บอกไว้ว่า คนเราจะเลือกสานสัมพันธ์กับคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรง! ทั้งที่จริงๆ แล้ว “พลังสปาร์ค” ที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อถือไม่ได้เสมอไป บางทีเขาก็อาจจะไม่ใช่คนในฝันที่คุณตามหาอยู่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะเซย์เยส...ก็อย่าลืมเช็คให้ดีว่าคนนี้ใช่สำหรับคุณจริงหรือเปล่า