ระวังไฟดูดช่วงน้ำท่วม…น้ำลดแล้ว อันตรายยังไม่จบ!
ในวันที่น้ำท่วมบ้าน หลายคนรีบย้ายของ ถอดปลั๊ก หรือเดินลุยน้ำเข้าไปดูความเสียหาย แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ ‘ไฟรั่ว’ จากอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึง เพราะการสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสวิตซ์ขณะที่ตัวเปียกหรือยืนบนพื้นที่ชื้น อาจทำให้ถูกไฟดูดได้
แบบไหนที่เรียกว่า...ไฟดูด
ไฟดูด เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไปสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้าหรือกับสายไฟที่มีการรั่ว ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายและลงสู่พื้นดิน ซึ่งอวัยวะที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้า ได้แก่ หัวใจ กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะในช่องท้อง ระบบประสาท ซึ่งเมื่อไฟฟ้าไหลผ่านอวัยวะดังกล่าวจะทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย คือ
- ถ้าไหลผ่านหัวใจ จะทำให้คลื่นหัวใจเปลี่ยนแปลงและหัวใจหยุดทำงาน
- ถ้าไหลผ่านช่องท้อง ทำให้อวัยวะช่องท้องบาดเจ็บ
- ถ้าไหลผ่านกล้ามเนื้อ ทำให้แขนขาบวมตึง ขาดเลือดรุนแรง ไปจนถึงสูญเสียอวัยวะ
https://tenor.com : Homer Simpsom Electrocuted GIF
และระหว่างน้ำท่วม ห้ามใช้งานปลั๊ก สวิตช์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึง อย่าสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะมือหรือตัวเปียก แม้จะเป็นเครื่องใช้ที่คุ้นเคยอย่างปั๊มน้ำหรือเครื่องซักผ้าก็ตาม ถ้าเจอสายไฟตกหรือขาด ให้หลีกเลี่ยงบริเวณนั้น โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำขัง อย่าเข้าไปจับหรือเคลื่อนย้ายสายไฟ และแจ้งหน่วยงานไฟฟ้าให้ตรวจสอบ
น้ำลดแล้ว อย่าเพิ่งเสียบปลั๊ก “ลองดูว่าใช้ได้ไหม” ก่อนเปิดไฟเพื่อเริ่มทำความสะอาดบ้าน ต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจระบบไฟและอุปกรณ์ที่เคยถูกน้ำท่วมก่อน เพราะการที่เห็นว่าพื้นแห้งหรือตัวเครื่องแห้งแล้ว แค่นั้นยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมถึงปลั๊ก สวิตช์ สายไฟ ตู้ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ ควรผ่านการตรวจและแก้ไขก่อนจ่ายไฟกลับ อย่าทดลองเปิดเครื่องหรือซ่อมเอง เพราะอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำท่วมอาจก่ออันตรายได้
และ…ถ้าเจอคนถูกไฟดูด ต้องช่วยโดยไม่ให้ตัวเองถูกไฟดูดไปด้วย เพราะด้วยความตกใจอาจทำให้เรารีบเข้าไปดึงตัวผู้ประสบเหตุ แต่ถ้ายังมีกระแสไฟอยู่ คนช่วยก็อาจได้รับอันตรายเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ
- อย่าสัมผัสตัวผู้ประสบเหตุ และอย่าลุยน้ำเข้าไปช่วย ขณะที่ยังไม่ยืนยันว่าตัดกระแสไฟแล้ว
- โทร 1669 ทันที แจ้งตำแหน่งเกิดเหตุ บอกว่ามีผู้ถูกไฟดูดและมีน้ำท่วม พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
- ตัดไฟเฉพาะเมื่อทำได้จากจุดที่ปลอดภัยและแห้ง หากทำไม่ได้ ให้แจ้งการไฟฟ้า อย่าเสี่ยงเข้าไปถึงตู้ไฟหรือสายไฟเอง
- เมื่อยืนยันว่าตัดไฟแล้วและพื้นที่ปลอดภัย หากผู้ประสบเหตุ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปกติ หรือหายใจเฮือก ให้เริ่ม CPR ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 1669 และใช้ AED หากมี โดยทำตามคำสั่งของเครื่อง
- การช่วยเหลือต้องเริ่มจากความปลอดภัยของพื้นที่เสมอ โดยเฉพาะเหตุที่เกี่ยวข้องกับสายไฟแรงสูงหรือน้ำท่วมขัง
- ถ้าผู้ประสบเหตุหมดสติ หายใจลำบาก ชัก มีแผลไหม้รุนแรง หรือหัวใจเต้นผิดปกติ ต้องได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที อย่ารอดูว่าอาการจะหายเองหรือไม่
ไฟดูด…ป้องกันได้
ถึงแม้ว่า “ไฟดูด” จะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด แต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้ความสูญเสียเกิดขึ้นได้ด้วยการคอยตรวจเช็คอุปกรณ์และสายไฟ ซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุด
- วางสายไฟให้พ้นทางเดิน ไม่ควรวางสิ่งของหนักๆ ทับสายไฟ เพราะอาจทำให้สายไฟขาดหรือชำรุดได้ง่าย
- ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ
- ห้ามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองโดยที่ไม่มีความรู้
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภทในเต้าเสียบอันเดียว
- ต่อสายดินกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น (ที่จำเป็น) เพื่อให้ไฟฟ้าลงดิน
- หากร่างกายเปียกชื้นห้ามแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายได้สะดวก เป็นอันตรายถึงชีวิต
- ควรจะติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
แม้ว่าน้ำลดอาจเป็นเวลาที่ทุกคนอยากเข้าไปเคลียบ้าน แต่ก็ควรตรวจความปลอดภัยของระบบไฟก่อนเริ่มใช้งาน ถ้าพบระบบไฟหรืออุปกรณ์เสียหายจากน้ำท่วม ในพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร 1129 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน โทร 1669



